ASUS ท้าชิงสมาร์ทโฟนกล้องคู่ พร้อมดึง “กงยู” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ หวังขยับขึ้นเบอร์ 4

สถานการณ์ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก รวมทั้งในไทย ยังคงแข่งขันอย่างดุเดือด ทั้งการเปิดตัวรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับการปล่อยเทคโนโลยีสุดล้ำของแต่ละแบรนด์ และการทุ่มทุนสื่อสารการตลาด โดยหนึ่งกลยุทธ์ยอดนิยมคือ การดึงคนดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ และแบรนด์ แอมบาสเดอร์ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ และบุคลิกของแบรนด์ อีกทั้งศิลปินดาราสุดฮอต ต่างมีฐานแฟนคลับหนาแน่น ส่งผลให้แบรนด์สามารถเจาะเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้กว้างขึ้น

หนึ่งใน Major Player ของตลาดสมาร์ทโฟนโลก และในไทยอย่าง “ASUS” แบรนด์เทคโนโลยีสัญชาติไต้หวัน ที่สร้างแบรนด์ “ZenFone” บุกตลาดทั่วโลก โดยวันนี้พัฒนามาถึง Generation 4 หรือ “ZenFone 4” ที่ครั้งนี้รัวหมัดชุดใหญ่ ด้วยการยกขบวนมาถึง 6 รุ่น ได้แก่ ZenFone 4 Pro, ZenFone 4, ZenFone 4 Selfie Pro, ZenFone 4 Selfie, ZenFone 4 Max Pro และ ZenFone 4 Max

ความน่าสนใจของ “ZenFone 4” ทั้ง 6 รุ่น คือ การชูจุดขายเป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้วยกล้องคู่ ไม่ว่าจะเป็นกล้องคู่หน้า หรือกล้องคู่หลังต่างกันตามแต่ละรุ่น ซึ่งคุณสมบัติเรื่องกล้อง และระบบการถ่ายภาพ เป็นหนึ่งในฟังก์ชั่นหลักที่ขาดไม่ได้ของสมาร์ทโฟน และแบรนด์ต่างๆ แข่งกันยกระดับคุณภาพกล้องของตนเองให้ดีขึ้น โดยเวลานี้พัฒนาการอยู่ที่ “กล้องคู่” เพราะปัจจุบันแบรนด์หลักในตลาด ชิงเปิดตัวสมาร์ทโฟนกล้องคู่ ไม่ว่าจะเป็น iPhone, Huawei, OPPO, VIVO เพราะฉะนั้นการลงมาแข่งในตลาดสมาร์ทโฟนกล้องคู่ครั้งนี้ จึงเป็นความท้าทายครั้งใหญ่

“ASUS เป็น Engineer Company ที่เริ่มต้นธุรกิจจากคอมพิวเตอร์ จากนั้นได้ขยายมายังธุรกิจสมาร์ทโฟน เพราะฉะนั้นด้วยรากฐานของ ASUS เป็น Engineer Company เราจึงอยากให้ผู้บริโภคมองแบรนด์ ZenFone เป็น Engineer Product คือ เป็นแบรนด์ที่เด่นในด้านวัตกรรม และสำหรับตระกูล ZenFone 4 เราพัฒนาคุณภาพกล้องสมาร์ทโฟนให้ดีขึ้น รวมทั้งการพัฒนาแบตเตอรี่ให้ใช้ได้นาน นี่เป็นจุดยืนของเราที่อยาก Challenge กับแบรนด์อื่น” คุณณอห์ณ แชง หัวหน้าฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ อินคอปเปอเรชั่น กล่าว

เจาะลึกโปรดักต์ รุ่นไหนดี รุ่นไหนเด่น 

“ZenFone 4 Pro” มาพร้อมกับกล้องคู่หลัง ขนาด 16 ล้านพิกเซล เลนส์ Optical Zoom 2 เท่า สามารถซูมได้ 10 เท่า นอกจากนี้ยังมี ASUS SuperPixel ที่เพิ่มประสิทธิภาพของความไวแสงขึ้นอีก 8 เท่า และระบบป้องกันความสั่นระหว่างถ่ายภาพ (OIS)

“ZenFone 4” เป็นสมาร์ทโฟนขนาด 5.5 นิ้ว โดยมีระบบกล้องคู่ที่ผสานระหว่างเซ็นเซอร์ Sony IMX362 และระบบป้องกันความสั่นระหว่างถ่ายภาพ (OIS) พร้อมรูรับแสงที่แสงสามารถเข้าถึงเซ็นเซอร์ได้ห้าเท่า ทำให้ภาพคมชัดแม้ถ่ายในตอนกลางคืน หรือในที่แสงน้อย หรือแทบไม่มีแสง

