รถยนต์อย่างเดียวไม่พอ! “โตโยต้า” รุกธุรกิจ Consumer Product-เล็งสร้างโครงการ Mixed-use ผู้สูงวัยในไทย

0

 

Photo Credit : Toyota Motor Thailand

เอ๊ะยังไง! จากยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ทำไมถึง Diversify ธุรกิจไปสู่ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Product) ทั้งยังสนใจจะลงทุนธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ในรูปแบบ Mixed-use Development ซึ่งไม่เกี่ยวกับธุรกิจยานยนต์เลย ?!?

คงเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย…เพราะเมื่อเอ่ยชื่อ “โตโยต้า” สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก หรือแบรนด์รถยนต์จากญี่ปุ่น แต่เมื่อเจาะลึกโครงสร้างธุรกิจโตโยต้า กรุ๊ปทั่วโลก มีบริษัทในเครือมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “โตโยต้า ทูโช คอร์เปอเรชั่น” (Toyota Tsusho) มีเครือข่ายกว่า 90 ประเทศทั่วโลก ดำเนินธุรกิจ Supply Chain Management ทั้งในกลุ่มธุรกิจ Automotive เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ป้อนให้กับโตโยต้า และธุรกิจ Non-Automotive ที่มุ่ง Diversify จากธุรกิจยานยนต์ ไปสู่ธุรกิจใหม่ที่มีโอกาส โดยในญี่ปุ่น ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึงธุรกิจพลังงาน ซึ่งสินค้าและบริการเจาะกลุ่ม B2B เป็นหลัก

ปัจจุบันสัดส่วนธุรกิจของ “โตโยต้า ทูโช คอร์เปอเรชั่น” ในญี่ปุ่น แบ่งเป็น 60% ธุรกิจ Automotive และ 40% เป็น Non-Automotive โดยตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา นโยบายของโตโยต้า ทูโช บริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นมุ่งผลักดันการเติบโตธุรกิจ Non-Automotive มากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนเป็น 50%

เหตุผลที่ต้อง Diversify ธุรกิจ เพราะด้วยความที่เป็น Big Conglomerate ระดับโลก จึงต้องสร้างการเติบโตธุรกิจจากหลายทาง โดยใช้จุดแข็งจาก Core Business ที่มีมาต่อยอด อีกทั้งเพื่อกระจายความเสี่ยง ด้วยการบาลานซ์พอร์ตโฟลิโอทั้งสองขาธุรกิจ

กลับมาที่ไทย “โตโยต้า ทูโช ไทยแลนด์” เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท โตโยต้า ทูโช คอร์เปอเรชั่น จากญี่ปุ่น และนักธุรกิจชาวไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2500 ปัจจุบันดำเนินธุรกิจมา 60 ปีแล้ว เป็น Trading House รายใหญ่ของไทย ปัจจุบันดำเนินธุรกิจทั้ง Automotive 80% เช่น วัตถุดิบและชิ้นส่วนรถยนต์ และธุรกิจ Non-Automotive 20% เช่น รับผลิตชุดยูนิฟอร์มพนักงาน, โบรกเกอร์ประกันภัย-ประกันชีวิต, สินค้าแม่และเด็ก, เม็ดพลาสติก, เคมีภัณฑ์, เหล็กแท่ง

ยุทธศาสตร์ธุรกิจในไทย สอดคล้องกับบริษัทแม่จากญี่ปุ่น ที่มุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มธุรกิจ Non-Automotive มากขึ้น โดยที่ผ่านมาเน้นอุตสาหกรรมหนัก แต่นับจากนี้จะรุกเข้าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ด้วยการเป็น Trading แบรนด์ผลิตภัณฑ์ของกินของใช้ในชีวิตประจำวันจากญี่ปุ่น กระจายเข้าสู่ช่องทางห้างสรรพสินค้า รวมถึงอนาคตมีแผนจะเปิดช่องทางขายออนไลน์

เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ว่า คนไทยชื่นชอบแบรนด์และสินค้าจากญี่ปุ่น ขณะเดียวกันมีผู้ประกอบการธุรกิจจากญี่ปุ่น อยากขยายมายังตลาดไทย เพราะฉะนั้นในสเตปแรกจึงเริ่มด้วยการจัด “โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล” เทศกาลสินค้าไลฟ์สไตล์จากญี่ปุ่น ที่รวบรวมแบรนด์ญี่ปุ่น มาพบปะกับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อดู Demand และโอกาสทางธุรกิจ

ทุ่ม 10 ล้าน จัด “โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล”

