ครีเอท Content ให้ปัง! สไตล์ ONICE แบรนด์ใหม่ แต่ดังด้วยพลังการแชร์ของลูกเพจตัวจริง

การสร้างสรรค์คอนเทนท์ให้โด่งดังในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่าน Facebook Page โซเชียลมีเดียยอดนิยมซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 41 ล้านรายในประเทศไทย เป็นสุดยอดปรารถนาของเจ้าของสินค้าทุกคน แต่การที่จะต่อสู้และสร้างจุดสนใจในสมรภูมิคอนเทนท์ที่ถาโถมเข้าหาผู้บริโภคอย่างมหาศาลในแต่ละวัน ไม่ใช่เรื่องง่าย ศาสตร์ – ศิลป์ของการปั้น Content Marketing ที่ถูกใจผู้ชม พร้อมกับการสร้างเนื้อหาที่ก่อประโยชน์ด้านการขายในเวลาเดียวกันเป็นความท้าทายของแบรนด์ และเอเจนซี่ที่ดูแลพื้นที่โซเชียลมีเดียอย่างยิ่ง และนี่คือ กรณีศึกษาที่น่าสนใจจาก ONICE แบรนด์เล็กๆ ที่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์ไทยอีกหลายๆ แบรนด์ว่า ถ้าหากใส่ใจกับเรื่องโซเชี่ยลมีเดียมากพอ ก็มีพื้นที่แจ้งเกิดได้เช่นกัน นี่คือเรื่องราวเบื้องหลังผลงาน “วรรคทองของอาโนลด์”, ชื่อเล่นคนดัง และอื่นๆ อีกมากมาย จาก Pegasus Creative เอเจนซี่ที่ดูแลเพจของ ONICE

Digital เครื่องมือใหม่ที่มากกว่าแค่สื่อสารทางเดียว  

ก่อนหน้าที่ทางทีม Pegasus Creative จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดและการสื่อสารให้กับ ONICE (โอไนซ์) แบรนด์นี้ได้ใช้สื่อเคเบิ้ลทีวี หรือรายการวิทยุในการบอกเล่าคุณสมบัติของสินค้า รวมทั้งโซเชียลมีเดีย ซึ่งถึงแม้ว่าจะครีเอทภาพออกมาได้อย่างสวยงาม แต่สิ่งที่ขาดไปก็คือ “ความมีชีวิตชีวา” ภาพที่สวยงาม แต่กลับเป็นการใช้โซเชียลมีเดียอย่างไม่คุ้มค่า เพราะไม่สารมารถสร้างการแชร์ หรือบทสนทนาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

โจทย์ของ Pegasus Creative  จึงอยู่ที่การนำแบรนด์ไปอยู่ในโลกออนไลน์ให้เหมือนกับเป็นแบรนด์ที่ใกล้ชิดกับผู้คน มีความเป็นมิตรกับแฟนเพจ อารมณ์ดี มีเสน่ห์ ดังนั้นทีมงานจึงสร้างสรรค์คอนเทนท์อย่างเช่น

เพราะเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับใส่ประโยค “I’ll Be Back” หรือแปลเป็นไทยว่า “ผมจะกลับมา” ลงไปในภาพยนตร์เรื่อง Terminator…

โพสต์โดย OniceBeauty เมื่อ 20 สิงหาคม 2017

หยิบยกเอาวรรคทอง ซึ่งภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ มักจะต้องพูด คือ I’ll be back (ผมจะกลับมา) ขึ้นมาครีเอทเป็น Photo Album ดูคล้ายกับเพจที่เล่าเรื่องหรือวิจารณ์ภาพยนตร์ ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ หยิบเอาฉากหนังดังของพระเอกกล้ามปึ๊กที่เขาพูดประโยคเด็กประโยคนี้มาเรียงร้อยต่อกัน ก่อนจะปิดท้ายแบบหักมุมตัวโก่ง ด้วยภาพผลิตภัณฑ์ “โอไนซ์ มิราเคิล แฮร์ เซรั่ม” ที่สัญยิงสัญญาแบบเดียวกับที่อาโนลด์ทำว่า “ผมจะกลับมา” ซึ่งถึงแม้จะเป็นการหลอกล่อให้ผู้ชมติดตามการขายสินค้าแบบตรงๆ แต่ผู้บริโภคกลับชื่นชอบมีผู้ที่กดไลก์มากกว่า 2 พันไลก์ และกดแชร์ถึง 1,900 ครั้ง บวกกับคอมเมนต์ที่ส่วนใหญ่ Positive กับคอนเทนท์

