เศรษฐกิจแย่ แต่ “ตลาดความงาม” ไม่สะเทือน! คนไทยห่วงสวย-หล่อ ดันตลาดพุ่ง 1.54 แสนล้าน

ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และในประเทศจะเป็นเช่นไร แต่ “ตลาดความงาม” ในประเทศไทยไม่เคยซบเซา ยิ่งนับวันมีแต่จะขยายตัวต่อเนื่อง โดย “ลอรีอัล” เผยตัวเลขจาก Euromonitor  (1 มีนาคม 2560) ของภาพรวมตลาดความงามในไทยเมื่อปี 2559 มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นกว่า 6.5% มีมูลค่ารวมกว่า 154,000 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มอาเซียน

นอกจากนี้ตลาดความงามและกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (Personal Care) ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของโลก ซึ่งตลาดความงามในประเทศกำลังพัฒนาเช่นประเทศไทยนั้น จัดเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้กับภูมิภาคนี้ทั้งหมด

จากภาพรวมตลาดความงามในไทย มูลค่า 1.54 แสนล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มสินค้า ดังนี้

– ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare)  46%

– ผลิตภัณฑ์ผม (Hair)  19%

– เครื่องสำอาง (Makeup)  14%

– ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย (Hygiene)  17%

– น้ำหอม (Fragrance)  5%

โดย “ลอรีอัล ประเทศไทย” มีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลลาดสองเท่า ด้วยยอดขายผลิตภัณฑ์ 123 ล้านชิ้นในปี 2559

เมื่อเจาะลึก “ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว” (Skincare) ในปี 2559 เติบโต 6.1% มูลค่าตลาดรวม 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

– ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า  83%

– ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวร่างกาย  17%

ขณะที่ “ตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง” (Makeup) ปี 2559 เติบโต 7.0% มูลค่าตลาดรวม 21,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

– ผิวหน้า  56%

– ริมฝีปาก  26%

– แต่งตา  17%

– เล็บ  1%

ส่วน “ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม” (Hair) ปี 2559 เติบโต 6.3% มูลค่ารวม 29,000 ล้านบาท แบ่งเป็น

– ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม  83%

– ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม  4%

– ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม  11%

– ผลิตภัณฑ์ยืดดัดผม  1%

ผ่า 4 กลยุทธ์ “ลอรีอัล ประเทศไทย” ขึ้นบัลลังค์แบรนด์ผู้นำความงาม 

หนึ่งใน Major Player ตลาดความงามในบ้านเรา คือ ค่ายลอรีอัล ประเทศไทย ซึ่งใน 2559 นอกจากทำยอดขายผลิตภัณฑ์ 123 ล้านชิ้นแล้ว ใน “ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิว” ครองอันดับ 1 ในตลาดได้สำเร็จ โดยในกลุ่มนี้ ปีที่แล้วลอรีอัลนำเสนอสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด 86 ผลิตภัณฑ์

ขณะเดียวกัน “ตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง” ปีที่ผ่านมาได้นำเสนอสินค้าใหม่มากถึง 552 ผลิตภัณฑ์ จนสามารถครองอันดับ 1 ในช่องทางโมเดิร์นเทรด ส่วน “ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม” ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 150 ผลิตภัณฑ์ ทั้งยังคว้าอันดับ 1 ในช่องทางร้านซาลอน และเป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในช่องทางโมเดิร์นเทรด

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น มาจากพันธกิจของธุรกิจ “Beauty for All” คือ การตอบสนองความงามที่หลากหลาย เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่ม พร้อมทั้งสร้างฐานผู้บริโภคใหม่ ประกอบกับการใช้ Brand Portfolio Strategy และนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาผสมผสานด้านการตลาด และบริการให้กับผู้บริโภค

ขณะที่ในปี 2560 จะเป็นปีที่ “ลอรีอัล ประเทศไทย” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่น้อยไปกว่าปีที่แล้ว ประมาณกว่า 700 – 800 รายการ พร้อมทั้งตั้งเป้าการเติบโตสองเท่า โดยกำหนด 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

1. การให้ความสำคัญกับผู้บริโภคโดยการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ผ่านทั้งผลิตภัณฑ์ และกลยุทธ์การตลาด เช่น เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แบรนด์ลังโคม ได้เปิดตัวเคาน์เตอร์ใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค

2. การเชื่อมต่อตลาดความงามกับโลกดิจิทัล ให้ความสำคัญกับการสร้าง Brand Engagement ผ่านการสื่อสารในหลากหลายช่องทาง ทั้ง Offline และ Online Media เช่น แคมเปญโฆษณาบนโทรทัศน์ รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรรายการทีวี เช่น The Face Thailand และแพลตฟอร์มสังคมออนไลน์มากขึ้น ทั้ง YouTube และการเปิด LINE Official Account ของแบรนด์เครื่องสำอางในกลุ่มลอรีอัล

นอกจากนี้ยังโฟกัสช่องทางการขาย “E-Commerce” ทั้งของลอรีอัล และพันธมิตร โดยในปี 2559 การเติบโตด้าน E-Commerce ของลอรีอัล ประเทศไทย มีอัตราเติบโตอยู่ที่ 169%

ด้วยเห็นว่าช่องทางดิจิทัล มีบทบาทสำคัญต่อตลาดความงามในไทย ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการสื่อสาร และช่องทางจำหน่าย ทำให้เมื่อปลายปีที่แล้ว “ลอรีอัล ประเทศไทย” ได้แต่งตั้งผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัล ประเทศไทยคนแรก เพื่อดูแลและวางแผนกลยุทธ์การดำเนินงานด้านดิจิทัลองค์รวม และนำทัพทีมงานแผนกนี้กว่า 20 คน

3. การพัฒนาและดูแลบุคลากร สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดสำหรับพนักงานทุกคน ถือเป็นหนึ่งเป้าหมายสำคัญ รวมถึงให้ความสนใจในกลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นกำลังหลักที่ช่วยขับเคลื่อนพลังความคิดและนวัตกรรมให้องค์กร และเน้นการสนับสนุนการเติบโตในสายงาน

4. การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและกิจกรรมเพื่อสังคม ดำเนินการภายใต้พันธสัญญา “แบ่งปันความงดงามให้ทุกสรรพสิ่ง” (Sharing Beauty with All) ยังเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่ดำเนินคู่กับการเติบโตธุรกิจ ด้วยการสร้างนวัตกรรม การผลิต การใช้ชีวิต และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

“แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังมีความผันผวน และไม่แน่นอน แต่ลอรีอัล ประเทศไทยมั่นใจว่าจะสามารถคงอัตราการเติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาดความงามได้อย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เราเติบโตสูงกว่าตลาดสองเท่า และเรายังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามวิสัยทัศน์ในการทำให้ทุกครัวเรือนมีผลิตภัณฑ์ของลอรีอัลอย่างน้อย 1 ชิ้น รวมทั้งผลักดันให้บริษัทฯ ก้าวสู่การเป็นผู้นำอันดับ 1 ตลาดความงามในไทย ทั้งในด้านยอดขาย และด้านภาพลักษณ์ต่อผู้บริโภค พนักงาน และสังคม” คุณนาตาลี เกอร์ชไตน์ เคอโรวดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวทิ้งท้ายถึงเป้าหมายใหญ่ของ “ลอรีอัล ประเทศไทย”