หมอช้าง เผยเคล็ดลับ ฮวงจุ้ย-โลโก้-ตัวเลข แบบไหน ทำให้ “ธุรกิจ” ให้ “ปัง”

    การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ  เรื่องของความรู้ ความสามารถของผู้ทำธุรกิจ เป็นสิ่งพื้นฐานและสำคัญที่สุดที่จะนำพาให้ธุรกิจแข็งแรงและเติบโตขึ้นมาได้ ขณะที่ส่วนประกอบอื่นๆ ทั้งสินค้าหรือบริการที่สร้างขึ้นมานั้น เป็นสิ่งที่ตลาดต้องการหรือไม่ ความเข้าใจและเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตัวเองทำเป็นอย่างดี มีการวางกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างรอบด้านและรัดกุม สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกราะในการป้องกันความล้มเหลวเป็นอย่างดีได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน

    แต่บางครั้งเรื่องของความถูกที่ ถูกเวลา ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยเสริม ช่วยหนุนให้กับธุรกิจได้ในบางส่วน ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจที่แต่ละท่านทำด้วยว่า เรื่องของโชคหรือดวงจะส่งผลต่อธุรกิจของท่านมากน้อยแค่ไหน  โดยเฉพาะอาชีพหรือธุรกิจที่มีความเสี่ยง มีความท้าทายสูง ก็อาจต้องคำนึงถึงเรื่องของโชคลางในดีกรีที่เข้มข้นมากขึ้น  ทำให้หลายคนมีความเชื่อเรื่องของการถือเคล็ด เรื่องของโหราศาสตร์หรือฮวงจุ้ยต่างๆ  และกลายมาเป็นอีกส่วนประกอบที่คนทำธุรกิจมักจะให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย เพื่อนำความเป็นสิริมงคลให้เกิดขึ้นกับทั้งตัวเองและนำพาธุรกิจให้เจริญรุ่งเรือง

    วันนี้ Brandbuffet.in.th  มีเคล็ดลับเสริมดวงจากงาน GET TALK คลื่นวิทยุ 102.5 โดยมี หมอช้าง- ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ชื่อดัง ที่จะมาแนะนำวิธีเสริมดวงที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจมาฝากกัน  สำหรับผู้สนใจนำไปเป็นแนวทางหรือปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเองได้ตามความเหมาะสม

    โลโก้กับธุรกิจ

    เริ่มตั้งแต่เรื่องของการออกแบบโลโก้หรือตราสินค้าต่างๆ  ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นเสมือนตัวแทนนของธุรกิจโดยตรง ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว  โลโก้ที่ดีที่สุด ก็คือ โลโก้ที่เรียบง่ายที่สุด หรือบางครั้งอาจจะนำชื่อบริษัทมาออกแบบเป็นโลโก้ไปในคราวเดียวกันเลยก็สามารถทำได้เช่นกัน

    ขณะที่บางคนอาจจะชื่นชอบความสวยงาม  อยากใส่ลวดลายต่างๆ ลงบนโลโก้  ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะโลโก้คือสิ่งที่จะสื่อสารเพื่อแสดงถึงความเป็นตัวตนของธุรกิจไปสู่ภายนอก จึงไม่ควรออกแบบให้มีความซับซ้อนมากนัก รวมทั้งไม่ควรมีกรอบสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมมาปิดกั้น  หรือการใส่ลวดลาย รายละเอียด และการมีเลเยอร์มากๆ เพราะจะสื่อความหมายถึงความยุ่งยาก ซับซ้อน หรือทำให้ธุรกิจที่ทำอยู่มีปัญหามากตามไปด้วย

    หมอช้างให้ข้อสังเกตผ่าน แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกหลายๆ แบรนด์  ส่วนใหญ่มักจะออกแบบมาอย่างเรียบง่าย หรือบางแห่งก็ใช้ชี่อบริษัททำเป็นโลโก้ไปเลย ซึ่งก็มีจำนวนมากที่เราได้เห็นผ่านๆ ตากัน  รวมทั้งยังมีเรื่องของสีมาเกี่ยวข้อง  โดยตามหลักฮวงจุ้ย สีจะมีอยู่ทั้งหมด 5 กลุ่ม แบ่งตามธาตุทั้ง  5  ประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ไม้ ไฟ และทอง  การเลือกใช้สีก็ต้องขึ้นอยู่กับธุรกิจของเราด้วยว่า เป็นธุรกิจที่จัดอยู่ในธาตุใด เพราะแม้จะออกแบบโลโก้มาอย่างดี ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย แต่ใช้สีไม่เหมาะกับธาตุของธุรกิจก็อาจประสบปัญหาได้