ยังมี Man of Dragon เกาะกระแส ซีรีย์ดัง Game Of Thrones โดยหยิบยกเอาตัวละครเด่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ แดแนริส ทาร์แกเรียน ราชินีมังกรผู้โด่งดังในซีรี่ย์  มาเล่าทีละคน โดยแทรกเรื่องราว ที่มาที่ไป เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสาวๆ ได้ฟินในความหล่อเหลา ล่ำบึ้ก  และผมที่ยาวสลวยของแต่ละคน ก่อนจะปิดท้ายด้วย เซอร์เฟรนด์โซน หนุ่มอาภัพ ผมบาง หัวล้าน ผู้หลงรักแม่มังกร แต่เป็นได้แค่เพื่อน  ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยผลิตภัณฑ์ ONICE พร้อมคำโปรยว่า #ผมจะกลับมาอยู่กับคุณ ซึ่งเป็นคำเดียวกับที่ เซอร์เฟรนด์โซน เคยบอกกับแม่มังกร นั่นเอง

ปิดท้ายตัวอย่างเสียงหัวเราะ จากเพจ ONICE ที่รวบรวมเอาชื่อเล่นจริงๆ (เอ๊ะ ตกลงจะชื่อเล่น หรือชื่อจริง) ของคนดังที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เช่น เสี่ยตา ปัญญา นิรนดร์กุล ซึ่งชื่อเล่นของเขาชื่อ เปียง หรือ เจ้คิ้ม ที่เรารู้จักชื่อในวงการของเธอว่า “เจนิเฟอร์ คิ้ม” แต่น้อยคนนักจะทราบว่า เธอชื่อเลนชื่อ “ไก่” ไล่เรียงความสนุกไปเรื่อยๆ ก่อนจะถึงกิมมิค ว่าอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร มีชื่อเล่นว่า “น้อย” ปิดท้ายด้วยรูป “ผม น้อย ใช้ Onice Miracle Hair Serum”

ชื่อเล่นนั้นสำคัญไฉน ? ถ้าเป็นเราๆ ชื่อเล่นก็มักจะมาจากชื่อที่ พ่อ แม่ ตั้งให้ตั้งแต่เด็กๆ และคงไม่มีอะไรแปลก…

โพสต์โดย OniceBeauty เมื่อ 11 กันยายน 2017

งานดี งานโดน ต้องเริ่มต้นที่หัวใจตัวเอง

คุณเอ็กซ์ (รณกร จงรักษ์) Creative Manager ที่ดูแลผลงานชิ้นนี้เล่าว่า “คนทำคอนเทนท์ต้องถูกใจก่อน ตอนที่ผมคิด พอมันปิ๊งขึ้นมาในหัว ผมหัวเราะไม่หยุด ตอนหาข้อมูลเชิงลึกก็ยังไม่หยุด ทำภาพเสร็จก่อนโพสต์ก็ยังไม่หยุดหัวเราะ เราเป็นคนทำ ถ้าใจของเราบอกว่ามันไม่ใช่ มันไม่สนุก คนอื่นก็คงไม่สนุกกับเรา”

อาจจะเป็นข้อดีของแบรนด์ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์นัก รวมทั้งเจ้าของแบรนด์ที่เปิดกว้าง ทำให้ทีมงานได้ทดลองสร้างสรรค์ผลงาน โดยอิงกับอินไซด์ของกลุ่มเป้าหมาย

“คนที่มีปัญหาด้านเส้นผมจะมองหาวิธีการทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาให้ได้ เราต้องทำคอนเทนท์ที่ช่วยจุดพลุให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในระดับหนึ่งก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนสาส์น นำเสนอไปยังกลุ่มที่มีศักยภาพที่จะซื้อ”

ความจริงแล้วคอนเทนท์ที่ยกตัวอย่างทั้ง 3 ชิ้นนี้ มีความสนุกสนาน แถมท้ายด้วยความเกรียนเล็กๆ แต่ผู้ซื้อหลักจริงๆ กลับเป็นกลุ่มผู้หญิง ทั้งที่ใส่ใจกับปัญหามากกว่า ถึงแม้ว่าผู้ชายจะมีปัญหาก็มักเป็นผู้หญิงใกล้ตัว ที่สังเกตและช่วยหาผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาได้และซื้อให้ การสื่อสารภายในเพจ จึงผสมผสาน มีทั้งส่วนที่แนะนำสรรพคุณของสินค้าทำให้ผู้ซื้อมีความเข้าใจในโปรดักท์ในสัดส่วนที่เหมาะสม

