HomeCSRถอดวิถีการตลาดมุมกลับ สไตล์ King Power ผ่านกิจกรรม CSR จะทำเรื่องใหญ่ ต้องเริ่มจากสิ่งเล็กๆ

ถอดวิถีการตลาดมุมกลับ สไตล์ King Power ผ่านกิจกรรม CSR จะทำเรื่องใหญ่ ต้องเริ่มจากสิ่งเล็กๆ

แชร์ :

“King Power น่าจะเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกๆ ที่เข้ามาซื้อสปอนเซอร์ป้ายข้างสนามในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเลยมั้งครับ ตอนนั้นคุณพ่อ(คุณวิชัย) เขียนแค่คำเดียวเลยว่า Welcome to Thailand ท่านคิดง่ายมากเลย บอกว่าพอคนมาเที่ยวเมืองไทย เดี๋ยวเขาก็ต้องซื้อของเราเองนั่นแหละ” คุณต๊อบ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เล่า

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

กระทั่งมาถึงรุ่นของเขาแนวทางการบริหารที่มีแนวคิดเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ถูกสะท้อนออกมาอีกครั้งผ่านกิจกรรม ต่างๆ  ที่ถือกำเนิดขึ้นหลังจาก “เลสเตอร์ ซิตี้” ธุรกิจอีกอย่างของเครือ ที่สร้างเซอร์ไพร์สหักปากกาเซียนทุกสำนักคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งนั่นก็เป็นตัวจุดประกายทางความคิด ว่าคนไทยมีความสามารถมากกว่าที่คาดคิด จนทำให้ King Power ริเริ่มโครงการ CSR ภายใต้แนวคิด “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย” ของตัวเองอย่างจริงจัง และภายใน 1 ปีที่ผ่านมามีกิจกรรมที่เกิดขึ้นรวมแล้ว 17 โครงการ 4 ด้านหลัก ซึ่งนี่คือ กิจกรรมไฮไลต์และสามารถสะท้อนวิธีคิดทางธุรกิจของตระกูลศรีวัฒนประภา

Sport Power

อาศัยเครือข่ายที่แข็งแรงในต่างประเทศ ทั้งทีมเลสเตอร์ ซิตี้ที่อังกฤษ และทีมเอาด์ เฮเวเลย์ เลอเวน ในเบลเยี่ยม ปั้นโครงการ Fox Hunt แต่ละปีเฟ้นหาเพชรเม็ดงามในวงการนักเตะเยาวชนไทยไปฝึกกับทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งตอนนี้ได้แต่ “อาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์” โดยปัจจุบันมีเด็กไทยที่ผ่านโครงการนี้เข้าไปหนึ่งในทีม U21 ของ เอาด์ เฮเวเลย์ เลอเวนแล้ว แต่ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันที่จะทำให้คนไทยยอมรับในโครงการนี้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อ มีเด็กของ Fox Hunt ได้เป็นตัวหลักของทีมใน TPL ทีมดังในเอชีย หรือแม้กระทั่งทีมชาติไทยชุดใหญ่ นั่นแหละ คือผลที่  King Power รอคอยและเชื่อว่าถ้าถึงวันนั้นจะก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมมหาศาล

“เราเรียนรู้จากข้อผิดพลาดอยู่ตลอด ตอน Fox Hunt รุ่น 1 ที่เราคิดว่าเก่งมาก ปรากฏไปแข่งจริงๆ แพ้เขาครับ เราก็ต้องพัฒนาขึ้น เด็กเองก็ต้องเก็บเอาตรงนี้ไปเป็นประสบการณ์ของเขา และเรียนรู้จากตรงจุดนี้เช่นกัน…แต่ผมคาดหวังว่า 3  ปีนับจากวันนี้ ตอนซีเกมส์ครั้งหน้า จะต้องมีเด็กจาก Fox Hunt ในทีมชาติไทย”   

นอกจากเรื่องใหญ่ที่ใช้งบประมาณปีละหลายสิบล้าน เพื่อดูแลชีวิตนักเตะราว  10-20  คน ต่อปีแล้ว King Power ยังทำเรื่องง่ายๆ แต่ยิ่งใหญ่ในระดับประเทศ กับโครงการล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย แจกลูกฟุตบอลจำนวน 1 ล้านลูกให้กับเด็กไทยทั่วประเทศ ภายในปี 2565 ซึ่งตอนนี้แจกไปแล้วราว  200,000 ลูก ซึ่งต้นทุนของลูกฟุตบอลหนังที่คิง เพาเวอร์แจกก็ประมาณลูกละเกือบ 2 พันบาท

“ผมเองก็เคยเป็นเด็กมาก่อน สมัยนั้นเวลาอยากจะเตะบอล แต่ครูชอบเอาลูกฟุตบอลไปเก็บในห้อง ไม่มีโอกาสได้เล่น ขณะที่เคยมีโค้ชคนหนึ่งพูดกับผมว่า ถ้าอยากเล่นฟุตบอลให้เก่งต้องโดนลูกฟุตบอลให้ได้วันละ 1 พันครั้ง ดังนั้นเราก็เลยคิดว่า มันต้องเริ่มจากการให้โอกาสกับเยาวชนเขาก่อน อย่างน้อยก็ทำให้เขาได้มีเพื่อน ได้รู้แพ้รู้ชนะ ได้ออกกำลังกาย”

คนที่เคยทำทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วอย่างเขา ทำไมจะไม่รู้ว่า แค่แจกลูกฟุตบอล ยังไม่พอที่จะพัฒนาทีมกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีมเวิร์คแบบนี้..ให้ชนะ.. แต่แจกลูกฟุตบอลไปก่อนเพื่อจุดประกาย แล้วสร้างแรงส่งก่อนที่จะเติบโตและแข่งขันในระดับอื่นๆ ต่อไป

Music Power

อาศัยความเชี่ยวชาญในการทำการตลาดและให้พื้นที่สื่อทำ Flash Mob ซึ่งคลิปดังกล่าว  รวมทั้ง “พื้นที่” จริงอย่างโรงละครอักษราของ King Power  เป็นเวทีให้กับโครงการแข่งขันวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติแห่งประเทศไทย มุ่งหวังที่จะนำเอาความสามารถที่มีอยู่แล้วของเด็กรุ่นใหม่เหล่านี้ ไปปรากฏให้เห็นในระดับโลก เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นอาชีพให้กับเยาวชนเหล่านี้ในอนาคต

Community Power

ถ้าหากอยากให้นักท่องเที่ยวมาเมืองไทยมากๆ หลายคนอาจจะไปสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ หรือโปรโมทหนักๆ แต่สำหรับมุมมองของ King Power แล้ว เขาเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ อีกเช่นเคย นั่นก็คือ เลือก “ส้วม” สิ่งเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่สำคัญมากเมื่อไปเที่ยว

“ผมเชื่อใน Marketing อย่างหนึ่งว่า ธรรมชาติของคนเราจะมีภาพจำเมื่อไปถึง และตอนกลับว่าประทับใจอย่างไรบ้าง ระหว่างกลางของการท่องเที่ยวในสถานที่นั้นๆ เราอาจจะไม่ค่อยจำเท่าไหร่”

จากเบื้องหลังวิธีคิดนี้ นำมาสู่โครงการพลังคนไทย สุขา สุใจ โดยเริ่มต้นที่สวนพฤกศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ ตามมาด้วยทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี การเลือก Place  และ Timing เปิดตัวโครงการนี้ก็เป็นอีกรายละเอียดที่ถูกคิดไว้แล้ว เมื่อสุขา สุขใจ อันแรก ตั้งขึ้นที่สถานที่ท่องเที่ยวรอง ของจังหวัดหลัก ส่วนอันที่สอง ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางกิจกรรมของจังหวัด ที่เป็นเมืองรอง เพื่อสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ กระจายรายได้ให้ชุมชน ส่วนระยะเวลาการเปิดสำหรับเชียงใหม่ก็เปิดช่วงหน้าหนาว เตรียมรับคลื่นนักท่องเที่ยวที่จะมาสัมผัสลมหวาน ขณะที่ทุ่งศรีเมือง เปิดตัวก่อนเทศกาลแห่เทียนพรรษา ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญของยิ่งของอุบลฯ อาศัยช่วงเวลาที่คนมาเที่ยวจำนวนมากสร้างการรับรู้ แล้วกระตุ้นให้เกิดการจุดประกายต่อยอดเพื่อให้เปิดประโยชน์สำหรับภาคการท่องเที่ยวทั้งหมด

“ผมคุยกับท่านรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ แล้วว่า สำหรับโครงการแบบนี้เราคงจะสร้างให้กับทุกที่ไม่ไหว แต่เราพร้อมที่จะมอบแบบก่อสร้าง มาตรฐาน สเปคทุกอย่างให้กับหน่วยงานเอกชนอื่นๆ ที่ยินดีจะนำไปทำ ในรูปแบบของแต่ละแห่งเอง จะปรับปรุงให้ดีกว่านี้ก็เป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง แต่มาตรฐานไม่ต่ำกว่านี้ รวมทั้งสุขาที่มอบให้แล้ว ก็คงต้องเป็นเรื่องของหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลต่อ”

