คลิปนี้ติดเรท 30+ ย้อนระลึกโฆษณาในวันวานกับกลยุทธ์ Nostalgia Marketing

0

knorr Nostalgia Marketing

กระแส #วัยรุ่นยุค90 กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่กำลังอยู่ในวัยนี้ รูปภาพสิ่งของต่างๆ มิวสิควิดีโอ ดารา นักร้อง และละครฮิต ถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งกระทู้ หรือโพสต์ในโซเชี่ยลมีเดีย เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาดังกล่าว “คนอร์” ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของทความทรงจำดีๆ เหล่านั้น รวมทั้งกระตุ้นให้ผู้บริโภครู้สึกว่าโจ๊กคนอร์ มีความใกล้ชิดเป็นส่วนหนึ่งของมือเช้าในครอบครัวมานานแล้ว จึงเป็นที่มาของคลิป ดักวัยจ๊าบ! เรท 30+ ใจไม่ถึงอย่าดู

เปิดมาด้วยสิ่งของสารพัดอย่าง เช่น เทปคลาสเซ็ท และไม่ใช่การหยิบมาโชว์แบบผิวเผิน ลงลึกไปถึงวิธีการหักกันไม่ให้อัดทับ เพจเจอร์ ก่อนจะนำเสนอโฆษณาของโจ๊กคนอร์ผ่านบทเพลงที่คุ้นหูเพราะเป็นเพลงโฆษณาที่ถูกเผยแพร่ในปี 2533 และใช้ต่อเนื่องยาวนาน จนเด็กและวัยรุ่นในยุคนั้นต้องจำได้แม่น กับประโยค “โจ๊กคนอร์หอมมมมกรุ่นนนนน!!! ไม่ใช่แค่เพลงแต่ฉากและตัวละครก็ยังถูกเลียนแบบให้คล้ายคลึงกับของเดิม แต่เพลงดังกล่าวก็มีความเปลี่ยนแปลง นั่นก็คือ โจ๊กคนอร์ยังหอมกรุ่นและกินกับปาท่องโก๋ได้ทุกเวลาเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติม คือ “ข้าวหอมมะลิแท้” เมื่อไหร่ที่…ท้องร้องจ๊อกๆ ก็ต้องคนอร์คัพโจ๊ก

วัยรุ่นยุค 90 ปัจจุบันกำลังมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับการผลักดันสังคม เป็นผู้นำทางความคิด มีกำลังซื้อ คนอร์ใช้การสื่อสารในยุคดิจิตอลให้เป็นประโยชน์ ดึงเอาความทรงจำวันวานของเพื่อนวัยเดียวกัน มีความเข้าใจมุขที่มีแต่คนยุคเดียวกันที่จะเก็ท มาสร้าง Brand Experience ส่งผ่านความผูกพันของโจ๊กคนอร์ที่ยาวนานในตลาดมาถึง 30 ปี ให้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง คนในวัยนี้บ้างก็กำลังทำงานอย่างขมักเขม่น หลายคนมีครอบครัว จนเริ่มมีลูกวัยกำลังซน การตอกย้ำว่าโจ๊กคนอร์เป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างมาตลอดจึงเท่ากับกระตุ้นให้คนยุค 90 ยังคงรักและอาศัยโจ๊กคนอร์ฝากท้องได้ทุกเวลาหิว ไปจนถึงดูแลคนรอบข้างเหมือนดังเช่นในโฆษณาที่กินกันได้ทั้งครอบครัว