“โตโยต้า ทูโช ไทยแลนด์” ได้นำการจัดงาน “โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล” (Toyotsu Japan Festival) จากญี่ปุ่นที่จัดมาแล้ว 5 ครั้ง มาจัดในไทยครั้งแรก ระหว่าง 29 – 30 กรกฎาคมนี้ ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ถือเป็นครั้งแรกที่ “โตโยต้า ทูโช ไทยแลนด์” จัดกิจกรรมการตลาดเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (End Consumer) โดยตรง จากก่อนหน้านี้เน้นกลุ่ม B2B

วัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปี บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด และริเริ่มในการรุกตลาดสินค้ารีเทล ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าแฟชั่น สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ภายในงานมีสินค้าไลฟ์สไตล์จากประเทศญี่ปุ่นหลากหลายแบรนด์ มาร่วมออกบูธ และแสดงสินค้า 121 ร้านค้า แบ่งเป็นอาหาร, แฟชั่น, สุขภาพ, ความงาม, ท่องเที่ยว, กีฬา อาทิ Nishikawa (นิชิกาวะ) เตียงนอนนวัตกรรม, เครื่องตรวจไข้หวัดใหญ่รู้ผลรวดเร็ว นวัตกรรมของฟูจิฟิล์ม ประเทศญี่ปุ่น, Sugahara (ซุกาฮาระ) เครื่องแก้ว, 10 mois (ดีมัวร์) ชุดเครื่องใช้เด็ก, WA Theater (วะ เธียร์เตอร์) ผักผลไม้ส่งตรงจากญี่ปุ่น, Tachikichi (ทาชิกิชิ) ถ้วยชามเครื่องปั้นดินเผา ฯลฯ

“เรายังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจเป็น Supply Chain Management ส่วนใหญ่เป็น Automotive หรือธุรกิจยานยนต์ ซึ่งเป็นจุดแข็งของเรา โดยที่การขนส่งของเรา ไม่ได้จำกัดว่าสินค้าจะเป็นอะไร แต่เราใช้จุดแข็งด้าน Supply Chain Management ปรับตัวเพื่อให้เข้ากับอุตสาหกรรมด้านอื่นมากยิ่งขึ้น โดยสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสินค้านำร่องก่อน แต่เราก็นำเอาจุดแข็งที่เรามีในอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ มาใช้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

การจัดงาน “โตโยสึ เจแปน เฟสติวัล” ถือเป็นก้าวแรกเพื่อต้องการเน้นย้ำการก้าวเข้าสู่ธุรกิจที่เป็นรีเทลมากขึ้น โดยเริ่มต้นโฟกัสในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เช่น ที่นอนเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกคนในครอบครัว ด้วยผลิตภัณฑ์ที่แบ่งเป็นเซ็กเมนต์ต่างๆ เช่น กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก โดยคาดว่าจะสามารถนำสินค้าเหล่านี้เข้าไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าได้ประมาณไตรมาส 1 ของปี 2018” มร.คิโยโยชิ โอบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวถึงการต่อยอดธุรกิจจากจุดแข็งขององค์กร

โตโยต้า ทูโช ไทยแลนด์ มุ่งหวังว่าสินค้าเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการสินค้าของคนไทย และชาวต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทย (Expat) และคาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะมีกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นมาร่วมงานตลอด 2 วัน กว่า 50,000 คน มีเงินจะสะพัดในงานนี้กว่า 30 – 40 ล้านบาท

มร.คิโยโยชิ โอบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ คุณอนุษฐา เชาว์วิศิษฐ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด

ศึกษาโปรเจค “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร”

นอกจากการรุกตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว ขณะนี้ “โตโยต้า ทูโช ไทยแลนด์” มีแนวความคิดที่จะพัฒนาธุรกิจ “Hospitality สำหรับผู้สูงอายุ” เนื่องจากเล็งเห็นว่าประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาโอกาส และความเป็นไปได้ทางธุรกิจ

ธุรกิจ Hospitality สำหรับผู้สูงอายุในแนวคิดของ “โตโยต้า ทูโช ไทยแลนด์” ต้องการพัฒนาโครงการในรูปแบบ Mixed-use Development ที่ประกอบด้วยที่พักอาศัย, โรงพยาบาล, เมดิคอล เซ็นเตอร์

ขณะที่รูปแบบการลงทุน จะใช้โมเดล Joint Venture กับพันธมิตรธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น Real Estate Developer เพื่อพัฒนาที่พักอาศัย ส่วนโตโยต้า ทูโช ไทยแลนด์ จะรับหน้าที่ดูแลด้านการบริหารจัดการ ถ้าหากโปรเจคนี้สามารถเกิดขึ้นจริงได้ ถือว่าไทยเป็นประเทศแรกของกลุ่มโตโยต้า ทูโช ทั่วโลก ที่ทำธุรกิจ Hospitality สำหรับผู้สูงอายุ