10 เทรนด์พลิกโลกอนาคตการสร้าง “คอนเท้นท์” ที่ทุกแบรนด์ต้องรู้

content pharrel william2

ปัจจุบันเราต่างต้องยอมรับว่า Content Marketing เป็นสิ่งที่ใครๆหลายคนพูดถึง และมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับแบรนด์ต่างๆ วิธีการทำ Content Marketing มีหลายแบบ ต่างคนก็มีเทคนิคเป็นของตัวเอง Stacy Minero หัวหน้าทีมวางแผนคอนเท้นท์ จาก Twitter ผู้ซึ่งเคยอยู่เบื้องหลังการทำ custom content program หลายๆตัวที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ได้พูดถึง  10  เทรนด์กำหนดอนาคตของการสร้างคอนเท้นท์สำหรับแบรนด์

1. Live marketing 

ในปี 2013 Tweet อย่าง “Dunk in the Dark” ของแบรนด์ Oreo นั้นสามารถสร้าง Live marketing ได้ดังดีไม่แพ้กับ event ใหญ่ๆอย่าง Super Bowl เลย ในปีนี้เราจะเห็นแบรนด์เหล่านี้เริ่มจะสร้างกระแสแข่งกับงานอีเว้นท์ใหญ่ๆเหล่านี้อีก แต่จะเน้นไปที่ในเรื่องของการ “connecting” กับคนดูใน “Everyday moment” ตัวอย่างที่เห็นได้คือแคมเปญ #OreoSnackHacks ของ Oreo ซึ่งจะให้ผู้บริโภคได้ตื่นตาตื่นใจและสนุกไปกับสร้างรสชาติและการทำขนมใหม่ๆที่มีการเอา Oreo มาเป็นส่วนผสมในการทำ การทำ Live marketing จะมีมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค  รถยนต์  และ ร้านอาหาร

 

2. Content ยุคนี้ต้องผู้ชมต้องมีส่วนร่วม

แบรนด์ต่างๆในยุคนี้ ควรจะเชิญชวนผู้คนมาเป็นส่วนนึงของการสร้างคอนเท้นท์ เพื่อทำให้คอนเท้นท์สนุกและตื่นเต้น  เช่น  @ThehungerGames นั้นเป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมากในการสร้าง buzz เมื่อปีที่แล้ว ที่เชิญชวนให้คนมาช่วยกันปลดล๊อค ตัวอย่างหนัง The Hunger Game: Mockingjay  โดยการ retweet คอนเท้นท์ ผ่าน Twitter ของตัวเอง

 

3. Custom content เพิ่มมากขึ้น 

ในปี 2015 นี้เราได้เห็นการทำคอนเท้นท์แบบเฉพาะบุคคล หรือ  custom content มากขึ้นเนื่องจากเริ่มมี tool ต่างๆที่ทำให้การสร้าง custom content เป็นไปได้ง่าย และมีความเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เช่น  @AmericanExpress คือ 1 ในตัวอย่างทีน่าสนใจ  แบรนด์ได้ร่วมมือกับ Digigraph เพื่อที่จะส่งลายเซ็นดิจิตอลของนักร้องชื่อดัง Pharrel William ไปให้แฟนๆที่ฟัง livestreamed concert ของเขา  อีกตัวอย่างนึงคือ เพียวริน่า แบรนด์อาหารสุนัข  เปิดตัว Moments Studio  ห้องรวมรวมข้อมูลแบบ real-time สำหรับพัฒนา Live Content  เพื่อสื่อสารกับเจ้าของสัตว์เลี้ยง

 

4. Social Star จะเฉิดฉายมากยิ่งขึ้น:

แบรนด์ต่างๆเริ่มทำการพาร์เนอร์กับ internet influencer ที่ตัวเองคิดว่าสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น เช่น Michelle Phan บิวตี้กูรู ที่มีคนติดตามากกว่า 7 ล้าน subscriber ได้ทำสัญญาร่วมกับ L’Oreal  ในขณะที่ HP นั้นก็ได้สร้างรายการ TV โดยมี influencer ของ Vine เช่น Robby Ayala และ Zach King ไม่เว้นแม้กระทั่งบริษัทใหญ่อย่าง Vessel ที่กระโดดเข้ามาร่วมโปรโมทเหล่า social media star พวกนี้อีกด้วย

 

