16 จิ้งจอกไทยเลือดใหม่ จาก Fox Hunt รุ่นที่ 1 เตรียมกลับไทย พร้อมฟาดแข้งในระดับอาชีพ

หลังจากเฟ้นตัวหานักเตะเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี ในโครงการ  ‘Fox Hunt ตามล่าจิ้งจอก สายพันธุ์สยาม’ หรือ Fox Hunt รุ่นที่ 1 จำนวน 16 คน เพื่อเข้าฝึกอบรมและใช้ชีวิตภายใต้การฝึกสอนอย่างมืออาชีพของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ (Leicester City Football Club) เป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง ตอนนี้เยาวชนจากโครงการดังกล่าวพร้อมกลับมาประเทศไทยเพื่อสานฝันเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริงแล้ว

วิทยา เลาหกุล, เกียรติศักด์ เสนาเมือง, ธีรศิลป์ แดงดา เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อของนักฟุตบอลทีมชาติไทย ที่เคยได้รับประสบการณ์กับการร่วมงานในสโมสรฟุตบอลในยุโรปมาแล้ว และต้องยอมรับว่าฟุตบอลที่คนไทยคลั่งไคล้ส่วนใหญ่ก็คือทีมดังๆ ในพรีเมียร์ลีค, บุนเดสลีกา และลาลาก้า สเปน เพื่อตามรอยรุ่นพี่ในทีมชาติ และสั่งสมประสบการณ์จากการเล่นฟุตบอลในทีมที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ริเริ่มโครงการ ‘Fox Hunt ตามล่าจิ้งจอก สายพันธุ์สยาม’ ค้นหาเยาวชนไทยที่มีความสามารถและทักษะทางด้านฟุตบอลที่โดดเด่น ให้ได้ไปเรียนรู้และพัฒนาการเล่นฟุตบอลอย่างมืออาชีพกับครูฝึก และนักเตะอาชีพระดับโลกภายใต้หลักสูตรของ ‘เลสเตอร์ ซิตี้ อคาเดมี’ (Leicester City Academy) ที่แคมป์บ่มเพาะนักเตะในอังกฤษที่ปลุกปั้นนักเตะป้อนให้ทีมชาติประเทศอังกฤษมาแล้ว เช่น Emile Heskey ก็เคยเป็นนักเตะเยาวชนของทีม

โดยโครงการ Fox Hunt รุ่นที่ 1 นี้ เริ่มฝึกกันมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 กระทั่งปลายเดือนมิถุนายนนี้ น้องๆ นักเตะเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 16 คน จะเดินทางกลับเมืองไทย เพื่อเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในสนามต่อไป

ทางด้านตัวแทนของน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการ 2  คนได้นำเอาเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นมาบอกเล่า ดังนี้

นายอภิวิชญ์ ทราบรัมย์ หรือน้องเอ็ม อายุ 20 ปี จากโรงเรียนปทุมคงคา กรุงเทพมหานคร หนึ่งใน 16 Fox Hunt รุ่นที่ 1 กล่าวว่า “ผมชอบเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 6 ขวบ แล้วเกิดติดใจ จึงเล่นกับเพื่อนๆ เรื่อยมา ไม่เคยคิดว่าจะได้มีโอกาสไปต่างประเทศเลยครับ เพราะพ่อแม่ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป รับเหมาก่อสร้าง เปลี่ยนไซต์งานไปเรื่อยครับ มีรายได้ก็พอจุนเจือครอบครัว วันที่ทราบว่าได้รับคัดเลือกจากเด็กกว่า 1,000 คน! ให้ได้ไปเข้าแคมป์ของโครงการคิงเพาเวอร์ และเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ประเทศอังกฤษ ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสนี้ในชีวิต สำหรับเด็กธรรมดาๆ คนนึง มันเกินฝันครับ!”

“2 ปีครึ่ง ผมได้อะไรมากมาย ได้โอกาสไปเรียนรู้ ฝึกการเล่นฟุตบอลที่ต่างประเทศ ได้ประสบการณ์จากมืออาชีพ ฝึกเลี้ยงบอล ส่งบอล ระบบรุกรับอย่างมืออาชีพ รวมถึงได้รับคำแนะนำในการฝึกซ้อมขั้นพื้นฐานด้วยครับ ก่อนเดินทาง ต้องไปเข้าคอร์สอินเทนซีฟเพื่อเรียนภาษาอังกฤษเบื้องต้น พอไปอยู่จริง ปรับตัวอยู่ 3-4 เดือนเลยครับ ภาษาอังกฤษยาก ต้องตั้งใจเรียน กินนอนเป็นเวลา รักษาระเบียบวินัย ให้ร่างกายฟิตพร้อมทั้งเพื่อการเรียน และเพื่อการซ้อมฟุตบอลครับ สิ่งที่ประทับใจ คือได้เล่นฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีก และได้รู้จักเพื่อนๆ ทีดีมากครับ ความฝันต่อไป คือ ผมอยากติดทีมชาติครับ! อยากไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ให้ทั่วโลกรู้ว่า ฝีมือเด็กไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลกครับ” น้องเอ็มกล่าวทิ้งท้าย

 ส่วน นายอนนต์ สมากร (น้องโบ๊ต) อายุ 20 ปี จากโรงเรียอัสสัมชัญธนบุรี อีกหนึ่งใน Fox Hunt รุ่นที่ 1 เล่าว่า “ไม่รู้จริงๆ ครับว่า เริ่มชอบเล่นฟุตบอลตั้งแต่เมื่อไร รู้ตัวอีกที คือ รักฟุตบอลไปแล้วครับ ส่วนใหญ่จะใช้เวลาว่างเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนและหลังเลิกเรียน ตอนที่ทราบว่า มีรับสมัครก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ครับ เพราะมีนักเตะรุ่นเยาวชนที่เก่งๆ อีกมาก แล้วมีคนสมัครกว่าพันคน จะได้มาเป็น 1 ในเพียง 16 คน แค่คิดก็ยากแล้วครับ แต่นี่เป็นบทพิสูจน์ว่า ฝันที่เป็นจริง มีจริงๆ ครับ ตอนที่รู้ผล ดีใจมากๆ พ่อแม่ภูมิใจมากครับ เพราะที่บ้านคงไม่ได้มีโอกาสที่จะส่งเราไปเรียนแบบนี้ได้ เป็นโอกาสที่หาได้ยากจริงๆ คงไม่มีอีกแล้ว เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต โดยเฉพาะการไปเรียนรู้การเล่นฟุตบอลกับสโมสรระดับพรีเมียร์ลีก อย่างเลสเตอร์ ซิตี้ กลับมาแล้ว ผมจะตั้งใจซ้อมต่อ เอาความรู้ เคล็ดลับ วิชาที่ทางโค้ชเลสเตอร์ ซิตี้สอนมาใช้ในทุกๆ วัน อนาคตอยากเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ และฝันอยากไปยุโรปครับ”

จะว่าไปแล้ว ถือเป็นโบนัสจริงๆ สำหรับน้องๆ  Fox Hunt รุ่น 1 ที่อยู่กับสโมสรในช่วงเวลาที่ได้เห็นภาพการฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีคฤดูกาล 2014/2015 น่าจะเป็นโมเมนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจ และความสุขแบบสุดๆ ชนิดที่เรียกได้ว่าราวเป็นเทพนิยายเลยทีเดียว รวมทั้งได้เห็นแข้งไทยแท้ 100% อย่างน้องลีออน เจมส์ ได้รับโอกาสเซ็นสัญญาอาชีพของระบบเยาวชนในอังกฤษกับทีมเลสเตอร์ซิตี้ และได้รับค่าเหนื่อยตามแบบฉบับของนักเตะอาชีพ พร้อมด้วยทุนการศึกษาเป็นเวลา 2 ปี

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์  มีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ Fox Hunt ตามล่า จิ้งจอกพันธุ์สยาม จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาทักษะการแข่งขันฟุตบอล รวมทั้งสร้างแรงกระตุ้นให้กับเยาวชนไทย เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน และเป็นแรงขับเคลื่อนวงการฟุตบอลของไทย ให้ก้าวหน้า และยกระดับเทียบเท่ากับวงการฟุตบอลในระดับสากลต่อไป และไม่ใช่ว่าโครงการแบบนี้จะมีเพียงครั้งคราวเท่านั้น กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เล็งเห็นผลอย่างต่อเนื่องจึงจัดโครงการนี้ทุกปี สำหรับ Fox Hunt รุ่นที่ 2 ได้เดินทางไปประเทศอังกฤษ เมื่อต้นปีพ.ศ. 2559 และจะเดินทางกลับเมืองไทยกลางปีพ.ศ. 2561 กลายเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าให้กับสโมสรเลสเตอร์ซิตี้, ทีมสโมสรในไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีค และแน่นอนว่าในระดับทีมชาติทุกรุ่นต่อไป

นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ นอกจากจะสร้างแบรนด์ในระดับโลกผ่านการทีมสโมสร ถึง ณ จุดนี้ต้องบอกว่าคุ้มค่า ทั้งการสร้างประวัติศาสตร์ได้แชมป์พรีเมียร์ลีค การเข้าไปเล่นในถ้วยยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีค รวมทั้งยังคงโลดแล่นอยู่ในลีคสูงสุดในประเทศอังกฤษ การสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืนผ่าน sport Marketing ในประเทศไทยก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ผ่านทางการเข้าสนับสนุนทีมในประเทศไทย และโครงการ Fox Hunt ที่ลงทุนในทรัพยกรมนุษย์ซึ่งประเมินค่ามิได้ เพราะสิ่งที่เยาวชนกลุ่มนี้ได้รับไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่เป็นการปรับตัว การใช้ชีวิต ภาษา และการศึกษา

 

Share and Comments

Comments

Related Post

Latest Posts

Most Commented

ติดตาม Brand Buffet
ฟรี! กดรับข่าวผ่านE-mail อัพเดททุกความเคลื่อนไหว กรอกอีเมลล์ของคุณในช่องด้านล่างนี้ กดยืนยันในอีเมล์ด้วยจึงจะสมบูรณ์

Join other followers