อากู๋สั่งลุยเปิด GMM BRAVO แปลงร่าง ‘เพลง’ เป็นซีรีย์ 3 ชุดใหม่ดันช่อง GMM25 ยอดทะลุ 800 ล้าน

gmm bravo ฟ้าใหม่
ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม Vice Presient Marketing & Sale และ ภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด

หลังจากประกาศยุทธ์ศาสตร์ใหม่  Total Media Solution GMM GRAMMY หรือ แกรมมี่ ภายใต้กลยุทธ์ New Content Solution นำโดยฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม (ลูกชายอากู๋ ไพบูลย์) เปิดตัวยูนิตใหม่ชื่อว่า GMM BRAVO (จีเอ็มเอ็ม บราโว่) หน่วยงานที่นำเอาสินทรัพย์ในมือของแกรมมี่โดยเฉพาะ “เพลง” มาต่อยอดให้เกิดมีมูลค่ามากขึ้นพร้อมช่วยผลักดันให้ช่อง GMM25  ทีวีดิจิตอลในเครือ ครองใจผู้ชมและดันยอดรายได้ให้กับช่องฯเติบโตอีกเท่าตัว

GMM BRAVO จะเข้ามาปัดฝุ่นและแปลงร่าง “เพลง” ที่แกรมมี่แข็งแกร่งมายาวนาน และปัจจุบันมีราวกว่า 50,000 ลิขสิทธิ์เพลง ให้กลายเป็นคอนเท้นท์สำหรับทีวี   โดยคอนเท้นท์ของ GMM Bravo มีลักษณะคล้ายๆกับซีรีย์ Love Song Love Story  แต่จะถูกนำมาเล่าในรูปแบบใหม่ๆ ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายหลักของช่อง GMM25 อายุ 15-34 ปี  โดยมี เอกชัย เอื้อครองธรรม ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังมานั่งคุมทีม GMM Bravo ในตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ

ซีรีย์เซตใหม่ที่แปลงร่างมาจากเพลง จำนวนประมาณ 10 เรื่อง จะถูกออนแอร์ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 นี้ ยาวไปจนถึง มกราคม 2560   แบ่งเป็น 3  ชุด

1.Molodies of Life  นำเพลงฮิตที่อยู่ในใจคนมาผลิตเป็นซีรีย์สำหรับคนรุ่นใหม่ มุม และ พลอตใหม่

2.Encore 100 Millions View  นำเอาเอ็มวีเพลง (มิวสิควีดีโอ) ที่มียอดเกิน 100 ล้านวิว มาเป็นซีรีย์ในรูปแบบไตรภาค

3. Love Rhythm นำเอาไอดอล หรือ ศิลปินคนดัง มาทำเป็นซีรย์หรือมาอยู่ในซีรีย์  ตัวอย่างเช่น เรื่อง Daddy จำเป็น โดย โน้ส อุดม แต้พานิช , ก้อง สหรัถ , ติช่า The Face Thailand เป็นต้น

“เรามีฐานข้อมูลผู้ชมจากดิจิตอลแพลตฟอร์มทั้ง Youtube กว่า 7 ล้านคน , โซเซียลมีเดียรวม กว่า 38 ล้านผู้ติดตาม ทำให้สามารถวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ว่าต้องการเสพคอนเท้นท์ในลักษณะใด ซึ่งทำให้วางแผนการผลิตคอนเท้นท์ได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย สำหรับรายได้ยังคงเป็นการขายพื้นที่โฆษณาเป็นส่วนใหญ่ และยังมีโฆษณาในรูปแบบ Product Experience ที่สินค้าหรือแบรนด์เข้าไปอยู่ในละครหรือซีรีย์อย่างแนบเนียน” ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม  กล่าว

การแปลงร่างเพลงครั้งนี้คาดว่าจะทำให้รายได้ของ GMM25 เติบโตเท่าตัว ประมาณ 800 ล้านบาท และทำให้แข็งแกร่งใน Position ของกลุ่มอายุ 15-34 ปี มากขึ้นไปอีก