“Galaxy S8” ความหวัง “ซัมซุง” กู้ศรัทธาผู้บริโภคด้วยนวัตกรรม และความเข้าใจผู้บริโภค

หลังจากเกิดเหตุการณ์ซัมซุง “Galaxy Note 7” ระเบิด กระทั่งในที่สุดผลการตรวจสอบสาเหตุมาจากแบตเตอรี่ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ “ซัมซุง” ประสบกับวิกฤตศรัทธา และกระทบต่อความเชื่อมั่นในแบรนด์ไม่น้อย กลายเป็นบทเรียนสำคัญของผู้ผลิตมือถือจากแดนโสมรายนี้

“เมื่อสินค้ามีปัญหา เรายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเราทำผิดพลาด ขณะเดียวกันเราได้เรียนรู้จากความผิดพลาดที่ผ่านมามหาศาล และแก้ไขให้ดีขึ้น วันนี้เรายกระดับการผลิต ด้วยกระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่ 8 ขั้นตอน และทุ่มสรรพกำลังด้าน R&D เพื่อทำให้แบรนด์ซัมซุงแข็งแรงมากขึ้น

ในแต่ละปี ซัมซุงจะเปิดตัวรุ่นเรือธงสองช่วง คือ ช่วงต้นปีเป็น Galaxy ตระกูล S และช่วงปลายปีเป็น Galaxy Note ทุกครั้งที่เปิดตัวรุ่น Flagship จะมาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ที่ดีขึ้นทุกปี เช่น Galaxy S6, Galaxy S7 และล่าสุดคือ Galaxy S8 และ S8+ ที่ผู้บริโภคให้การตอบรับมากมาย” คุณวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าว

ศึกดวล “นวัตกรรม” ใครตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีกว่ากัน!!

ปัจจุบันตลาดสมาร์ทโฟนในไทย 18 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้เป็นเซ็กเมนต์พรีเมียม 15 – 20% ซึ่งทุกวันนี้ Penetration ของตลาดรวมค่อนข้างเต็มแล้ว เพราะฉะนั้นการเติบโตจึงอยู่ที่ Replacement เป็นหลัก โดยเฉลี่ยแล้วอัตราการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ของคนไทยอยู่ที่ 18 – 24 เดือน ซึ่งการเปลี่ยนแต่ละครั้ง ผู้บริโภคจะมองหา “นวัตกรรมใหม่” ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตัวเขาเอง โดยเฉพาะในกลุ่มพรีเมียม เป็นตลาดที่แข่งขันกันสูงในด้านนวัตกรรม

“ซัมซุง” ได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของผู้บริโภคไทย พบว่าในแต่ละวันคนใช้เวลา 4 ชั่วโมงอยู่กับหน้าจอมือถือ หรือ 230 นาทีต่อวัน แบ่งเป็น 75 นาที ใช้พูดคุย / 67 นาที ใช้แอพพลิเคชั่น / 45 นาที ชมคอนเทนต์บันเทิง / 24 นาทีค้นหาข้อมูลผ่าน Web Browsing / 18 นาที ใช้งาน Device Management

จากข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าการใช้งานสมาร์ทโฟน เริ่มขยายไปยังการดูเอนเตอร์เทนเม้นต์มากขึ้น โดย 85.8% ดูคอนเทนต์ Re-run บนสมาร์ทโฟน เนื่องจากทุกวันนี้มีช่องทางรับชมคอนเทนต์ย้อนหลังได้มากมาย โดยช่องทางหลักยังคงเป็น YouTube 73% / LINE TV 36% / Channel Website 23.3% / Bugaboo TV 10.5% / Application 4% และ Website อื่นๆ 3.5%

Consumer Insight ข้างต้น นำไปสู่การพัฒนาดีไซน์ และนวัตกรรม “Infinity Display” หรือหน้าจอไร้กรอบ และปุ่มโฮม เพื่อการรับชมที่ไร้สิ่งรบกวน โดย Galaxy S8 มีขนาดจอภาพ 5.8 นิ้ว ส่วน Galaxy S8+ มีขนาดจอภาพ 6.2 นิ้ว นอกจากนี้ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีไบโอเมตริก อาทิ ระบบสแกนม่านตา, ระบบสแกนลายนิ้วมือ และระบบตรวจจับใบหน้า รวมถึง “ซัมซุง นอกซ์” เป็นแพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยเกรดเทียบเท่าของกองทัพ

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริม ประกอบด้วย ซัมซุง เกียร์ วีอาร์ เพื่อประสบการณ์เหมือนจริง, ซัมซุง เกียร์ 360 มอบภาพความละเอียด ระดับ 15MP และ วีดีโอ 4K แบบ 360 องศา และ ซัมซุง เด็กซ์ ที่เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป

ส่วนราคาจำหน่าย Galaxy S8 อยู่ที่ 27,900 บาท และ Galaxy S8+ ราคา 30,900 บาท โดยวางจำหน่ายทั่วประเทศในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้

“เราคาดหวังทุกครั้งที่เปิดตัวสินค้าใหม่ และรุ่นเรือธงของเราดีขึ้นทุกปี ซึ่งเรามี Roadmap ชัดเจน และมีข้อได้เปรียบในการเป็นผู้ผลิตชิปเซ็ตเอง โดย 40% ของชิปเซ็ตสมาร์ทโฟนทั่วโลก ใช้ของซัมซุง อีกทั้งเรายังมีกองทัพฝ่าย R&D และฝ่ายดีไซน์ ทำให้มีนวัตกรรมใหม่มานำเสนอสู่ตลาด ซึ่งการแข่งขันของตลาดสมาร์ทโฟนในไทยปีนี้ ยังรุนแรง โดยแข่งกันที่นวัตกรรม และความเข้าใจผู้บริโภค เนื่องจากคนมองหานวัตกรรมใหม่ และพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของคนไทยหันมาใช้งานเพื่อความบันเทิงมากขึ้น เพราะฉะนั้นการเปิด Galaxy S8 และ S8+ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน เซ็กเมนต์พรีเมียม” คุณวิชัย กล่าวทิ้งท้าย