จากประสบการณ์การทำงานเรื่องระบบการจัดการน้ำมาโดยตลอด ทำให้ คุณอนุสร โลหะพันธกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นาโนว่า จำกัด มีองค์ความรู้และความเข้าใจเรื่อง “การกรองน้ำ” ในประเทศไทยเป็นอย่างดี ประกอบการความตั้งใจที่อยากจะลดการใช้พลาสติคลง ทำให้ 2 ผู้ก่อตั้ง “อนุสร และ บุญญเดช” ร่วมกันก่อตั้ง บริษัท นาโนว่า จำกัด ทำเครื่องกรองน้ำภายใต้แบรนด์ Rynn โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้คนไทยได้ดื่มน้ำที่มีแร่ธาตุที่ดี สะอาด ขณะเดียวกันก็ลดการบริโภคพลาสติคลง
ทำความเข้าใจระบบกรองน้ำ Rynn
Rynn ใช้ระบบ Mineral Preserved Water ใช้การกรองแบบ นาโนฟิลเตอร์ ซึ่งมีความละเอียดระดับ 0.001 ไมครอน โดยสามารถกรองเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย และสารอินทรีย์ที่ก่อให้เกิดกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษาแร่ธาตุธรรมชาติไว้ได้ประมาณ 80% ทำให้น้ำแร่จาก Rynn มีทั้งความสะอาด ปลอดภัย และยังคงคุณค่าทางแร่ธาตุ แตกต่างจากระบบ Reverse Osmosis (RO) ความละเอียด 0.0001 ไมครอน ที่มีเพียงโมเลกุลของน้ำที่สามารถผ่านได้ แร่ธาตุที่มีประโยชน์จึงถูกกรองออกจนหมด ขณะที่ระบบอัลตราฟิลเตอร์ ก็ยังไม่สามารถกรองความกระด้างของนํ้าได้อย่างสมบูรณ์ อธิบายง่ายๆ ว่าการใช้ไส้กรองที่มีความละเอียดมากกว่าเครื่องกรองน้ำอื่นๆ ทำให้ผู้บริโภคได้นำ้ที่สะอาด ขณะเดียวกันก็ยังมีแร่ธาตุเอาไว้ ซึ่งช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ต้องการ เช่น หลังออกกำลังกาย
รวมทั้งระบบผลิตน้ำแร่ของ Rynn ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความแตกต่างของคุณภาพน้ำประปาในบางพื้นที่ เช่น ปัญหาคลอรีนตกค้างจากถังพักน้ำ หรือสถานการณ์น้ำเค็มหนุนในบางช่วงเวลา โดยช่วยเพิ่มความมั่นใจ ให้กับผู้ประกอบการในด้านมาตรฐานน้ำดื่ม และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากคุณภาพน้ำที่ไม่สม่ำเสมอในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อกังวลสำคัญของธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม ดังนั้นในช่วงเริ่มต้นกว่า 3 ปี ที่ผ่านมา ทาง Rynn จะต้องเข้าไปวัดคุณภาพน้ำ ตั้งแต่น้ำที่เข้าเครื่องกรองก่อนจะตัดสินใจติดตั้งเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งให้บริการในระบบ Subscription เพื่อเข้าไปเซอร์วิสลูกค้าแบบรายเดือน เพื่อวัดคุณภาพต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

คุณอนุสร โลหะพันธกิจ และ คุณ บุญญเดช มิตรอุปถัมภ์ สองผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท นาโนว่า จำกัด
โดยปัจจุบันนี้แพ็กเก็จค่าบริการของ Rynn ยังคงเหมาะสมกับธุรกิจร้านอาหาร และโรงแรมเป็นหลัก มีตั้งแต่เริ่มต้น ความเร็วของการกรองอยู่ที่ 30ลิตรต่อชั่วโมง เดือนละ 8,000 บาทเหมาะกับร้านอาหารหรือร้านกาแฟขนาดเล็ก ถัดมาเป็น ความเร็ว 60 ลิตรต่อชั่วโมง ค่าบริการเดือนละ 10,000 บาท จนถึงความเร็วสูงสุด 120 ลิตรต่อชั่วโมง เดือนละ 15,000 บาท ซึ่งเมื่อหารเฉลี่ยออกมาแล้ว ทำให้ธุรกิจมีค่าใช้จ่ายต่อวันไม่มาก ขณะเดียวกันมีจุดเด่นที่ไม่ต้องบริหารพื้นที่จัดเก็บน้ำขวดแบบเดิม ซึ่งเปลืองพื้นที่ เสียแรงงานคนยก รวมทั้งต้องจัดเข้าตู้แช่แล้วรอเวลาเย็น ขณะที่ Rynn มีจุดเด่นสามารถผลิต “น้ำสปาร์คลิ้ง” ได้เลย โดยผสานระบบอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลงไปในน้ำขณะที่เย็นจัด โดยร่วมมือกับ Celli บริษัทผลิตเครื่องทำความเย็นเครื่องดื่มระดับโลก โครงสร้างภายใน เครื่องทำความเย็นและทำน้ำสปาร์คกลิ้งใช้เป็นท่อทองแดงทั้งหมด ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและควบคุมอุณหภูมิของน้ำ ส่งผลให้ได้น้ำสปาร์คกลิ้งที่มีฟองละเอียด ความซ่าคงทน และสามารถรองรับการใช้งานในร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายของเมนูเครื่องดื่ม รวมทั้งเหมาะสมกับธุรกิจที่จะเพิ่มทางเลือกเรื่องน้ำและราคาให้กับลูกค้า