5. Video Content เน้น Emotional 

ภายในเวลาเพียงแค่ 2 ปี Vine ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของ content ที่สั้นกระชับ แต่อัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ สมัยนี้เราจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคมีการตอบสนองกับ video content ประเภท 15 วินาที เช่นใน Instagram มากขึ้น  ขณะที่ Video content มีที่ความยาวมากกว่า 30 วินาที ไม่ได้ถูกจัดเป็น standard ของ video content อีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคบางกลุ่มก็ยังเลือกเสพ Video content ที่เป็น long format ใน youtube เช่นเดียวกัน ทั้งนี้เราจะเห็นได้ชัดเจนว่าแบรนด์เริ่มจะหันมาสนใจในเรื่องของการทำ story telling ที่เน้นในเรื่อง emotional benefit ให้กับผู้บริโภคมากกว่าการสนใจเรื่องระยะความยาวของ video

 

6. Content ที่แชร์  บอกบ่งความสนใจ

สมัยนี้แบรนด์สามารถเข้ามา จับในเรื่องต่างๆที่คนกำลังพูดถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อรถ จนถึง การเลือกร้านอาหาร   ซึ่งแบรนด์ต่างๆสามารถใช้สัญญาณหรือข้อมูลเหล่านั้น ในการเลือกทาร์เก็ตกลุ่มลูกค้าจากสิ่งที่เขาทำ เขาสนใจ และหรือสิ่งที่เขาแชร์

 

7. Content ต้องพาไปสู่ ยอดขาย

ในปีนี้ เราจะเห็นได้ว่าแบรนด์หลายๆแบรนด์นั้นเริ่มทำคอนเท้นท์ ที่เชื่อมโยงไปในส่วนต่างๆของ กระบวนการซื่อทางการตลาด (Purchase Funnel) หรือเรียกง่าย คือ คอนเท้นท์ต้องโยงไปยอดขายได้ด้วย   ดังนั้นบรนด์จึงเริ่มทำคอนเท้นท์ นอกเหนือจากการสร้าง awareness  แต่ช่วยเพิ่ม transaction ให้กับธุรกิจนั้นเอง

 

8.  รวมพลัง วางแผน + ซื้อ

เมื่อปีที่แล้ว Spredfast บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลโซเซี่ยลมีเดีย ได้เข้ารวบกิจการกับ Mass Relevance บริษัทซอฟแวร์คลาวน์   ขณะเดียว Sprinklr สตาร์ตอัพบริหารโซเซี่ยลมีเดีย ก็ได้เข้าซื้อกิจการของ TBD Digital บริษัท ผู้เชียวชาญในด้านการทำ optimized paid media

อีกตัวอย่างนึงก็คือ Percolate บริษัทสร้างคอนเท้นท์ ได้พาร์เนอร์ร่วมกับ SocialCode  เพื่อบริหารการซื้อสื่อและวางแผนคอนเท้นท์อย่างครบวงการ  ในปีนี้มั่นใจได้เลยว่าจะได้เห็นการรวมตัวกันของบริษัทสองประเภทนี้อีกเป็นแน่นอน

 

9. Creative model ใหม่ๆ 

ก่อนหน้านี้เราเคยเห็นกรณีที่บริษัท Publicis เข้าซื้อกิจการของดิจิตอลเอเจนซี่ Relvant24  ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทำ Live Content ไปแล้ว ซึ่งในปีนี้คาดว่าเราจะได้เห็นบริษัทเอเจนซี่เริ่มเข้าซื้อกิจการของบริษัท Creative เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างคอนเท้นท์ใหม่ๆให้กับบริษัทมากขึ้น

 

10. ดาต้า = อินไซต์

ในปี 2015 นั้น เดต้า เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์นำเอามาแปลงเปลี่ยนเป็นอินไซต์ให้กับนักการตลาด  ในปี 2013 บริษัท MindShare ได้ส่ง The Loop เครื่องมือการทางการตลาดแบบ real time ที่จะช่วยประมวลข้อมูลมากกว่า 100 ชนิดแล้วแปลงเปลี่ยนเป็นอินไซต์ที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า แหล่งข้อมูลเหล่านั้นยังรวมไปถึง Tweetdeck และ Brandwatch อีกด้วย

 

 

 

เรียบเรียงโดย :  Pann L.

SourceImage

เย้ๆๆ อีกหนึ่งช่องทางรับข่าวสารกับ Brand Buffet  ผ่าน LINE ไม่ตกหล่นทุกข่าวสำคัญ

  เพิ่มเพื่อนรัวๆ  ที่ ID :   @brandbuffet

เพิ่มเพื่อน