เฉลยแล้วพระเอกคนล่าสุดของญาญ่า แบรนด์รังนกเลือก “ติงลี่” เพราะอยากเพิ่มฐานลูกค้าผู้ชาย

หลี่เหลียงเว่ย

จากความสำเร็จในปีที่แล้วที่ “แบรนด์รังนก” เลือก หมี่เซี๊ยะ มาเป็น Brand Ambassador และสร้างอัตราการเติบโต 10% ในขณะที่ตลาดรังนกในภาพรวมเติบโตเพียง 7% มาปีนี้การต่อยอดแคมเปญด้วยกลยุทธ์ที่สร้างโอกาสในการดื่มให้กับผู้บริโภคที่เด็กลง มาปีนี้โจทย์ของแบรนด์รังนก นอกจากจะขยายฐานไปยังผู้บริโภคอายุน้อยลงแล้ว ยังต้องการกลุ่ม “ผู้ชาย” จึงเป็นที่มาของการเลือก “หลี่ เหลียง เหว่ย” หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันดีในบาทบาท “ติงลี่” พระเอกเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ให้มาเป็น  Brand Ambassador คู่กับ ญาญ่า-อุรัสยา ในแคมเปญ The Eternal Proof บทพิสูจน์ความเป็นตลอดกาล

2 Generations + 2 Genders

จากเดิมที่ลูกค้าของแบรนด์รังนกจะมีสัดส่วนผู้หญิง 57% และผู้ชาย 43% แบรนด์รังนกต้องการเพิ่มสัดส่วนให้เป็น 50:50 ภายใน 2 ปีนับจากนี้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พรีเซนเตอร์อีกคนต้องเป็นผู้ชาย บวกกับฐานลูกค้าในอินโดไชน่า ที่เซเรบอสประเทศไทยรับผิดชอบอยู่ ก็รู้จัก “หลี่ เหลียง เหว่ย” หรือ ติงลี่เช่นเดียวกัน การมีแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่เป็นชาวเอเชีย รู้จัก, ดื่มรังนกเป็นประจำอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริโภครับรู้ได้ง่าย ยิ่งได้ Learning จากครั้งที่แล้ว เมื่อใช้ตัวแทนสินค้าที่เป็นคนฮ่องกง ทำให้ยอดขายจากสถานที่ที่เป็นแหล่งของนักท่องเที่ยวจีนขยับสูงขึ้นตามไปด้วย ก็ยิ่งทำให้ เซเรบอส ประเทศไทย มั่นใจว่ามาถูกทาง

สำหรับประเด็นเรื่องกลุ่มอายุเป็นอีกเรื่องที่เป็นโจทย์ของสินค้าประเภทนี้ แบรนด์รังนกต้องเปลี่ยนทัศนคติจาก “รังนก” ที่เป็นของซื้อฝาก ให้กลายเป็นสินค้าที่ผู้ซื้อบริโภคเอง เพราะจะเพิ่มโอกาสในการซื้อมากกว่าหลายเท่า

ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เซเรบอส(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มีความพยายามมาเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่ตอนคุณแพท(สุธาสินี พุทธินันทน์) เป็นพรีเซนเตอร์แล้ว ที่เล่าเรื่องว่าคุณแพท ทำงานหนัก แล้วก็ดื่มแบรนด์รังนก”

จากการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นวัยทำงานอายุ 35 ปีขึ้นไป แต่แบรนด์รังนกก็ต้องการฐานลูกค้าที่เด็กลงอีก แบรนด์แอมบาสเดอร์อีกคนจึงต้องเป็น ญาญ่า เพื่อสื่อสารกับFirst Jobber จนเป็นที่มาของคู่ดูโอ 2 Generations และ 2 Genders  ในปีนี้

ปีนี้ยังหวังโตเลข 2 หลักเหมือนเคย

แบรนด์รังนก ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท ในแคมเปญนี้ซึ่งถือว่าเป็นแคมเปญใหญ่ที่สุดของปี ด้วยงบประมาณ 100 ล้านบาท ใช้เม็ดเงินทั้งในสื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และบิลบอร์ด รวมทั้งสื่อดิจิตอล โดยหวังว่าจะทำให้ยอดขายเติบโตสองหลักเท่ากับปีที่แล้ว ท่ามกลางความท้าทายทั้งเรื่องเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภค

ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของเซเรบอส ประเทศไทย มาจาก 1. ซุปไก่สกัด มากกว่า 50%  2. รังนก 30%  3. ผลไม้สกัด เป็นส่วนที่เหลือ โดยแนวโน้มการเติบโตของผลิตภัณฑ์รังนกถือว่าเติบโตดีกว่าสินค้าชนิดอื่น