ในตอนนี้ Rynn เน้นให้บริการในร้านอาหาร โรงแรม และโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ไปจนถึงจังหวัดใกล้เคียง เพราะต้องการส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องน้ำไปบริการให้ทั่วถึง ภายในเวลา 24 ชั่วโมง
เปิดที่มาแบรนด์ Rynn
คำว่า Rynn มาจากคำว่า “รินน้ำ” นอกจากนี้ยังมีความหมายในภาษาอื่นๆ เช่น พ้องเสียงกับคำว่า Lynn ที่แปลว่าทะเลสาบ ซึ่งสื่อความหมายถึงเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติและน้ำ
นอกเหนือจากเรื่องชื่อที่ออกเสียงได้ง่ายแล้ว ดีไซน์ภายนอกของตัวเครื่องกรอง และแพ็กเก็จจิ้งต่างๆ ก็ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี เน้นความเรียบง่าย ทรงกระบอกไร้รอยหยัก ดูพรีเมี่ยม ด้วยแก้วใสที่ตัวขวดถูกคิดมาให้ใช้ “แก้ว” เป่าให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็ล้างง่าย ใช้ได้กับเครื่องล้างจานในร้านอาหารหรือโรงแรมได้เลย บนตัวขวดมีแบรนด์ Rynn หรือถ้าจะปั๊มแบรนด์ของร้านอาหารหรือโรงแรมนั้นๆ ก็ได้ ความสวยแบบเรียบๆ นี้ ทำให้ Rynn ได้รับรางวัลการออกแบบจาก Good Design Award 2023 และ Design Excellence Award
ลดโลกร้อน เริ่มง่ายๆ ที่ “น้ำ”
อีกหนึ่งในจุดมุ่งหมายของแบรนด์ Rynn ก็คือ ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการลดการพึ่งพา น้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งส่งผลทั้งเรื่องการผลิตบรรจุภัณฑ์และการขนส่ง จากข้อมูลกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2563) ระบุว่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร 1 ขวด มีการปล่อยคาร์บอนประมาณ 80-150 gCO₂e แม้ปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยจะไม่สูง แต่เมื่อพิจารณาจากปริมาณการบริโภคในระดับธุรกิจ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสามารถสะสมจนกลายเป็น Carbon Footprint ในระดับที่ไม่อาจมองข้าม การที่ร้านอาหารและโรงแรมใช้เครื่องกรองน้ำ ก็ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งน้ำดื่มบรรจุขวด จากโรงงานมายังจุดใช้งาน สอดคล้องกับแนวทาง Zero Transportation, Zero Waste และ Zero Virus & Zero Bacteria ที่บริษัทใช้เป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจ
จากการวัดผลเมื่อเทียบกับการใช้น้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 500 มิลลิลิตร พบว่า เมื่อมีการลดจำนวนการใช้น้ำดื่มบรรจุขวดในปริมาณที่เพิ่มขึ้น จะสามารถคำนวณผลการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
จำนวนขวดพลาสติกที่ลดปริมาณ CO₂ ที่ลดได้
1 ขวด ~0.1 kg CO₂
1,000 ขวด ~100 kg CO₂
10,000 ขวด ~1 ton kg CO₂
100,000 ขวด ~10 ton kg CO₂
ซึ่งในขณะนี้ Rynn กำลังเดินหน้าจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่ได้ Certified จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ในการพัฒนาโครงการ Carbon Credit เพื่อสร้างระบบการวัดผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยติดตั้งมิเตอร์ภายในเครื่องผลิตน้ำแร่ของ Rynn เพื่อเก็บข้อมูลการใช้น้ำ และนำไปคำนวณเปรียบเทียบกับการใช้น้ำดื่มบรรจุขวด ทำให้สามารถประเมินผลการลดคาร์บอนได้อย่างเป็นระบบ
สำหรับควาทมท้าทายของ Rynn ในตอนนี้ก็คือ ทำความเข้าใจกับผู้บริโภคเรื่องความมั่นใจในการบริโภคน้ำแร่ของ Rynn ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างโมเดลที่หลากหลายให้ร้านอาหารต่างๆ ได้ทดลองใช้ และมองเห็นถึงความคุ้มค่าของการขายน้ำแร่และสปาร์คลิ้งด้วย ระบบ Mineral Preserved Water โดยในปัจจุบันนี้ทางบแรนด์มีลูกค้าแล้วกว่า 300 แห่ง ในอนาคตมีแผนจะขยายตลาดไปยังจังหวัดอื่นๆ รวมทั้ง “บุกบ้าน” ให้บริการลูกค้าครัวเรือน โดยคำนึงถึงศักยภาพเครื่องกรอง ราคา และฟังก์ชั่นที่เหมาะสมอีกครั้ง







