“ช้าง” ลุยตลาดตลาดต่างประเทศ ปั้น Experiential Marketing ด้วยสตรีทอาร์ตสุดแนว “Chang Urban Pulse”

“เครื่องดื่มช้าง” เดินหน้าพาสินค้าของประเทศไทย ออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย ที่เดินหน้าทำกิจกรรมการตลาดเต็มรูปแบบ ผ่านเอ็กซ์พีเรียนเชียลมาร์เก็ตติ้ง (Experiential Marketing) เจาะกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียล หวังพาแบรนด์ไทยให้ก้าวขึ้นแท่น Global Brand และไม่ใช่แค่สินค้าที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังดึงเอาความเป็นไทย ไปผสานกับความเป็นสากลอย่างลงตัว

คุณรอนนี่ ทีโอ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ “แบรนด์ช้าง” กล่าวว่า “ในปีนี้ แบรนด์ช้างยังคงเดินหน้าสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศผ่านกิจกรรมรูปแบบใหม่ๆ ในรูปแบบเอ็กซ์พีเรียนเชียล มาร์เก็ตติ้ง (Experiential Marketing) อย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวแคมเปญใหม่ Chang Urban Pulse (ช้าง เออร์เบิร์น พัลส์)” ในปี 2560 นี้ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์และขยายฐานผู้บริโภคของช้างไปสู่ระดับโลกผ่านการนำเสนออัตลักษณ์ไทยให้ชาวต่างชาติได้สัมผัสภายใต้คอนเซปต์Discover the-Unexpected Experience” สร้างประสบการณ์ที่เร้าใจให้แก่ผู้บริโภคด้วยการประชันกันแบบเฉพาะกิจของศิลปินชั้นนำจากสองสัญชาติใน 4 ประเภท ได้แก่ บีบอย บีทบ็อกซ์ แร็พ และไฮไลท์ด้วยศิลปะ “มวยไทย” ที่ถ่ายทอดในบริบทใหม่ ในรูปแบบงานปาร์ตี้สร้างประสบการณ์สุดประทับใจ”

ซึ่งดูเหมือนว่ากิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นที่ Infinite Studios ประเทศสิงคโปร์ในครั้งนี้ จะเรียกเสียงฮือฮาในกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี “มวยไทย” เอกลักษณ์สำคัญของชาติไปโชว์ให้ดูถึงที่ แบบใกล้ชิดติดขอบเวที แถมมวยไทยที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นนั้นได้รับการนำเสนอผ่านเวทีที่มีแสง สี เสียงตระการตาพร้อมดนตรีแนวฮิบปฮอป ก็ยิ่งเพิ่มความเร้าใจขึ้นไปอีก รวมทั้งมีการประชันลีลาในรูปแบบ บีบอย บีทบ็อกซ์ แร็พเปอร์ ซึ่งศิลปินที่เข้าร่วมแสดงบนเวที ล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินอันดับหนึ่งในท้องถิ่น เช่น กลุ่มนักเต้น Radikal Forze และ 99Flava ศิลปินบีทบ็อกซ์ Dharni Ng  กับ Blish ในส่วนของขาแร๊พก็มี Masia One และ TeCh เข้ามาเสริมก็ยิ่งทำให้มีอรรถรสมากขึ้น

“แคมเปญ ‘Chang Urban Pulse (ช้าง เออร์เบิร์น พัลส์)” มีกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญ คือ ผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลชื่นชอบการค้นหาประสบการณ์ กิจกรรมหรือสิ่งใหม่ๆ โดยประเดิมจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์เป็นครั้งแรก ก่อนจะเตรียม ยกเวทีโมเดลทั้งหมดนี้ไปบุกนครโฮจิมินห์  ประเทศเวียดนามในช่วง ไตรมาสที่ 2 ของปี  เพื่อสร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้กับชาวต่างชาติกลุ่มมิลเลนเนียลในทั้งสองประเทศ ปัจจุบันประเทศสิงคโปร์และเวียดนามถือเป็นสองตลาดสำคัญของแบรนด์ช้างในภูมิภาคนี้ กิจกรรมในครั้งนี้ของแบรนด์ช้าง ก็ช่วยผลักดันในเรื่องของภาพลักษณ์ที่ทันสมัย ไม่หยุดที่จะแสวงหาประสบการณ์ใหม่ กล้าลุย กล้าลอง และพร้อมจะนำเสนอความเป็นไทยก้าวเดินเคียงข้างกับความเป็นสากลในพื้นที่ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

(ภาพบรรยากาศจาก Chang Urban Pulse สิงคโปร์)