เนสท์เล่เปิดกลยุทธ์ปลุกตลาดอาหารเช้า 
อินสไปร์คนไทยเติมความอบอุ่นครอบครัว

0

เนสท์เล่เดินหน้าปลุกตลาดอาหารเช้า เปิดตัวแคมเปญการตลาดยิ่งใหญ่แห่งปี 2017 ที่มีชื่อว่า แคมเปญ “วอร์มอัพ รับวันใหม่” กระตุ้นคนไทยเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกลยุทธ์การวอร์มอัพสไตล์ 3 อ. ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มที่มีโภชนาการเหมาะสม การออกกำลังกาย เพื่อความกระฉับกระเฉงและการมีสุขภาพดี และเติมความอบอุ่น ด้วยการพูดคุยสานสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมการวอร์มอัพตลอดปี 2560 อาทิ มัลติแบรนด์โปรโมชั่น ที่รวมผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่ที่ให้ทั้งความอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมกิจกรรมสื่อสารการตลาดเพื่อเข้าถึงแม่ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการวอร์มอัพครอบครัวทุกมิติ รวมถึงข้อมูลความรู้และเคล็ดลับด้านโภชนาการผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สื่อดิจิตัล และสื่อประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย

คุณออดรีย์ เลียว ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า “เนสท์เล่ยึดมั่นในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต เพื่อเสริมสร้างสุขภาพดีสู่อนาคตให้กับชาวไทย จึงได้จัดแคมเปญ เนสท์เล่ วอร์มอัพ รับวันใหม่ ขึ้น โดยเริ่มต้นจากการที่เรามองเห็นว่าช่วงเวลาตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบโดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กในวัยเรียน คุณแม่ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนไปส่งลูกๆ และจัดการตัวเองก่อนไปทำงาน นอกจากนั้นเรายังพบว่าคนส่วนใหญ่นิยมทานอาหารเช้าแบบง่ายๆ แทนอาหารอุ่นๆ ปรุงใหม่ๆ ในตอนเช้า เนสท์เล่ในฐานะผู้ช่วยที่คุณแม่ไว้วางใจ ตระหนักถึงภารกิจยามเช้าอันท้าทาย และมุ่งมั่นสนับสนุนให้ทุกครอบครัวเริ่มต้นวันอย่างอบอุ่น ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้เกิดขึ้น”

คุณพัทนัย เหลืองตระกูล ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญนี้ว่า “เราได้ทำการสำรวจพฤติกรรมยามเช้าของคุณแม่จำนวน 500 คนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และพบว่าประเด็นสำคัญในช่วงเช้า แม้จะต้องเร่งรีบแต่คุณแม่ส่วนใหญ่ก็ยังทุ่มเทเวลาให้กับการเตรียมอาหารเช้าสำหรับสมาชิกในครอบครัวก่อนจะดูแลตัวเอง ในขณะที่คุณแม่ 98% รู้ถึงความสำคัญของอาหารเช้า จึงเป็นเหตุผลหลักที่คุณแม่พยายามจะเตรียมอาหารให้ลูกในแต่ละวัน อย่างไรก็ตามจากผลวิจัยพบว่ามีคุณแม่เพียง 54% ที่สามารถทำอาหารเช้าให้ลูกได้ทุกวัน เนื่องจากภารกิจต่างๆ และเวลาที่จำกัด ซึ่งอาหารเช้าที่คุณแม่นิยมเตรียมให้ลูกๆ คือโจ๊ก ข้าวต้ม หรืออาหารเช้าแบบอเมริกัน แต่ที่น่าสนใจ คือ คุณแม่ของเด็กในวัยประถมศึกษาตอนปลาย 7-12 ปี ส่วนใหญ่จะนิยมให้ลูกทานข้าวเหนียวหมูปิ้งถึง 50% และขนมปัง เบเกอรี่ 48% ซึ่งอาจมีคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอ”

“เราเชื่อมั่นว่าแคมเปญนี้จะส่งเสริมให้ทุกครอบครัวเปลี่ยนช่วงเวลาที่เร่งรีบให้เป็นช่วงเวลาที่มีคุณภาพ ด้วยการเตรียมอาหารเช้าที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ ให้กับลูกๆ ใช้เวลาในยามเช้าร่วมกันอย่างมีคุณค่าและมีความหมาย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันอบอุ่นให้กับทุกครอบครัวและเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเรื่องดีๆ ตลอดวัน” นางสาวพัทนัย กล่าวสรุป