กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ติดปีก SMEs อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย นำร่อง 30 กิจการ – รู้รอบ รู้ลึก ต่อยอดธุรกิจ สร้างยอดขายจริง [PR]

fashion nextกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดตัวกิจกรรม “Fashion  Next 2017” หรือ กิจกรรมพัฒนารูปแบบและผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ภายใต้โครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ SMEs สู่ตลาดโลก (Global Reach 2016)

เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการตลาดของ SMEs ในกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น สิ่งทอ เครื่องหนัง และอัญมณี สู่ระดับสากล อบรมเนื้อหาเข้มข้นจากวิทยากรผู้รู้จริง พร้อมกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบเฉพาะกิจการ 30 กิจการ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ด้านปฏิบัติ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ สร้างแบรนด์ สร้างยอดขายได้จริง ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า “อุตสาหกรรมแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนังและรองเท้า อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยมีมูลค่าส่งออกรวม 603,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 2.5 ล้านคน และนำรายได้เข้าสู่ประเทศจำนวนมหาศาลต่อปี แต่จากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและการแข่งขันทางตลาดที่สูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ผู้ประกอบการจะต้องพัฒนาขีดความสามารถของตนเอง เพื่อสามารถเติบโตและแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นางนวลจิตต์ เรืองศรีใส ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องหนัง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกล่าวว่า “กิจกรรรม Fashion Next 2017 ได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ (1) กิจกรรมสัมมนาเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้กับกลุ่ม SMEs ในอุตสาหกรรมแฟชั่นจำนวน 4 ครั้งทั่วประเทศในหัวข้อ “Mega Trend การออกแบบให้ตรงกับตลาดยุคใหม่และตลาดไร้ต้นทุน” จาก ดร. เอกก์ ภทรธนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นายวีรพล วิวัฒน์กมลวัฒน์ Topshop Personal Shopper, Maibe Brand owner กูรูด้านแฟชั่นผู้เคยมีประสบการณ์ทำงานร่วมงานกับยังดีไซเนอร์แบรนด์ดังต่างของอังกฤษมากมาย (2) กิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึก โดยโครงการจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในผลิต จำนวน 30 ราย เข้าร่วมการอบรมเชิงลึกแบบ 1 ต่อ 1 (Coaching)  โดยจัดวิทยากรที่มีความรู้ความเข้าใจในการออกแบบและการตลาดมาช่วยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับความต้องการตลาดอย่างแท้จริง  (3) การจัดแสดงสินค้าและทดสอบตลาดเพื่อให้ 30 กิจการได้จำหน่ายสินค้าจริง ณ ศูนย์การค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งนี้ โครงการฯ เชื่อมั่นว่า SMEs ทั้ง 30 กิจการที่ผ่านการอบรมจะสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท ต่อปี ต่อกิจการ”

นายพลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ ได้เผยมุมมองของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยว่า “ในกลุ่มประเทศสมาชิกของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ประเทศไทยนับว่าเป็น ‘หัวหอก’ อยู่แล้ว เพราะว่าเรามีทรัพยากรนักออกแบบคุณภาพจำนวนมาก และเป็นผู้นำด้านธุรกิจสิ่งทอ (Garment) เป็นรากฐานอันแข็งแกร่งอยู่แล้ว หากเราผสมผสาน 2 ส่วนนี้อย่างลงตัว และเพิ่มเติมเรื่องการตลาดที่ตอบโจทย์ให้มากขึ้น วงการแฟชั่นของไทยจะยกระดับไปได้อีกไกล”

 ศ. (พิเศษ) ดร. สาคร สุขศรีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวเสริมว่า “สถาบันฯ มีวิสัยทัศน์ที่ต้องการยกระดับให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางการศึกษาด้านแฟชั่นของอาเซียน” โดยมีความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันออกแบบชั้นนำระดับโลกมากมาย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และถ่ายทอดสู่นักศึกษาของสถาบัน ดังนั้นการร่วมเป็นที่ปรึกษากิจกรรม Fashion Next 2017 ครั้งนี้ ทางสถาบันได้ออกแบบหลักสูตรที่สามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการอย่างครบวงจร และคัดสรรวิทยากร ผู้รู้จริงในอุตสาหกรรมแฟชั่นมาถ่ายทอดข้อมูลความรู้และเทรนด์ต่างๆ  อย่างแท้จริง”

ผู้ประกอบการ SMEs ในอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรรม Fashion Next 2017 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอสมัครได้ที่ Call Center โครงการ 062-706-5542, 062-481-7801 อีเมล์:  globalreach2016@gmail.com