    “หากไม่รู้ว่าธุรกิจที่คุณทำอยู่นั้น จัดอยู่ในกลุ่มธาตุไหน ก็สามารถเลือกใช้สีกลางๆ  คือใช้สีโทนเหลือง ครีม น้ำตาล ที่จัดเป็นสีในกลุ่มธาตุดินก็ได้ เพราะว่าธาตุดินจัดเป็นธาตุกลางๆ ที่เข้ากับทุกธาตุได้ ซึ่งตามธรรมชาติ ดินคือสิ่งที่ช่วยยึดทุกสรรพสิ่งเข้าไว้ด้วยกัน ส่วนธุรกิจที่จัดอยู่ในธาตุดิน ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการผลิต หรือธุรกิจโปรดักชั่นต่างๆ   ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสื่อ  ธุรกิจก่อสร้าง  หรือเกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรม  รวมทั้งในกลุ่มการผลิตอาหารที่เกี่ยวข้องกับการรักษา  เช่น อาหารเสริม หรือสมุนไพร เป็นต้น”

    ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว โลโก้ที่ดีต้องออกแบบมาอย่างมีความสมดุลและกลมกลืน เพราะคำว่าฮวงจุ้ยคือการยึดตามหลักธรรมชาติ  แม้เราจะใช้หลักฮวงจุ้ยมาประกอบในการออกแบบ แต่หากเป็นที่สังเกต หรือคนที่เห็นโลโก้รู้สึกสะดุด ก็ไม่ถือว่าเป็นโลโก้ที่ดี  ถือว่าไม่ผ่านเช่นกัน  ต้องเน้นออกแบบมาให้มีความผสมกลมกลืน และมีความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด

    พลังแห่งตัวเลข

    ขณะที่บางบริษัทอาจใช้รูปภาพหรือสัญลักษณ์ต่างๆ มาเป็นโลโก้ ควรทำให้คนเห็นแล้วมีความรู้สึกที่ดี  โดยเฉพาะในธุรกิจด้านวงการบันเทิง ควรใช้โลโก้ที่แสดงออกถึงความสุข หรือบางคนที่ให้ความสำคัญกับเลขมงคลต่างๆ เช่น เลข 6 เลข 8 ก็ไม่จำเป็นต้องใส่เลขไปในโลโก้นั้นๆ  แต่อาจแสดงออกมาในลักษณะของจำนวนแทนได้ เช่น หากบางบริษัททำโลโก้เป็นรูปเสือ ก็อาจใช้วิธีซ่อนเป็นเคล็ดไว้ที่หนวด ใส่หนวดข้างละ 3 หรือ 4 เส้น เพื่อแทนจำนวน 6 หรือ 8 ที่เป็นเลขมงคลแทนก็ได้ หรือออกแบบรูปร่างของโลโก้ให้ใกล้เคียงกับรูปร่างของเลขต่างๆ แทนก็ได้เช่นกัน

    เรื่องของตัวเลขเป็นอีกเรื่องที่คนให้ความสนใจไม่แพ้กัน  ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร  โดยในกลุ่มตัวเลขที่มีความหมายมงคล เช่น เลข 6 เลข 8 เป็นกลุ่มตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับความรัก ความลุ่มหลง ความพึงพอใจ หรือเลข 5 ที่มีความหมายดีในเรื่องของความมั่นคง  เลข 4 ที่ส่งเสริมในเรื่องของการพูด การเจรจา