“ZenFone 4 Selfie Pro เป็นโมเดลรุ่นเรือธงของซีรีย์ Selfie มาพร้อมกับกล้องหน้าเซลฟี่ และใช้ Sony IMX362 DuoPixel ที่มีตัวตรวจจับแสง โฟโตไดโอด (PHOTODIODE) ที่ตรวจจับแสงได้มากกว่ารุ่นปกติถึงสองเท่า และเทคโนโลยี ASUS SuperPixel Engine ทำให้สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ ในที่แสงน้อยได้สว่างมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า นอกจากนี้มีเทคโนโลยี 24MP DuoPixel Camera ช่วยดึงข้อมูลการจับภาพด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะในการเปลี่ยนเป็นภาพ 24MP ทำให้ผลลัพธ์การถ่ายภาพเซลฟี่ มีความละเอียดสูง ส่วนกล้องคู่หน้าอีกตัว เป็นเลนส์มุมกว้างที่เก็บภาพได้กว้าง 120 องศา

“ZenFone 4 Selfie” มาพร้อมกับกล้องหน้าคู่ ที่มีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และ Wefie ที่เก็บภาพมุมกว้างได้ถึง 120 องศา รวมถึงแฟลช Softlight LED ที่ช่วยให้แสงสมบูณ์ในสภาวะแสงน้อย

“ZenFone 4 Max Pro” และ “ZenFone 4 Max” เด่นที่ระบบกล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และมุมมองกว้างถึง 120 องศา รวมทั้งมีแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดเครื่องผ่านระบบ 4G ได้ยาวนาน 46 วันติดต่อกันผ่านเทคโนโลยี ASUS PowerMaster นอกจากนี้ยังสามารถใช้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นแบตเตอรี่สำรองให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้

ทั้งนี้การวางจำหน่ายในไทย จะนำสองรุ่นคือ “ZenFone 4 Max Pro” และ “ZenFone 4 Selfie” เข้ามาวางจำหน่าย 25 สิงหาคมนี้ ในราคา 7,990 บาท และ 8,990 บาท

ขณะที่อีก 4 รุ่นจะทยอยนำเข้ามาจำหน่ายในไทย ได้แก่ “ZenFone Max” และ “ZenFone Selfie Pro” วางขาย 12 กันยายน ส่วน “ZenFone 4” กับ “ZenFone 4 Pro” เตรียมขายในงาน Thailand Mobile Expo ในวันที่ 28 กันยายนนี้

ดึง “กงยู” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ กระชับแบรนด์ใกล้ชิดผู้บริโภค  

อย่างไรก็ตามด้วยความที่แบรนด์ ASUS และ ZenFone แข็งแกร่งในความเป็น Engineer Product สูง ในขณะที่การแข่งขันสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ไม่ได้แข่งเพียงด้านการนำเสนอ Functional Value เท่านั้น หากแต่ยังต้องสร้าง Emotional Value ด้วยการใช้บุคคลมีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซนเตอร์ หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อสร้าง Engagement กับผู้บริโภคได้มากขึ้น ทั้งยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานผู้ใช้ได้ในกลุ่มกว้าง

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ “ASUS” ปรับกลยุทธ์การสื่อสาร หันมาใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ โดยดึง “กงยู” ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังของเกาหลี มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในตลาด 7 ประเทศของเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน, ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ไทย, ญี่ปุ่น ถือเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ ZenFone ในภูมิภาคเอเชีย

กลยุทธ์สื่อสารผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ในครั้งนี้ เป็นการใช้ Emotional Approach ช่วยสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคกว้างขึ้น ทั้งเชิง Corporate Brand ในมิติของการเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ด้วยเช่นกัน เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมอง ASUS เป็นผู้ผลิต-แบรนด์คอมพิวเตอร์มากกว่าการเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟน

ขณะเดียวกันในเชิงของ Product Brand “ZenFone” การสื่อสารผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ และบุคลิกของแบรนด์ และสินค้า อีกทั้งเป็นการสร้าง Brand Engagement กับผู้บริโภค และช่วยในการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เช่น กลุ่มผู้หญิงที่เป็นฐานแฟนคลับของกงยู

สำหรับตลาดประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งใน Strategic Country ของ ASUS ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอันดับ 1 ที่เป็นตลาดใหญ่สุดของ ASUS คือ อินโดนีเซีย ตามมาด้วยไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ ปัจจุบัน “ZenFone” มีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟน ประเทศไทย 3 – 5% ถือว่าอยู่ในอันดับ 6 – 8 ขณะที่เป้าหมายการเปิดตัว “ZenFone 4” พร้อมกับการใช้กลยุทธ์แบรนด์แอมบาสเดอร์ในครั้งนี้ ทาง ASUS มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 8 -10% ภายใน 6 เดือนนับจากนี้ นั่นเท่ากับว่าจะขยับขึ้นเป็นอันดับ 4 ของตลาดสมาร์ทโฟนในไทย