ดีแทค-รักบ้านเกิด-กรมส่งเสริมการเกษตร ประกาศผลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2559

resize-dtac_67

บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด และ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศผลรางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี 2559 โดยเกษตรกรผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ที่มุ่งเน้นการทำเกษตรแบบครบวงจรคือ นายอายุ จือปา วัย 31 ปี ชาวเขาเผ่าอาข่าจากจังหวัดเชียงราย ผู้ตั้งปณิธานน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดผลประโยชน์มากที่สุด

แนวคิดสำคัญในการทำเกษตรแบบครบวงจร ประกอบด้วย 1.ทักษะการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม แรงงาน ทุน การเพาะปลูก เพาะเลี้ยง และผลิตวัตถุดิบทางการเกษตร 2.ทักษะการแปรรูปให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค เป็นไปตามระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร โดยอยู่บนพื้นฐานการใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ประยุกต์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสมผสานการใช้นวัตกรรม และมุ่งมั่นยกระดับผลิตภัณฑ์การเกษตรให้มีคุณภาพมากขึ้น และ 3.ทักษะที่แสดงถึงความเป็นเกษตรกรมืออาชีพ วางแผนในเชิงธุรกิจและการตลาด ตลอดจนความพร้อมในการแบ่งปันบทเรียนและถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จเพื่อเป็นแบบอย่างแก่สาธารณะ

นายอายุ เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จากาแฟคุณภาพดีแบรนด์ ‘อาข่า อ่ามา’ เกิดและเติบโตในชนเผ่าอาข่า ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานที่อยู่ ที่ทำกิน ความรู้ และอนาคตที่ดีให้ จากการริเริ่มปลูกพืชผัก ผลไม้เมืองหนาว ชา กาแฟ ที่เป็นพันธุ์พระราชทาน มาสู่การสร้างเครือข่ายส่งเสริมให้ชาวบ้านผลิตกาแฟ พัฒนาสายพันธุ์ให้ดีขึ้น และมีส่วนผลักดันให้กาแฟจากชุมชนบ้านแม่จันใต้ผงาดขึ้นเวทีโลกได้อย่างไม่อายใคร ปัจจุบันเขาดูแลกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ จากวิธีการปลูก การใช้น้ำ การตาก การเก็บ กลางน้ำ คือ การแปรรูป และทำบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงปลายน้ำ คือ การจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยการทำธูรกรรมการเงินผ่านระบบออนไลน์

รองชนะเลิศอันดับ 1 คือ นายพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ จากจังหวัดมหาสารคาม เกษตรกรผู้หยิบยกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการทำฟาร์มผักออร์แกนิก ‘แก้วพะเนาว์ ยัง สมาร์ท ฟาร์เมอร์’ ปฏิวัติแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่หันหลังให้อาชีพเกษตรกร นำประสบการณ์ของนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศอิสราเอล เริ่มจากการปรับสภาพดิน บริหารจัดการน้ำ และปรับระบบนิเวศ จนสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติของพ่อแม่และชาวบ้านที่เคยมองว่าอาชีพนี้ลำบาก

รองชนะเลิศอันดับ 2 คือ นางสาวศิริวิมล กิตะพาณิชย์ จากจังหวัดเชียงราย ทำเกษตรครบวงจร ปลูกข้าวและผักอินทรีย์ ภายใต้แบรนด์ ‘ไร่รื่นรมย์’ ใช้นวัตกรรมพลังงานทางเลือก จัดสรรพื้นที่และแปลงปลูกอย่างเป็นระบบ และมีกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด กล่าวว่า “มูลนิธิฯ ขอแสดงความยินดีกับเกษตรกรทั้ง 10 ท่าน ผู้เป็นต้นแบบของเกษตรกรที่พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ แนวคิดเกษตรครบวงจร มีเกณฑ์และตัวชี้วัดที่เข้มข้นเป็นพิเศษ โดยพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการทำเกษตร คือ การคิดวิเคราะห์ วางแผนการจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก เพิ่มจำนวนและคุณภาพของผลผลิต ลดต้นทุน ลดเวลา ลดการสูญเสียทรัพยากร ไปสู่การจัดจำหน่ายถึงมือผู้บริโภค หรือเรียกว่า ‘จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ’ เป็นแนวทางให้เกษตรกรรุ่นใหม่นำไปปรับใช้และสามารถเป็นที่พึ่งพาแก่เพื่อนเกษตรกรและชุมชนได้อย่างดีเยี่ยม”

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “กรมส่งเสริมการเกษตร มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมให้เกษตรกรเป็นศูนย์กลางการพัฒนา มุ่งเน้นให้ระบบการผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น พร้อมทั้งผลักดันให้เกษตรกรเป็น Smart Farmer ทำการผลิตทางการเกษตรในลักษณะ Smart Agriculture นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนา Young Smart Farmer ซึ่งเป็นอนาคตเกษตรกรรมไทยให้สามารถเชื่อมโยงภาคเกษตรเข้ากับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่”

“ความร่วมมือกับดีแทค และมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด ในการจัดประกวดเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ก่อให้เกิดการพัฒนา และเชิดชูเกษตรกรต้นแบบที่มีความภาคภูมิใจในอาชีพ นอกจากนั้น ความร่วมมือกับดีแทคในการส่งเสริมการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร โดยการจัดอบรม ‘การเกษตรเชิงพาณิชย์’ ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศยังบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้การพัฒนาภาคเกษตรไทยเกิดความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน” นายสมชาย กล่าวเพิ่มเติม

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า “หนึ่งในเป้าหมายหลักของดีแทคคือ การนำเทคโนโลยีมาพัฒนาให้เกษตรกรไทยก้าวไปสู่ความเป็น Smart Farmer เนื่องจากเราเป็นประเทศที่มีฐานการผลิตเชิงเกษตรกรรม ที่ผ่านมา ดีแทคได้ร่วมกับภาครัฐ สนับสนุนการทำการเกษตรโดยนำนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ ติดอาวุธให้เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพ โดยได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร จัดอบรมหลักสูตรการเกษตรเชิงพาณิชย์ให้กับ Young Smart Farmer ที่กรมฯ เป็นผู้คัดเลือกจากทั่วประเทศไปแล้วกว่า 3,000 คน ซึ่งสร้างช่องทางให้เกษตรกรรอดพ้นจากวงจรราคาสินค้าเกษตรตกต่ำได้”

“ในอนาคตอันใกล้นี้ ดีแทควางโรดแมพโดยมุ่งเน้นการทำเกษตรแบบแม่นยำ และสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการเกษตร หรือ Agri Tech นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการแก้ปัญหาสำคัญทางการเกษตร หรือการสร้างธุรกิจใหม่ทางด้านการเกษตรโดยใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) ดีแทคยังมีแผนที่จะสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่าง Agri Tech กับ Smart Farmer ที่เหมาะสม เพื่อที่จะสามารถนำความรู้ทางการเกษตรที่มีอยู่ผสานกับเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยให้วิทยาการด้านการเกษตรของไทยกลายเป็นผู้นำแนวหน้าของโลก ซึ่งจะเป็นการช่วยผลักดันโมเดล “ประเทศไทย 4.0” ของรัฐบาล เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ Value- Based Economy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในที่สุด” นายลาร์ส กล่าวปิดท้าย