กางแผนธุรกิจ “เทสโก้ โลตัส” เมื่อไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของ “เทสโก้กรุ๊ป อังกฤษ”

ธุรกิจค้าปลีกในเมืองไทย เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมใหญ่ของประเทศ และเชนค้าปลีกยักษ์ใหญ่ มองว่ายังมีโอกาสทางธุรกิจที่จะขยายสาขา ในหลากหลาย Store Format อีกทั้งความน่าสนใจของค้าปลีกในไทย อยู่ตรงที่ทั้งสองช่องทางหลัก ไม่ว่าจะเป็น Brick-and-mortar และ E-Commerce สามารถเติบโตเดินคู่กันไป โดยเชนค้าปลีก ที่เดิมเปิดแต่รูปแบบสาขา ได้ขยายมายังช่องทางออนไลน์ พร้อมทั้งเชื่อมทั้งสองช่องทางนี้เข้าหากัน

เมื่อธุรกิจค้าปลีกในไทย มีโอกาสธุรกิจ และมีศักยภาพที่จะขยายได้อีกมาก ทำให้ “เทสโก้ กรุ๊ป” ที่อังกฤษ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ “เทสโก้ โลตัส” กำหนดให้ไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ จึงสนับสนุนให้มีการลงทุนต่อเนื่องทุกปี

“ประเทศไทย เป็น Strategic Location ของเทสโก้ กรุ๊ป เพราะฉะนั้นบริษัทแม่สนับสนุนให้เราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งธุรกิจค้าปลีกในไทย มีโอกาสเติบโตทั้งช่องทางร้านค้า และออนไลน์ เนื่องจากสินค้าบางชนิด ลูกค้ายังชอบที่จะเข้ามาสัมผัสตัวเอง เช่น อาหารสด

สิ่งที่เราต้องทำ คือ ทำอย่างไรให้ลูกค้ามาที่สโตร์ สนุกกับการช้อปปิ้ง ได้ประสบการณ์ที่ดีกลับไป เมื่อได้ประสบการณ์ที่ดีแล้ว ลูกค้าก็อยากมาอีก เช่น สาขาใหญ่ ลูกค้าไม่ได้มาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเดียว เขามาใช้ชีวิตอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะมากินข้าว นั่งร้านกาแฟ เดินดูสินค้า ดังนั้นการนำเสนอประสบกาณณ์ที่ดี ต้องเป็นทั้งองค์รวม ไม่ใช่แค่การช้อปปิ้งสินค้าอุปโภคบริโภคเท่านั้น

ในขณะที่ช่องทางออนไลน์ เป็นเทรนด์ที่เติบโตต่อเนื่องมาหลายปี และถึงแม้ยังมีฐานที่เล็ก เมื่อเทียบกับช่องทางสโตร์ แต่ปีที่ผ่านมา เราโตอย่างก้าวกระโดด และเชื่อว่าจะโตขึ้นอย่างแน่นอน เราจึงให้ความสำคัญกับการลงทุนในช่องทางนี้ ทั้งการนำเสนอชนิดสินค้ามากขึ้น การพัฒนาระบบและบริการ เพื่อทำให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งบนช่องทางนี้ดีขึ้น ” มร. จอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าว

สำหรับแผนการลงทุนปี 2560 ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก คือ

การขยายธุรกิจ ได้แก่ เปิดสาขาใหม่ ทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก จากปัจจุบันมีสาขาทั้งหมดกว่า 1,900 สาขา ใน 73 จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนเป้าหมายในปีนี้ ต้องการขยายให้ครบ 2,000 สาขา โดยมุ่งไปที่การลงทุนในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง และภาคอีสาน

พร้อมทั้งปรับปรุงสาขาเดิม คาดว่าจะปรับปรุงสาขาเดิมของ Hypermarket 18 สาขา เท่ากับเมื่อปีที่แล้ว เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้า และทำให้มีรายได้จากค่าเช่าพื้นที่มากขึ้น

นอกจากนี้ลงทุน “ธุรกิจออนไลน์” ต่อเนื่อง โดยมีทั้งช่องทางขาย ได้แก่ เทสโก้ โลตัส ช้อปออนไลน์, Lazada, Weloveshopping และยังใช้สื่อดิจิทัลในการสื่อสารการตลาดไปยังลูกค้า ปัจจุบันบน Social Media ของเทสโก้ โลตัสมี 39 ล้านราย แบ่งเป็น 30 ล้านผู้ใช้งาน บน LINE Official และกว่า 9 ล้านผู้ใช้งานบน Facebook และ Application

แผนงานสำหรับลูกค้า ปีนี้งบประมาณส่วนใหญ่ของการลงทุน จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาระบบ Supply Chain “อาหารสด” เพื่อยกระดับคุณภาพ และทำให้ราคาถูกลง สอดคล้องกับเทรนด์การสร้าง “ความยั่งยืนแบบครบวงจรทั้ง Supply Chain” ที่เวลานี้แบรนด์ใหญ่ต่างกำลังมุ่งมาในทิศทางนี้

การพัฒนา Supply Chain ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ โดยเทสโก้ โลตัส จะทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกร ตั้งแต่การวางแผนปริมาณการเพาะปลูก การให้ความรู้ด้านเทคนิคที่ช่วยเพิ่มผลผลิต และพัฒนามาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัยของสินค้า ขั้นตอนทั้งหมดนี้ เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณของผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถจำหน่ายให้กับเทสโก้ โลตัส อันจะส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นและมั่นคงมากขึ้น

นอกจากนี้ได้ลงทุนซื้อเครื่องจักร และเทคโนโลยีสำหรับโรคแพ็คสินค้า ระบบการจัดส่งสินค้า และมีแผนขยายสถานที่พักสินค้า ใกล้แหล่งเพาะปลูกมากขึ้น เพื่อทำให้ผลผลิตคงความสดได้นานขึ้น

“ที่ผ่านมาเราเน้นราคาถูกมาโดยตลอด แต่ในการแข่งขัน จะแข่งเรื่องราคาถูกอย่างเดียวตลอดไป ก็ไม่มีวันจบ เพราะฉะนั้นเรามาเติมเรื่อง “คุณภาพ” ที่ลูกค้าต้องการ ทำให้สินค้ามีทั้งคุณภาพ และราคาเดินคู่ไปด้วยกัน”

เหตุผลที่ “เทสโก้ โลตัส” โฟกัสการขาย “อาหารสด” เพราะอาหารเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องซื้ออยู่แล้ว และเป็นกลุ่มสินค้าที่สามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง ได้มากกว่าสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ที่แทบจะไม่มีความแตกต่าง และยังกันเรื่องโปรโมชั่นราคา

นอกจากจะทำงานร่วมกับเกษตรกรไทย เพื่อวางแผนและควบคุมทั้งคุณภาพ ปริมาณผลผลิต และประเภทสินค้าที่ตลาดต้องการแล้ว ด้วยความที่เป็นเชนค้าปลีกระดับโลก จึงมีเครือข่ายในหลายประเทศ ตรงนี้เป็นจุดแข็งของ “เทสโก้ โลตัส” ที่สามารถนำเข้าอาหารสดจากต่างประเทศมาจำหน่ายในไทยได้ ควบคู่กับการทำราคาเข้าถึงง่าย ทำให้ชนิดสินค้าอาหารสดมีความหลากหลาย น่าสนใจ สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ซึ่งต่อไป “อาหารสด” จะกลายเป็นหนึ่งใน Key Magnet ที่ดึงผู้บริโภคให้เข้ามาเดินที่เทสโก้ โลตัส

แผนงานสำหรับพนักงาน และชุมชน โดยให้การสนับสนุนเกษตรกร และ SME พร้อมทั้งสร้างงานและพัฒนาศักยภาพพนักงาน โดยปัจจุบันเทสโก้ โลตัสมีพนักงานกว่า 60,000 คน รวมถึงพัฒนาชุมชนรอบข้าง

“เทสโก้ โลตัส ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ปีนี้เป็นปีที่ 23 เรายังคงลงทุนต่อเนื่อง เพื่อให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า และเติบโตไปพร้อมๆ กับเศรษฐกิจไทย เพื่อเป็นร้านค้าในดวงใจที่ลูกค้าชื่นชอบ และจำหน่ายอาหารสด คุณภาพสูง ในราคาเอื้อมถึงได้” มร. จอห์น คริสตี้ กล่าวทิ้งท้าย