HomeBrand Move !!ไขข้อข้องใจ ทำไมต้อง ‘น้ำแร่ตราช้าง’ และ น้ำดื่มตราช้าง ยังอยู่ไหม ?

ไขข้อข้องใจ ทำไมต้อง ‘น้ำแร่ตราช้าง’ และ น้ำดื่มตราช้าง ยังอยู่ไหม ?

แชร์ :

หลังจากที่ BrandBuffet ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ถึง “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ขวดเขียวมรกต ที่น่าดึงดูดและดูพรีเมี่ยมอย่างมาก (อ่านต่อ) ล่าสุด มร. เอ็ดมอนด์ เนียว คิม ซูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  ออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

จากเทรนด์ทั่วโลกผู้บริโภคเข้าสู่สังคมเมืองมากขึ้น (Urbanization) และโดยเฉพาะเอเชียจะมีชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านคนภายในปี 2030  ซึ่งพวกเขามีความตั้งใจที่จับจ่าย  ต้องการของที่ดีมีคุณภาพ ชอบค้นหาประสบการณ์และข้อเสนอใหม่ๆ และรวมไปถึงเทรนด์ดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น จึงทำให้มีพฤติกรรมการเลือกเครื่องดื่มที่สามารถช่วยดับกระหาย มอบความสดชื่น และให้คุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย จนทำให้ตลาดน้ำแร่ในประเทศไทยในปีที่ผ่านมามีมูลค่าอยู่ที่ 3,800 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี ขณะตลาดรวมน้ำดื่มทั่วไปเติบโตที่ 8%

ขณะเดียวกันตามเป้าหมายของเครือไทยเบฟฯที่ได้ประกาศว่าในปี 2020 (2563) สัดส่วนรายได้ของยอดขายเครื่องดื่ม Non-Alcohol และ Alcohol ต้องเป็น 50%-50%  ดังนั้นหนึ่งในแบรนด์เครืออย่าง ‘ช้าง’ ต้องเป็นอีกความหวังเพื่อก้าวไปให้ถึงเป้าหมาย  อีกทั้งน้ำแร่ธรรมชาติตราช้างยังเป็นตัวนำร่องที่จะยกภาพลักษณ์ของแบรนด์ช้างให้มีภาพลักษณ์พรีเมี่ยมมากขึ้นด้วย

“น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Premium Mass  ผลิตจากหนึ่งในแหล่งน้ำบริสุทธิ์ที่ดีที่สุด จากชั้นหินให้น้ำธรรมชาติ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่สะสมแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่างๆ มากว่า 1.6 ล้านปี นำมาผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับโลก ด้วยระบบการกรองแบบ 3 ชั้น (Triple Filtration Process) ที่ทำให้ “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” สะอาดและบริสุทธิ์ แต่ยังคงอุดมไปด้วยแร่ธาตุตามธรรมชาติที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน จนได้รับการรับรองคุณภาพจาก NSF สถาบันรับรองความปลอดภัยการผลิตอาหารและน้ำดื่มจากประเทศสหรัฐอเมริกา

ในส่วนบรรจุภัณฑ์ของ “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ได้รับการออกแบบให้มีดีไซน์ที่โดดเด่น ด้วยสีเขียวมรกตสดใสที่แตกต่างจากน้ำแร่ทั่วไปในตลาด และใช้ Brand Asset ของขวดเบียร์ช้างสีเขียวมรกตที่ประสบความสำเร็จมาใช้ ดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มมิลเลนเนียล ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ และให้ความภาคภูมิใจเวลาถือ ทั้งนี้ได้วางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นน้ำแร่ในกลุ่มพรีเมี่ยม วางจำหน่ายขนาด 460 มล. ในราคาขวดละ 10 บาท

โดยในช่วงแรกของการเปิดตัวเข้าสู่ตลาดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้ประเดิมวางจำหน่ายเฉพาะในเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี  ทั้งในส่วนยอดขายและการโพสผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ทั้งนี้หลังจากนี้จะเริ่มกระจายสินค้าไปในช่องทาง HORECA อาทิ โรงแรมชั้นนำและร้านอาหารระดับพรีเมี่ยม ทั่วประเทศ โดยที่ตั้งเป้าหมายเป็น Top 3 ในตลาดนี้ภายใน 2 ปี ซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดถึง 20%   สำหรับน้ำดื่มช้างปกติมีกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน การทำตลาดยังคงแตกต่างกันและก็ยังจัดจำหน่ายเช่นเดิม

มร.เอ็ดมอนด์ กล่าวต่อไปว่า บริษัทฯ จะมีการสร้างการรับรู้เพื่อตอกย้ำความแตกต่างของ “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง”  ผ่านการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “สิ่งที่มีคุณค่า ต้องใช้เวลาเสมอ” หรือ “Greatness Takes Time” โดยมีแนวคิดจากเรื่องราวการเดินทางของคำว่าเพื่อน ที่ต้องใช้เวลายาวนานในช่วงชีวิต สะท้อนถึงคุณค่าของการสะสมสิ่งดีๆ เรื่องราวและมิตรภาพที่มีร่วมกัน เหมือนคุณค่าของ “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ที่สะสมแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่างๆ ในชั้นหินให้น้ำธรรมชาติ จ.พระนครศรีอยุธยา มากว่า 1.6 ล้านปี โดยโฆษณาชุดนี้จะเริ่มเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์ นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป

Add LINE Official Account
แชร์ :

You may also like