นอกจากการกระตุ้นเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว King Power ยังทำโครงการ Indigo นำเอาผลงานผ้าคราม จากสกลนคร ซึ่งมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเองไปแจ้งเกิดที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช็อปของสโมสร ซึ่งงานนี้นักเตะระดับโลกของทีมจิ้งจอกสยาม ได้ใช้โปรดักท์ของไทยแลนด์กันถ้วนหน้า   

Education& Health Power

โครงการด้านการศึกษาและสาธารณสุขที่โดดเด่นที่สุดก็คงจะเป็นโครงการก้าวคนละก้าว ของ ตูน บอดี้สแลม ที่วิ่งจากเบตงจนถึงแม่สาย เพื่อระดมเงินบริจาคให้กับ 11 โรงพยาบาล ซึ่งในเรื่องนี้ คุณต๊อบเล่าให้ฟังถึงเบื้องหลังว่าเป็นโครงการที่โผล่ขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อเล็งเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี และไม่ใช่แค่บริจาคแล้วจบไป แต่สิ่งที่ซูปเปอร์สตาร์รายนี้ทำ ช่วยสร้างพลังให้คนไทยเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง และช่วยชักจูงให้คนออกกำลังกาย ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาของชาติในระยะยาว งานนี้ King Power เลยจัดหนัก บริจาคแล้วบริจาคเอง งานเซอร์ไพร์สประกาศเพิ่มเงินบริจาคกันปัจจุบันทันด่วนก็มา ตามที่ปรากฏไปในช่วงเข้าเส้นชัยของพี่ตูน ไปจนถึงโครงการเกี่ยวเนื่องเมื่อภาพยนตร์เรื่อง  2215  เชื่อ บ้า กล้า ก้าว เข้าสู่โรงภาพยนตร์ King Power ก็มีกิจกรรม และบริจาคอีกครั้ง

ไม่ใช่แค่งานใหญ่ระดับประเทศ งานเล็กๆ ที่ครอบครัวศรีวัฒนประภา ทำมานานก็มีเช่น มอบตู้อบให้กับโรงพยาบาล 20 แห่ง “คุณแม่ผมท่านบอกว่าการมอบชีวิต เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ครับ ท่านเลยพยายามสนับสนุนเรื่องนี้อยู่ตลอด และทำมานานแล้ว” คุณต๊อบเล่า

CSR คือ กิจกรรมที่หลอมรวมวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงาน

โครงการทั้งหมดอยู่ภายใต้งาน CSR แต่ในโลกธุรกิจปัจจุบัน งานเพื่อสังคม เข้ามามีส่วนร่วมกับองค์กรอย่างแยกไม่ออก และจำเป็นอย่างยิ่ง

“การสร้างแบรนด์แบบนี้ King Power ทำมาระยะหนึ่งแล้ว พอมาถึงรุ่นผม การทำแบรนด์ในลักษณะนี้ยิ่งมีความสำคัญ เพราะว่าโลกเปลี่ยน Generation เปลี่ยน ตอนนี้คนของเรามีเป็นหมื่น การเข้าถึงคนในองค์กรเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น โจทย์ก็คือ ทำอย่างไรให้เขาเข้ามาทำงานแล้วเห็นว่าบริษัทของเราทำอะไรบ้าง แล้วมันก็ไม่ใช่แค่  Business อย่างโครงการแจกลูกฟุตบอล ผมให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วม เดินทางไปแจกกับเรา หรือให้เขามาบอกว่าควรไปแจกที่ไหน รวมทั้งให้เขาเอาลูกฟุตบอลไปแจกด้วย”

หลายคนมองว่าธุรกิจของ King Power มีแต่เรื่องใหญ่ แต่ในความจริงแล้ว วิธีคิดธุรกิจของเขา ล้วนแล้วแต่เกิดจากเรื่องเล็กๆ ที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เมื่อเข้าไปมีส่วนในการทำแหล่งท่องเที่ยวให้ดี พอมีคนมาเที่ยวเมืองไทยเยอะๆ  King Power หน้าด่านแรก และประตูบานสุดท้ายก่อนออกจากประเทศ ก็จะมีลูกค้ามากขึ้นเอง ทำให้พนักงานเข้าใจว่ากำลังทำอะไรเพื่อสังคมอยู่ พนักงานก็มองเห็นคุณค่าของงาน องค์กร และทำงานบริการ ซึ่งต้องใช้หัวใจเป็นหลักได้ดีขึ้นมาเอง


แชร์ :

You may also like