5 จุดเด่นระบบ Workplace จาก Facebook ตัวช่วยองค์กรยุค Mobile First

ความสามารถในการเข้าถึงข่าวสารข้อมูลต่างๆ อย่างทั่วถึงและ Real Time เป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะธุรกิจที่ประกอบด้วยสาขาจำนวนมากกระจายไปทั่วประเทศ หรือมีบางส่วนงานที่ต้องทำงานนอกสถานที่เกือบตลอดเวลา รวมทั้งบริษัทขนาดใหญ่ที่ขยายธุรกิจไปหลากหลายประเทศ การมีแพลตฟอร์มในการทำงานที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความสะดวกในการใช้งาน สามารถลดช่องว่างในการสื่อสารและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงและใช้งานได้จากทุกที่ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่องค์ยุคใหม่ให้ความสำคัญ

ในฐานะแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1,900 ล้านรายทั่วโลก เฟสบุ๊คได้แนะนำ Workplace by Facebook เพื่อเป็นโซลูชั่นส์การทำงานที่ง่ายและสะดวกขึ้นสำหรับทุกองค์กร พร้อมยืนยันระบบ Security ที่มั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัยสูง เพราะได้มาตรฐานในระดับหน่วยงานรัฐบาลหรือธนาคารก็สามารถนำไปใช้ได้

คุณราเมช โกปาลกฤษณะ หัวหน้าฝ่าย Workplace by Facebook, เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า Workplace เป็นเครื่องมือในการทำงานสำหรับองค์กรยุคใหม่ เน้นความคล่องตัว ทำงานได้จากทุกที่  ลดขั้นตอนในการทำงานแบบเดิมๆ ที่ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาหรือตัดสินใจในแต่ละเรื่องค่อนข้างมาก เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงปัญหาหรือข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของบริษัทได้อย่างสะดวกและทันที  ด้วยรูปแบบ Mobile Platform  ที่เหมาะกับทั้งองค์กรขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ รวมทั้งสอดคล้องกับวิถีชีวิตของกลุ่มมิลเลเนียล  ซึ่งจะเข้ามาเป็นกลุ่มหลักของตลาดแรงงานราว 50%  ภายหลังจากปี 2020 เป็นต้นไป

5 จุดเด่น Workplace by Facebook  

1. เพิ่มประสิทธิภาพองค์กรด้วยการลดกระบวนการและขั้นตอนทำงานลง ทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น ลดเวลาในการติดต่อประสานงานจากฝ่ายต่างๆ เพราะสามารถเข้าถึงทุกส่วนได้ทันที จากข้อมูลพบว่าบริษัทที่หันมาใช้ Workplace ลดจำนวนการใช้อีเมลล์ในการติดต่อประสานงานลงได้ราว 60-70% รวมทั้งเมื่อมีอุปกรณ์ชำรุดก็ซ่อมได้ทันที ไม่ต้องรอหลายวันแบบเดิม

2. เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสื่อสารภายในที่ครบถ้วน ทั้งการแจ้งข่าวสาร Group Chat, Message ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกัน ไม่ยึดติดกับโครงสร้างองค์กรในรูปแบบเดิมอีกต่อไป เพราะสามารถติดต่อข้ามแผนกหรือคนละส่วนงานกันได้ ทำให้พนักงานคุ้นเคยกัน ลดช่องว่างระหว่างวัยหรือช่องว่างในการสื่อสารลงได้

3. เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้ง่าย เพราะฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ เป็นแบบเดียวกับ Facebook ที่ทุกคนคุ้นเคยดีอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเรียนรู้ใหม่ รวมทั้งลดต้นทุนในการทำธุรกิจลง เช่น การ Live Video การจัดประชุม อบรม เทรนนิ่ง หรือแม้แต่การทำโพล การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน

4. แพลตฟอร์มเปิดกว้างให้สามารถทำงานเชื่อมโยงกับระบบปฏิบัติการต่างๆ ทั้งไมโครซอฟท์ เซลส์ฟอร์ซ ควิป บ็อกซ์ และดร็อปบ็อกซ์ โดยยังมีการอัพเดทและพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ เข้ามาอยู่ตลอดเวลา อาทิ Chat Bot, Group Video Calling เพื่อเพิ่มประโยชน์ในการใช้งาน โดยจะเน้นให้สามารถใช้งานได้ง่ายๆ เป็นสำคัญ

5. ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของภาษาในการใช้งาน เพราะมีฟังก์ชั่นแปลภาษาได้ถึง 100 ภาษา และได้รับการยอมรับจากบริษัททั่วโลกกว่า 14,000 แห่ง ครอบคลุมทุกทวีป รวมทั้งในทวีปแอนตาร์กติกาหรือขั้วโลกเหนือ ส่วนในประเทศไทยได้รับการยอมรับทั้งในบริษัทขนาดใหญ่ และสตาร์ทอัพ อาทิ อนันดา แฟมิลี่มาร์ท อะโกดา อุ๊กบี ฮับบา เป็นต้น