    ส่วนกลุ่มตัวเลขต้องห้าม  เช่น เลข 0 หมายถึงความวุ่นวาย ยุ่งเหยิง แต่กลับเป็นเลขที่ช่วยส่งเสริมในบางธุรกิจ  เช่นในส่วนของงานด้าน Call Center เพราะต้องการให้มีคนโทรศัพท์เข้ามามากๆ และยังช่วยให้จำง่ายอีกด้วย ส่วนอีกเลขที่ไม่ดีนัก คือ เลข 7 ซึ่งเป็นเลขแห่งความล่าช้า เจองานยาก ต้องทำงานหนัก เช่นเดียวกับเลข 3  โดยเฉพาะในตำแหน่งสี่ตัวสุดท้ายของเบอร์ เป็นตำแหน่งที่มีอิทธิพลที่สุด ถ้ามีเบอร์เหล่านี้มากกว่า 1 ตัว ก็อาจสร้างปัญหาได้

    “ยังมีบางความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข ที่คนส่วนใหญ่ยังสับสน เช่น เลข 9 ที่คนมักนิยม เพราะมีคำเรียกเช่นเดียวกับคำว่า “ก้าวหน้า” หรือ เลข 8 ที่ออกเสียงในภาษาจีน เหมือนกับคำว่า “มั่งคั่ง” “ร่ำรวย” แต่เรื่องของตัวเลขไม่ใช่ศาสตร์ทางด้านภาษา ไม่ได้เกี่ยวกับความหมายที่พ้องเสียงกัน แต่เป็นศาสตร์ทางด้านโหราศาสตร์ที่เทียบมาจากเรื่องของดวงดาว การที่เลข 8 เป็นเลขดี เพราะเป็นสัญลักษณ์ของ Infinity  หรือความไม่สิ้นสุด การเติบโตอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ”

    ตำแหน่งที่ดี ที่เลขมงคลต่างๆ ควรอยู่จะเป็นสี่ตัวสุดท้าย และส่วนใหญ่มักนำเลขมงคลเหล่านี้ไปจับคู่กัน  เพื่อเสริมดวงชะตา เช่น  6868, 5656 หรือใช้ 4 เพื่อเสริมในเรื่องของการพูดการเจรจา บางตำราก็นำตัวเลขทั้ง 10 ตัว ไปบวกกัน เพื่อดูผลรวมที่เป็นมงคล เช่น  รวมกันแล้วได้ 36  ที่ส่งเสริมในเรื่องของความรัก หรือเหมาะกับธุรกิจทางด้านความสวยงามต่างๆ  หรือหลีกเลี่ยงบางตัวเลขที่มาอยู่คู่กันเช่น  67 ที่ทำให้การตัดสินใจต่างๆ ล่าช้า เป็นต้น

     

    ฮวงจุ้ยดี ออฟฟิศรุ่ง

    ขณะที่องค์ประกอบของออฟฟิศ การจัดวาง และตกแต่งต่างๆ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะประตูทางเข้า ซึ่งเป็นตำแหน่งทางเข้าของโชค เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญมาก เพราะจะสื่อได้ว่าจะมีกินมีใช้มากน้อยแค่ไหน ต้องเข้าง่ายออกยาก  เข้าได้สะดวก แต่ออกกได้ลำบาก และไม่ให้ตำแหน่งของประตูหน้าและประตูหลังตรงกัน เพราะจะทำให้ “พลังชี่” ออกไปได้ง่าย  ซึ่งคำว่า  “พลังชี่” นี้  คนที่ศึกษาเรื่องของฮวงจุ้ยน่าจะคุ้นเคยกันดี หากจะให้เข้าใจได้ง่ายๆ น่าจะหมายถึงพลังชีวิต  พลังลมปราณ  นั่นเอง

    สิ่งที่หมอช้างแนะนำคือ เมื่อเข้ามาจากประตู  ควรจะต้องพบเจอกับสิ่งที่ดี เป็นสิริมงคล มีความเจริญหู เจริญตา ทำให้เรามักจะเห็นคนจีนส่วนใหญ่ นำรูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ มาตั้งไว้ แต่ถ้าเราไม่ใช่คนจีน ก็พยายามนำสิ่งที่เมื่อได้เห็นแล้วจะช่วยสร้างพลังบวกให้กับชีวิตเราได้ หรือเข้ามาเห็นแล้วรู้สึกดี มีความประทับใจ ที่สำคัญ ต้องมีความโปร่ง โล่ง  เพื่อให้สามารถเดินเข้ามาได้อย่างมังกร หรือเดินเข้ามาอย่างสะดวก และสง่าผ่าเผยนั่นเอง
    อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญ เช่น ในส่วนของออฟฟิศ พื้นที่นั่งทำงาน หรือห้องประชุม ซึ่งเป็นที่ที่คนหลายๆ คนจะมาอยู่รวมกัน ควรนำสีสันของธาตุดินมาตกแต่ง หรือเป็นส่วนประกอบก เพื่อให้มีสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวคนที่แตกต่างกันไว้ให้อยู่ด้วยกันได้  ส่วนโต๊ะประชุมควรเลือกเป็นทรงกลม หรือวงรี เพราะตามหลักฮวงจุ้ยจะไม่ชอบอะไรที่เป็นเหลี่ยมๆ  เนื่องจาก เชื่อว่าจะเป็นจุดที่ปล่อยให้พลังชี่ออกไปได้ แต่หากบางที่ใช้โต๊ะเป็นสี่เหลี่ยม แต่ขอบควรจะมนก็จะช่วยได้

    “คำแนะนำสำหรับพื้นที่ทำงาน ที่รวมพนักงานหลายๆ คนไว้ ทิศทางในการจัดวางโต๊ะ ไม่ควรมีมากกว่า 2 ทิศ เพื่อให้ทุกคนทำธุรกิจโดยมีเป้าหมายหรือแนวทางในการทำธุรกิจไปในทางเดียวกัน  แต่หากอยู่ในส่วนของงานด้านครีเอทีฟ หรืองานสร้างสรรค์ต่างๆ ที่ต้องการความคิดหลากหลายรูปแบบก็สามารถหันไปในหลายๆ ทิศทางที่แตกต่างกันได้ เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องการให้แต่ละคนมีความคิดแตกต่างกันไป”

    ทั้งนี้  การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ สำคัญที่สุดคือ เรื่องของความเป็นระเบียบซึ่งถือเป็นพื้นฐานแรกของฮวงจุ้ย และควรมีจุดโฟกัส โดยเฉพาะส่วนที่ต้องดูแลเกี่ยวกับการเงินควรทำให้เด่น และสวยงาม  ไม่ควรรก ไม่มีระเบียบ  และด้วยเหตุผลเดียวกับเรื่องของตัวเลข คือ หลักโหราศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของภาษาหรือคำพ้องเสียง ทิศที่ดีจึงไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นทิศตะวันออก เพราะหลายๆ แห่ง ก็มีทิศมงคลอยู่ในทิศตะวันตก  แต่ที่สำคัญมากกว่าคือ ความสดชื่น ดูมีชีวิตชีวาในที่ทำงาน ซึ่งถ้าเริ่มได้ตั้งแต่ทางเข้าประตูออฟฟิศได้เลยก็จะดีมาก

    สุดท้าย หมอช้างทิ้งท้ายไว้ว่า  “เรื่องของฮวงจุ้ยหรือโหราศาสตร์เปรียบได้กับคำพยากรณ์อากาศที่มีไว้เพื่อเตือนตัวเอง เช่น ถ้าบอกว่าจะมีฝนก็ควรพกร่ม ถ้าแดดแรงก็หาเครื่องป้องกัน แต่ความโชคดี หรือความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นกับแต่ละคนนั้น จะมาจาก 3 ส่วน คือ 1.โชคจากฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องดวงที่ราเปลี่ยนแปลงไม่ได้แต่เตรียมตัวได้  2. โชคจากสภาพแวดล้อม หรือ การจัดวางฮวงจุ้ยต่างๆ อย่างเหมาะสม  ที่อาจจะพอช่วยเหลือได้บ้าง  และ 3. โชคที่เกิดขึ้นจากตัวเรา ซึ่งเป็นโชคที่มีความสำคัญมากที่สุด และเป็นเคล็ดลับแห่งความสำเร็จที่แท้จริง  ด้วยความขยัน ความตั้งใจ คิดดี ทำดี  รวมทั้งการยึดมั่นในศาสนาที่จะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเข้ามาช่วยขัดเกลาเราให้เป็นคนดีได้อย่างมีมาตรฐาน เพราะสุดท้ายแล้ว เรื่องของดวงอาจจะเป็นแค่สิ่งที่เข้ามาให้จังหวะในชีวิต แต่สุดท้ายแล้วคนที่ต้องเลือกเดินไปบนเส้นทางต่างๆ ก็คือตัวเรานั่นเอง