“ออนไลน์” ซัพพอร์ตการตลาดต่างประเทศ

แบรนด์ ONICE เน้นหนักไปที่การสร้างสรรค์สินค้าจากธรรมชาติ โดยเริ่มต้นจากผลิตภัณฑ์ บำรุงเส้นผม ในขณะเดียวกันก็ยังมีสินค้าที่ตั้งใจทำเพื่อผู้บริโภคคนไทย กับผู้บริโภคชาวเอเชีย ซึ่งอิงกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ตอนนี้นอกจากวางจำหน่ายทางออนไลน์ และห้างสรรพสินค้าบางที่ ก็เตรียมตัวบุกสู่ตลาดในประเทศลาว ผ่านโมเดลการตั้งตัวแทน การทำการตลาดออนไลน์ในลักษณะดังกล่าว จึงเข้าถึงผู้บริโภคประเทศลาวด้วยในเวลาเดียวกัน

พร้อมกันนั้นยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในเครือ นอกเหนือจากเซรั่มบำรุงผมที่เน้นหนักเป็นพิเศษในช่วงต้น ไม่ว่าจะเป็นยาสระผม สบู่ซึ่งสกัดจากสมุนไพร 9 ชิ้น กับครีมที่มีสารสกัดจากปลาดาว โดดเด่นเรื่องของ Collagen

รางวัล TOP BRANDS AWARDS 2016

Pegasus Creative ในฐานะของเอเจนซี่ก็พร้อมสร้างการเติบโตเคียงคู่กับลูกค้า เช่นเดียวกับที่เคยประสบความสำเร็จกับแคมเปญ Realtime Marketing ไม่ว่าจะเป็น “ลูกเทพ” ซึ่งสร้าง Talk of The Town ให้กับลูกค้า Hot Pot มาแล้วเมื่อปีก่อน โดยอาศัยทีมงานมืออาชีพ ซึ่งในวงการบันเทิงล้วนแล้วแต่เป็นมือเก๋าทั้งสิ้น ประกอบด้วย คุณขุน-กตัญญู ทุ่งมีผล Managing Director เบื้องหลังทีมงานของคุณวิทวัส สุนทรวิเนตร์ รวมทั้งเป็น Creative Group Head ให้กับศิลปินอย่าง น้องพลับ, คุณซัง-วิวัธน์ จิโรจน์กุล Creative Director เจ้าของผลงานเพลงผีกาก้า ,โอปป้าจงเจริญ เรียกได้ว่าเป็นไวรัล ครีเอเตอร์ที่แท้ทรู ตั้งแต่ยุคที่การ Go Viral ยังเป็นเรื่องใหม่มากในวงการการตลาด ส่วนตัวของคุณเอ็กซ์เอง เป็นเคยศิลปิน นักแต่งเพลงจากค่ายย่านลาดพร้าว มาก่อน

คุณขุน กตัญญู ทุ่งมีผล Managing Director

คุณซัง วิวัธน์ จิโรจน์กุล Creative Director

    คุณเอ็กซ์ รณกร จงรักษ์ Creative Manager

“ก่อนที่เราจะทำการตลาด เราต้องซึมลึกไปกับผลิตภัณฑ์ก่อน ทุกโปรเจคท์จึงต้องใช้เวลาในการศึกษา แม้แต่ระหว่างที่งานเราได้นำเสนอออกไปแล้ว ก็ยังต้องทำการวิเคราะห์วัดผลอย่างต่อเนื่อง เพราะการตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กลุ่ม Audience ก็เช่นกัน การทำครีเอทีฟคอนเทนท์ จึงเป็นงานที่ต้องปรับตัวอยู่ตลอด ใช้มุกเดิมๆไม่ได้เสมอไป ต้องพัฒนาใหม่ๆขึ้นมาเสมอครับ”

ซึ่งตอนนี้ทีมงาน Pegasus Creative กำลังสนุกกับการสร้างสรรค์งาน พร้อมที่จะลุยไปกับแบรนด์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่ปิดกั้นถ้าจะมีลูกค้าใหม่เข้ามา เพราะมันเป็นความท้าทายที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้สร้างสรรค์งานใหม่ๆ  และพร้อมไปข้างหน้าด้วยกันกับแบรนด์ต่อไปในอนาคต