เนสท์เล่ ส่งโฆษณาน่ารัก ย้ำเตือน ‘มื้อช่วงเช้า’ สำคัญกว่าที่คิด

0

เป็นคุณแม่ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะคุณแม่ยุคใหม่สายสตรองที่นอกจากบทบาทของความเป็นแม่แล้ว ยังพ่วงมากับความรับผิดชอบอีกล้านสิ่งตามแบบฉบับเวิร์กกิ้งวูแมน บวกกับความไม่เอื้ออำนวยในเรื่องของเวลา ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบตามวิถีทางในแบบของชาวมหานครทั้งหลาย

แต่ไม่ว่าจะยุ่งอย่างไร  มีเวลาน้อยแค่ไหน แม่ก็ยังคงเป็นแม่ ที่สามารถบาลานซ์ทุกภารกิจและจัดสรรเวลาเพื่อให้สามารถดูแลสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง โดยเฉพาะในเวลาที่สุดแสนจะรีบอย่างช่วงเช้า ด้วยเวลาที่มีอันแสนจำกัด แต่มีภารกิจมากมายที่ต้องทำ ตั้งแต่ตื่นนอน ทำกิจวัตรประจำวัน  เตรียมตัวออกจากบ้านไปทำงาน หรือพาลูกๆ ไปโรงเรียนให้ทัน ซึ่งไม่ว่าจะรีบอย่างไร  คุณแม่ส่วนใหญ่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับการเตรียมอาหารเช้าให้กับลูกอยู่เสมอ

สกิลขั้นเทพของมนุษย์แม่ที่ต้องจัดสรรทุกสิ่งอย่างพร้อมกัน สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน ผ่านผลสำรวจล่าสุดของเนสท์เล่เกี่ยวกับพฤติกรรมยามเช้าของคุณแม่ จำนวน 500 คน ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่า คุณแม่ 98% รู้ถึงความสำคัญของอาหารเช้าด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ข้อ คือ

1.อาหารเช้าช่วยให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับการทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ตลอดวัน

2.อาหารเช้ามีผลต่อการเจริญเติบโตของ เด็ก และเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย

3. อาหารเช้าช่วยให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

ไม่เพียงแค่รู้ว่าอาหารเช้าเป็นสิ่งสำคัญ แต่คุณแม่ส่วนใหญ่ยังมีความพยายามที่จะเตรียมอาหารเช้าให้กับสมาชิกในครอบครัวทุกคนเป็นลำดับแรก ก่อนจะดูแลตัวเองในลำดับต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีคุณแม่เพียง 54%  ที่จะสามารถทำอาหารเช้าให้ลูกได้ทุกวัน เนื่องจากข้อจำกัดในรื่องของภารกิจต่างๆ และด้วยเวลาที่มีอย่างจำกัด เพราะค่าเฉลี่ยของการเตรียมอาหารเช้านั้นจะใช้เวลาประมาณ 16-30 นาที  ขณะที่ในมื้ออื่นๆ จะใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง แต่เมื่อเป็นช่วงเวลาที่ระดับความเร่งรีบอยู่ในขีดสุดแบบยามเช้าเช่นนี้  ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ด้วยความเร่งรีบและเวลาที่จำกัด ทำให้หลายๆ คนเลือกอาหารเช้าที่ปรุงได้ง่าย โดยมีเมนูอาหารเช้ายอดนิยมที่คุณแม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เลือกที่จะเตรียมให้ลูกๆ ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน คือ

อันดับ 1 โจ๊กและข้าวต้ม 72%

อันดับ 2 อาหารเช้าแบบอเมริกัน เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน และไข่  46%

อันดับ 3 ขนมปังและเบเกอรี่ 42%

จากผลสำรวจยังพบข้อมูลที่น่าสนใจคือ  ในกลุ่มเด็กวัยประถมศึกษาตอนปลาย ช่วงอายุ  7-12 ปี คุณแม่ส่วนใหญ่จะนิยมให้ลูกรับประทานข้าวเหนียวหมูปิ้งถึง 50% และขนมปัง เบเกอรี่ 42%  ซึ่งเมื่อพิจารณาจะพบว่า เมนูเหล่านี้อาจมีคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอกับการเป็นอาหารมื้อเช้า เพราะถือว่าเป็นมื้อที่มีความสำคัญที่สุดของวันเลยทีเดียว

ไม่เพียงแค่เรื่องของอาหารเช้าเท่านั้น  แต่ยังมีความท้าทายจากบรรดาคุณลูกทั้งหลายที่ทำให้คุณแม่ได้ฝึกสกิลกันอีกเพียบ ทั้งการปลุกลูกๆ ให้ลุกจากที่นอนเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้เด็กๆ ไม่พยศหรือยอมตื่นแต่โดยดีในเวลาเร่งด่วนเช่นนี้

 

อ่านมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกเหนื่อยไม่ใช่เล่นเลย กว่าจะสตรองมากพอสำหรับการเป็นคุณแม่ในยุคนี้ แต่คุณแม่กว่า 53% กลับเห็นตรงกันว่า ถึงแม้จะเหนื่อย แต่ก็ดีใจที่สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อครอบครัวได้ในทุกเช้า และ 35% ยังมองว่าช่วงเวลาเหล่านี้เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข มีความชื่นใจที่ลูกอยากทานข้าวกับพ่อแม่ และจะปลาบปลื้มสุดๆ เมื่อได้ยินลูกพูดว่า “ไม่อยากให้แม่เหนื่อย”  ได้ยินแบบนี้แล้วต้องบอกว่า แรงแม่ยังเหลือ แม่ยังสตรองได้อีก

เนสท์เล่ เข้าใจความต้องการของคุณแม่ยุคใหม่ รวมทั้งอยากให้ทุกครอบครัวมีโอกาสเปลี่ยนช่วงเวลาที่เร่งรีบให้เป็นช่วงเวลาที่มีคุณภาพ ด้วยการเตรียมอาหารเช้าที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ให้กับลูกๆ โดยใช้เวลาในยามเช้าร่วมกันอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันอบอุ่นให้ทุกครอบครัวและเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเรื่องดีๆ ที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งวัน