Stephen Hawking ออกโรงเตือน นวัตกรรมทันสมัยและ AI จะแย่งงานระดับกลางจากมนุษย์

0

hawking-3

Stephen Hawking ศาสตราจารย์และนักวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ระดับโลกออกมากล่าวเตือนถึงบทบาทหน้าที่ของระบบ Automation และ AI ที่ต่อไปจะพัฒนาจนสามารถมาทำงานแทนที่มนุษย์ในงานระดับกลางได้ จะทำให้เกิดความไม่เสมอภาคในระบบสังคมมากขึ้น และเลวร้ายที่สุดอาจไปถึงขั้นกลียุคทางการเมือง

โดยบทสัมภาษณ์ของเขาตีพิมพ์ในนิตยสาร The Guardian “ระบบอัตโนมัติของเครื่องจักรในโรงงานต่างๆ เริ่มลดตำแหน่งงานในสายการผลิตของโรงงานอุสาหกรรมลงทุกทีๆ และการก่อตัวอันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ของปัญญาประดิษฐ์จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงในงานระดับกลาง ต่อไปจะมีเพียงแค่งานที่ต้องใช้ความเอาใจใส่มากๆ งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างคิดสร้างสรรค์ และงานบริหารจัดการเท่านั้นที่เหลือให้ทำ”

 

ความเห็นของศาสตราจารย์ Hawking สนับสนุนให้ความกังวลของผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกชัดเจนขึ้น ในเรื่องของการทีเทคโนโลยีจะเข้ามายึดครองตำแหน่งงานในทศวรรษที่กำลังจะมาถึง ความหวาดกังวลที่เกิดขึ้นเกิดจากการมองต่อไปในระยะยาวที่มีความเป็นไปได้สูงว่าเมื่อ AI ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ มันจะทำงานแทนมนุษย์ได้ในวันหนึ่งและทำให้เกิดการว่างงานจำนวนมาก ซึ่งนั่นไม่ดีต่อเศรษฐกิจและอาจส่งผลให้เกิดความกดดันทางอารมณ์ของชนชนชั้นกลางที่อยู่ๆ ก็ตกงานเพราะเครื่องจักรเข้ามาแทนที่

 

ณ ตอนนี้เครื่องจักรก็เข้ามามีบทบาททำงานแทนมนุษย์จำนวนมากในส่วนของงานด้านสายการผลิตและโรงงาน ซึ่งชนชั้นแรงงานได้รับผลกระทบจากมันไปเต็มๆ หากเรายังจำกันได้เราเคยผ่านยุคที่เครื่องจักรในโรงงานทำให้คนตกงานกันมาแล้ว (ถ้าใครเคยดูชาลีกับโรงงานช็อกโกแลต คุณพ่อของชาลีก็ตกงานเพราะโรงงานจ้างเครื่องจักรมาทำหน้าที่ผลิตหลอดยาสีฟันแทนคนงาน) แต่ตอนนี้ไม่ใช่แค่ชนชั้นแรงงาน ชนชั้นกลางที่ทำงานนั่งโต๊ะก็กำลังจะโดนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเลื่อยขาเก้าอี้เช่นกัน

 

จากรายงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 โดย Citibank ร่วมกับมหาวิทยาลัย Oxford คาดการณ์กันว่า 47% ของงานในสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะถูกแทนที่ด้วย Automation 35% ในอังกฤษ 77% ในจีน และกลุ่มประเทศที่อยู่ใน OECD รวมๆ กันแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 57% และตอนนี้ 3 ใน 10 ของผู้ว่าจ้างรายใหญ่ของโลกก็ได้ลดจำนวนคนงานและแทนที่ด้วยหุ่นยนต์แล้ว

 

ศาสตราจารย์ Hawking กล่าวเพิ่มว่า “ออโตเมชั่นจะยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจให้มากขึ้นทั่วโลก อินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มต่างๆ จะช่วยให้คนกลุ่มเล็กๆ ทำกำไรมหาศาลได้จากการจ้างแรงงานคนน้อยมาก มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่ามันจะเป็นไปตามกลไกโลกแต่ก็มันทำลายระบบสังคม” และความกังวลทางเศรษฐกิจนี้เองที่ทำให้เขาเห็นว่าการเมืองในฝั่งตะวันตกควรมีบทบาทในเรื่องนี้ “เรากำลังอยู่ในโลกที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นปัจจัยให้เกิดความไม่เท่าทียมกันทางการเงิน คนจำนวนมากไม่ได้มองเห็นเพียงแค่มาตรฐานในการใช้ชีวิต แต่ยังเห็นความสามารถของตัวเองในการทำชีวิตให้ดีกว่าเดิม จึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะมองหาทางเลือกใหม่ๆ ที่บางที Trump และ Brexit อาจจะให้พวกเขาได้”

 

เมื่อมองปัญหานี้รวมกับปัญหาอื่นๆ ของโลกอย่างจำนวนประชากรที่มากเกินไป การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงโรคติดต่อ ศาสตราจารย์ Hawking เตือนว่านี่อาจเป็นช่วงที่อันตรายของการพัฒนาของมนุษยชาติ เราต้องร่วมกันถ้าอยากเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ให้ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาสตราจารย์ Hawking ได้เคยแสดงความกังวลของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้เรื่อยมาในเหตุผลที่ว่ามันจะมาแทนที่มนุษย์ โดยเขาเคยกล่าวไว้ในปี 2014 ว่า “การพัฒนาของ AI อาจนำไปสู่การสิ้นสุดของมนุษยชาติ มันจะแข็งแกร่งขึ้นตามวิถีของมัน และเพิ่มอัตราการพัฒนาให้สูงขึ้น มนุษย์ผู้ซึ่งมีข้อจำกัดทางชีวภาพจะไม่สามารถตามมันได้ทัน และเราจะถูกแทนที่ในที่สุด”

 

Source

แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM