ความท้าทายใหม่ของ 2 แบรนด์ ต่อไปนี้การแข่งขันของ “โค้ก” และ “เป๊ปซี่” จะขึ้นอยู่กับธุรกิจน้ำเปล่า?

0

water

หลังจากยอดขายของน้ำอัดลมลดลงโค้ก(Coke) และเป๊ปซี่(Pepsi) กำลังเล็งไปที่ธุรกิจน้ำเปล่าในการเป็นตัวช่วยพยุงธุรกิจขึ้นมา เนื่องจากปัจจุบันในสหรัฐยอดขายของน้ำเปล่าบรรจุขวดเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตัวจากเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา จากปริมาณการซื้อเครื่องดื่มรวมทั้งหมด 1.17 หมื่นล้านแกลลอนในปี 2015 อย่างไรก็ตามธุรกิจนี้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างมากในตลาดต่างประเทศ

“ระบบน้ำประปาของรัฐนั้นมีข้อกำหนดว่าต้องแจ้งขั้นตอนการกรองน้ำและผลการตรวจหาสารปนเปื้อนเผยแพร่ให้ทราบอย่างชัดเจน แต่บริษัทผลิตน้ำเอกชนไม่ได้ถูกกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวนี้” Pual Pestano นักวิเคราะห์ข้อมูลอาวุโสจาก Environment Working Group เคยกล่าวไว้เมื่อเดือนสิงหาคม ดังนั้นคำถามคือทำไมคนยังซื้อน้ำเปล่าบรรจุขวด? คำตอบง่ายๆ คงเป็นเรื่องของ “แบรนดิ้ง”

“น้ำเปล่าบรรจุขวดเป็นสุดยอดลูกเล่นทางการตลาดของศตวรรษนี้เลย” John Jewell เคยกล่าวเอาไว้เมื่อปี 2014 จากการที่เขามองว่าน้ำเปล่าบรรจุขวดพยายามเอาชนะใจคนด้วยความเชื่อที่ว่าพวกเขาเป็นตัวเลือกของเครื่องดื่มที่ดีกว่าน้ำหวานอัดลม หากแต่ความเป็นจริงแล้วการเปรียบเทียบสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำมาเทียบกันได้ น้ำเปล่ากับน้ำอัดลมเป็นคนละเรื่องกันมากๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ราคาถูกกว่าหลายเท่าตัวและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าอย่างน้ำประปาจากภาครัฐ(ในต่างประเทศ) เพราะในการซื้อน้ำเปล่าบรรจุขวดนั้นผู้บริโภคมักคิดว่าพวกเขาจ่ายเงินซื้อสุขภาพที่ดีกว่าจากน้ำที่เหมือนจะสะอาดกว่า แม้ว่าความจริงแล้วด้วยเงินที่พวกเขาจ่าย อาจทำให้เขาสามารถดื่มน้ำประปาได้ถึง 2,000 แก้ว และความเชื่อเรื่องการซื้อน้ำเปล่าใส่ขวดที่ฝังใจฝังหัวคนนี่เองที่ทำให้โค้กและเป๊ปซี่ก็สนใจช่องทางนี้ในเป็นหนึ่งในแผนการเติบโตของบริษัท ซึ่งมันก็ได้ผล

น้ำเปล่าเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ขายดีที่สุดในตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ การบริโภคน้ำเปล่าเพิ่มขึ้นจาก 6.5 – 11.4% ในปี 2015 ในขณะที่ปริมาณการดื่มโค้กในชาวอเมริกันลดลง 1% และเป๊ปซี่ลดลง 3.2% ผลที่ตามมาคือโค้กและเป๊ปซี่จะเข้ามาจับตลาดที่กำลังเติบโตเพื่อเพิ่มยอดให้บริษัท

Indra Nooyi, CEO ของ PipsiCo เคยกล่าวเมื่อเดือนเมษายนว่ายอดขายเฉลี่ยรวมทั้งโลกของบริษัทมาจากน้ำอัดลม อย่างไรก็ตามบริษัทพยายามโฟกัสไปที่ธุรกิจขนมเพื่อสุขภาพและเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นคงให้บริษัทในอนาคต เช่นเดียวกันกับโค้ก ที่กำลังดันเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น ชา น้ำอัดลม น้ำเปล่า ให้เติบโตเพื่อทดแทนการหดตัวของตลาดน้ำอัดลม ทางด้านคู่แข่งรายสำคัญก็กล่าวว่า “จากปี 2000 เราค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนของธุรกิจเครื่องดื่มอื่นๆ นอกเหนือจากน้ำอัดลม จาก 10% ในตอนนั้นจนกลายเป็น 30% ในตอนนี้” James Quincey, COO ของโค้กเปิดเผย

ธุรกิจน้ำเปล่าบรรจุขวดมีมูลค่ากว่า 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องมีอยู่ก็ยังได้ แต่มันกลับเป็นธุรกิจที่กำลังโตแบบไม่มีจุดสิ้นสุด และในวันนี้ที่ชาวอเมริกันเบือนหน้าหนีน้ำอัดลม มันยังกลายมาเป็นธุรกิจที่บริษัทนำอัดลมเจ้าใหญ่ของโลกกำลังคว้าไว้เช่นกัน

Source
แปลและเรียบเรียงโดย Prim NM