โทรศัพท์มือถือจะมาแทนที่การดูทีวีแบบเดิมๆ จริงหรือ!?!

โลกหมุนเร็วจนทุกวันนี้การดูหนังและรายการโปรดไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนหน้าจอทีวีที่คุยเคยนั่งจมโซฟาอยู่อีกต่อไป เพราะตอนนี้ใครๆ ก็หันมาดูคอนเทนท์ต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือกันจนเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ที่ไหนก็ดูรายการโปรดได้ทุกเมื่อ  ผลสำรวจจาก eMarketer บอกเราว่าผู้บริโภคใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น 1 นาทีในทุกๆ วันตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ดูทีวีน้อยลงวันละครึ่งนาทีทุกๆ วันเช่นกัน การ เพิ่มขึ้นนี้ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าภายในอีกไม่กี่ปีช้างหน้า โทรศัพท์มือถือจะเป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคเลือกเวลาที่จะดูรายการโปรดของพวกเขา ทำให้ผู้ผลิตรายการทั้งหลายต้องปรับตัว เรียกว่าแค่ก้าวตามไม่ทัน แต่ต้องก้าวนำหน้าเลยทีเดียว เพื่อที่จะสามารถเข้าไปจับตลาดความต้องการการเสพสื่อของผู้บริโภคในช่องทางนั้นๆ ได้

Tony Goncalves รองประธานอาวุโสฝ่ายวางแผนและพัฒนาธุรกิจจาก AT&T Entertainment Group กล่าวว่า “เครือข่ายทั้งหลายพัฒนาขึ้นอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีช่องทางในการเข้าถึงเนื้อหาต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ในขณะที่อุปกรณ์เคลื่อนที่ก็พัฒนาตาม จอมีขนาดใหญ่ขึ้น ทรงประสิทธิภาพมากขึ้น และมีคอนเทนท์รอให้เสพจำนวนมากขึ้นเช่นกัน ทำให้มีการแบ่งแยกประเภทของคอนเทนท์เกิดขึ้น” AT&T กล่าวว่า data traffic ของพวกเขาเพิ่มขึ้น 2.5 แสนเปอร์เซ็นต์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เฉพาะปีที่แล้วปีเดียว 75% Goncalves บอกว่ามีความคาดหวังการเติบโตแบบข้ามเครือข่ายอย่างมากในอีก 3 ปีข้างหน้า

Ken Burbary ผู้บริหารฝ่ายดิจิทัลจากเอเจนซี่ Lowe Campbell Ewald กล่าวว่า “เมื่อไม่นานมานี้เรามีแค่ Netflix แต่ตอนนี้เรามีตัวเลือกมากมายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นช่องแยกต่างๆ หรือช่องจำพวก HBO Go, Hulu หรือ Netflix ที่ล้วนสร้างคอนเทนท์ของตัวเองขึ้นมาดึงดูดความสนใจของผู้คน โดยไม่ได้แค่รอคอนเทนท์จากผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว”

สัญญาณอีกอย่างหนึ่งคืออการที่ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon เข้าร่วมงาน Academy Award ของปีนี้ และ Amazon ได้รับรางวัล Oscar ในสาขา Best Original Screenplay จาก Manchester by the Sea และรับรางวัล Best foreign language จาก The Salesman ในส่วนของ Netflix ที่ได้ลุ้นในเวที Emmys และ Peaboy awards สำหรับหนังสั้นที่ผลิตขึ้นเอง ก็ได้เข้าชิง Oscar ในหมวด Original Short subject documentary จากเรื่อง The White Helmets นั่นแปลว่าผู้ผลิตคอนเทนท์ที่ดูผ่านช่องทางอื่นๆ นอกเหนือจาก Traditional TV สร้างสรรค์เรื่องราวที่มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ จนเบียดแย่งรางวัลบนเวทีใหญ่ได้แล้ว 

ผู้ชมเองก็รับรู้ว่าเรื่องราวมากมายที่เคยโลกแล่นบนจอทีวีไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดแค่ในทีวีอีกต่อไป เพราะมีช่องทางให้เลือกเผยแพร่อีกมากมาย เช่นเดียวกับที่ผู้บริโภคมีช่องทางให้เปิดดูอีกมากมายเช่นกัน ในช่วงเวลาที่คุยกำลังบทความนี้ก็ไม่แน่ว่า Netflix อาจจะกำลังปล่อยซีรีส์เด็ดๆ อีกเป็นโหล

AT&T เห็นช่องทางตรงนี้ พวกเขาเข้าซื้อระบบ DirectTV ในราคา 4.85 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และ 18 เดือนต่อมาก็ปล่อยมันออกมาให้ใช้งาน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้คนสามารถดูทีวีผ่านมือถือได้เลย โดยไม่ต้องมีเครื่องรับสัญญาณ และในทางกลับกัน Comcast ก้าวเข้าสู่สังเวียนผู้ให้บริการไร้สาย โดยการประกาศว่าได้ร่วมมือกับ Xfinity ในการให้บริการดูรายการต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยความเชื่อที่ว่าดูผ่านอะไร ไม่สำคัญเท่าดูอะไร จึงให้ความสำคัญกับการจัดหาคอนเทนท์เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกดูรายการที่หลากหลายได้ผ่านมือถือของพวกเขา โดยสามารถเลือกประเภทของคอนเทนท์ที่ต้องการได้อย่างสะดวก ง่าย ตามเวลาที่ต้องการ

อย่างไรก็ตามยังมีคนเชื่อว่านี่ไม่ใช่จุดจบของโทรทัศน์ที่จะหายไปจากยุคแบบญาติห่างๆ อย่างเครื่องรับวิทยุ เพราะเชื่อว่าหลายคนยังชื่นชอบการดูบนจอใหญ่มากกว่า ยกตัวอย่างพฤติกรรมของคนดู Game of Throne ที่ดูบนจอใหญ่ๆ ก็สะใจกว่าที่จะดูบนจอมือถือหรือแท็บเล็ต เพราะคอนเทนท์คุณภาพจะทำให้คนดูยอมสละความสะดวกสบายไปได้ และคอนเทนท์ประเภทนั้นจะทำให้มือถือจะมีบทบาทแค่เชื่อมต่อกับจอโทรทัศน์ในเวลาใดๆ ก็ตามที่พวกเขาต้องการดู จึงเป็นความสะดวกสบายของอุปกรณ์สองยุคที่เชื่อมต่อกันเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน

Source

 

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM