6 แนวทางสร้างเว็บไซต์ให้ Strong สำหรับชาวฟรีแลนซ์และสตาร์ทอัพ

0

ว่ากันว่าฟรีแลนซ์และสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จคือคนที่ได้ทำสิ่งที่ชอบในเวลางาน หรือก็คือทำงานที่ตัวเองชอบนั่นเอง แต่ก็มักเป็นเรื่องง่ายที่จะพูดมากกว่าทำให้เป็นจริงเพราะการประสบความสำเร็จและมั่นคงในความเป็นฟรีแลนซ์นั้นมีปัจจัยมากมายเต็มไปหมด ทั้งเรื่องของการทำงานหนัก ความมีวินัย และการอุทิศทั้งตัวและหัวใจไปกับงาน นอกจากนี้ยังต้องยอมเสียความมั่นคงที่งานประจำให้คุณไปอีก ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่แน่นอน สวัสดิการ หรือโบนัสก้อนโต เพราะการเป็นเจ้านายตัวเองนั้นต้องลงทั้งเวลาและเงินทุน

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จจากเป็นสตาร์ทอัพและงานฟรีแลนซ์มีคำแนะนำดีๆ ที่เราน่าจะนำไปปรับใช้ได้ นั่นคือการสร้างเว็บไซต์เพื่อรวบรวมผลงานของตัวเองขึ้นมา ถือเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่า เพราะมันจะเป็นช่องทางที่ทำให้ลูกค้าสามารถหาเราเจอ ติดต่อเราได้ และรู้ถึงความสามาถของเรา ถ้าคุณรู้สึกสนใจมันขึ้นมาบ้างแล้วล่ะก็ ลองอ่าน 6 แนวทางดีๆ ที่จะทำให้คุณมีเว็บไซต์ส่วนตัวที่สตรองกันดีกว่า

 

1.เลือกชื่อที่บ่งบอกตัวตนและงานที่ทำ

แบรนด์ดิ้งคือสิ่งสำคัญแม้ทั้งแบรนด์จะมีแค่คุณคนเดียว เพราะแบรนด์ดิ้งที่แข็งแรงเป็นหนทางของความสำเร็จในการขายทุกสิ่ง ชื่อบริษัทหรือชื่อเว็บไซต์ของคุณจึงไม่ควรยาวเกินไปและไม่ซับซ้อนมากนัก เอาแบบที่จำง่ายๆ และดึงดูดลูกค้าทั้งหลายได้ดี และควรมีความเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่คุณทำ เพราะผู้คนจะได้เข้าใจได้ตั้งแต่แรกที่เห็น อย่าคิดเยอะไป และถ้าลองใช้ซักพักแล้วไม่โอเคจะเปลี่ยนก็ยังได้

 

2.เลือก Web Builder ให้เหมาะสม

การจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองีสองส่วนที่คุณต้องรู้จักคือ Domain และ Host ที่จะรวมร่างสร้างเป้ยวเ็บได้ Domain คือชื่อที่คุณจะใช้เป็น Address และ Host คือบริการเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการที่ตั้งเว็บไซต์ ขั้นต่อไปคือการออกแบบ หากคุณมีความสามารถในการออกแบบเว็บไซต์การทำเองก็แน่นอว่าย่อมมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าและปรับเปลี่ยนตามใจได้ง่ายกว่า แต่หากทำเองไม่เป็นก็มีเว็บดีไซน์เนอร์มากมายให้ว่าจ้าง หากแต่ก็จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการออกแบบตามมา แต่ปัจจุบันมีเว็บไซต์สำเร็จรูปเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดีๆ ให้คุณลองกดเล่นเองได้ไม่ยาก

 

3.ทำให้ดูเป็นมืออาชีพ แต่ไม่หลุดจากตัวตน

สิ่งสำคัญข้อหนึ่งของฟรีแลนซ์ที่งานจะเข้าเยอะๆคือความน่าเชื่อถือและดูเป็นมืออาชีพ เว็บไซต์ของคุณจึงควรดูโปรดฟสชันแนลที่สุด แต่ยังต้องสะท้อนตัวตนและแนวทางงานของคุณได้อย่างชัดเจน ไม่หลุดแนวทางที่ตัวเองเป็น ทั้งในเรื่องของผลงาน การออกแบบ และคอนเทนท์ในภาพรวม เพื่อให้ลูกค้ารู้สไตล์ของคุณได้อย่างชัดเจน

 

4.อย่าลืมลง Portfolio

แน่นอนว่าลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างย่อมอยากที่จะรู้ความสามารถของคุณก่อนการร่วมงาน สิ่งที่พอจะบอกพวกเขาได้ก็คงมีแค่งานที่คุณเคยทำ เว็บไซต์ของคุณจึงควรรวบรวมผลงานที่ผ่านมาเอาไว้ให้มากที่สุด

 

5.ใส่ข้อมูลการติดต่อในทุกหน้า

เว็บไซต์ของคุณควรมีข้อมูลที่จำเป็นทุกอย่างที่ลูกค้ากำลังมองหา และคุณควรทำมันให้ง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงควรที่จะลงข้อมูลการจิดต่อไว้ในทุกๆ หน้า ทั้งเบอร์โทรศัพท์ อีเมล และช่องทางอื่นๆ เพราะมันง่ายและตรงกว่าการที่จะติดต่อผ่านการกรอกแบบฟอร์มบนเว็บไซต์

 

6.อย่าลืมใสีรีวิวจากลูกค้าที่ผ่านมา

การซื้อของบนอินเทอร์เน็ตนั้นรีวิวเป็นสิ่งที่คนมักจะต้องการ และเพราะใครๆก็มีเว็บไซต์ของตัวเองได้ ทุกคนก็คงจะบอกว่าตัวเองเจ๋งกว่าด้วยกันทั้งนั้น แต่ที่น่าเชื่อถือกว่าคือรีวิวจากลูกค้าจริงที่เคยร่วมงานด้วย คุณจึงควรขอฟีดแบ็คจากการทำงานทุกครั้งและรวบรวมมันลงไว้บนเว็บไซต์เพื่อประกอบการตัดสินใจของลูกค้าใหม่ๆ ในอนาคต

Source

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM

Credit Photo (ภาพเปิด) : NUMBER 24 – Authorized Shutterstock Partner in Thailand