ม.รังสิต เผยทีเด็ดการตลาดแบบเหลือเชื่อ ยึด “คุณครูแนะแนว” เป็นกระบอกเสียง

 

RSU Logo

วันนี้เป็นวันเปิดเทอม เทอม 2 ของนักเรียนในทุกระดับชั้น สำหรับนักเรียน ม.6  นี่คือโค้งสุดท้ายของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย และเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดเส้นทางชีวิตในอนาคต สำหรับคุณครูนี่ก็เป็นงานชิ้นสำคัญที่จะต้องพานักเรียนไปให้ถึงฝั่งฝัน ในช่วงนี้บทบาทคุณครูที่สำคัญคนหนึ่งก็คือ “คุณครูแนะแนว” ครูคนสุดท้ายที่นักเรียนจะไปหาเมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่จะเป็นครูคนแรกที่นักเรียนไปหา เมื่อสอบไม่ติด อินไซต์นี่เอง เป็นที่มาของการทำตลาดของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่มีโครงการนำคุณครูแนะนแนวจากทั่วประเทศมาร่วมกิจกรรม ทำความรู้จักกับวิสัยทัศน์ คณะหรือภาควิชาใหม่ๆ ของม.รังสิต เพื่อทำให้คุณครูเป็น Influencer คนสำคัญทำให้เด็กและผู้ปกครองมีความรู้และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับองค์ความรู้ที่ม.รังสิตมอบให้กับสังคม

ทุกๆ ปี ราวกลางเดือนตุลาคม ในช่วงเวลาปิดเทอมของคุณครูวิชาอื่นๆ แต่สำหรับครูแนะแนว ม.รังสิตจะจัดกิจกรรมพาคุณครูกลุ่มหนึ่งไปทำความรู้จักกับมหาวิทยาลัยหมุนเวียนกันไป คุณครูเหล่านี้ก็กลายเป็นกระบอกเสียงคนสำคัญของม.รังสิต ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ทำตลาดแบบส่งตรงผ่าน Influencer รายสำคัญในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งกิจกรรมในลักษณะนี้ ม.รังสิตดำเนินการมาตั้งต่ปี 2545 จนตอนนี้เครือข่ายของอาจารย์แนะแนวที่เคยร่วมกิจกรรมกับทางม.รังสิตมีนับร้อยท่าน และในปีนี้ม.รังสิตก็ถือโอกาสแถลงข่าวกับสื่อมวลชนด้วย

 

Passion+ Vision 

จุดเด่นของม.รังสิต คือการที่มีคณะหลากหลาย ชื่อคณะหรือภาควิชาแปลกๆ ที่หลายคนฟังแล้วต้องสงสัย ว่าคืออะไร เรียนอะไร เรียนจบแล้วทำอาชีพอะไรได้บ้าง นี่เองจึงเป็นที่มาที่ ม.รังสิตต้องทำความเข้าใจผ่านอาจารย์แนะแนว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิชาที่ยังไม่แพร่หลายมากนักในประเทศไทยอย่างเช่น สถาบันการบิน สาขาวิชานักบินพาณิชย์, วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน) , สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร (Chef School) เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องการการทำความเข้าใจอย่างมาก แต่ด้วย Passion และ Visionของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์  อธิบการบดี มหาวิทยาลัยรังสิต ที่เคยทำงานในคณะกรรมการด้านการศึกษาแห่งชาติมาก่อน จึงเล็งเห็นว่าในอนาคตประเทศต้องการแรงงานด้านไหน ม.รังสิตในฐานะสถาบันวิชาการจะตอบสนองการพัฒนาประเทศได้อย่างไร จึงเป็นที่มาของสาขาวิชาที่แปลกใหม่สำหรับวันนี้ แต่ในวันพรุ่งนี้จะมีความสำคัญมากขึ้น

RSU อาทิตย์ อุไรรัตน์
ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์

ผลของการทำตลาดด้วยวิธีการนี้ทำมห้ ม.รังสิต สามารถเข้าไปพรีเซนต์ในโรงเรียนต่างๆ ได้มากกว่ามหาวิทยาลัยเอกชนรายอื่น และในแต่ละปี ม.รังสิตก็มีนักศึกษาที่มาสมัครเกินกว่ากำลังที่จะรับนัักศึกษาทุกปี แม้ว่าตอนนี้ ม.รังสิตจะเป็น ม.เอกชนที่รับนักศึกษาได้มากที่สุดในประเทศแล้วก็ตาม โดยคณะยอดฮิตเป็น แพทย์ ทันตะแพทย์ และเภสัชฯ

 

ของจริงที่มีให้ดู

นอกจากทำความเข้าใจผ่านคุณครูแนะแนวแล้ว แนวทางการทำตลาดอีกอย่างที่แหวกแนวไม่แพ้กัน ก็คือการออกผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาจากงานวิจัยภายในของบุคลากรในมหาวิทยาลัย ล่าสุดมีแผนจะวางจำหน่าย ครีมทาหน้าแบรนด์ ARUN ที่ผลิตจากรังนกนางแอ่น หรือที่เคยมีให้เห็นแล้วก็อย่างผลผลิตจากข้าว, มังคุดแผ่น หรือแป้งที่ใช้กล้วยหินมาผลิต เหล่านี้ล่วนเป็นตัวอย่างของผลงานที่สร้าง “คุณค่าทางการเกษตร”

ดร.อาทิตย์ กล่าวว่า “วิธีที่ดีที่สุด คือ ทำให้เห็นว่าเรียนแล้วจะทำอะไรได้บ้าง ทำให้เขารู้มากขึ้น ทุกวันนี้ยังคิดกันแบบเดิมๆ ว่าเรียนเกษตรแล้วจบออกมาก็เป็นเกษตรกรแบบเดิมๆ นี่ก็เลยต้องทำให้ดูว่า End Product ที่ออกมาเป็นยังไง มันมีคุณค่าและมูลค่ามากกว่าเดิมที่เคยคิด ไม่ได้อยากจะออกมาทำขายเอากำไรอะไรหรอก เราเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่ได้เน้นเรื่องขายอะไรหรอก  แต่อยากทำให้เห็น ก่อนหน้านี้ผมไปเห็นที่สิงคโปร์มี Durian Drink ทั้งๆ ที่ที่สิงคโปร์ไม่มีวัตถุดิบอะไรเลย ก็รู้สึกเสียดายแทนประเทศไทย เรามีวัตถุดิบเยอะแยะ แต่เราขายเป็นวัตถุดิบซึ่งมีราคาต่ำ ต่อไปนี้เกษตรกรไทยต้องผลิตให้เสร็จ แล้วขายในราคาสูง”

 

ขยายพื้นที่รองรับ 

เพิ่มพื้นที่ Campus นครปฐม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2560 บนพื้นที่เฟสแรก 540 ไร่ ลงทุนครั้งแรก 1,500  ล้านบาท สามารถรองรับนักศึกษาได้ 3-5 พันคน โดยคณะที่จะเปิดสอน น่าจะเป็นคณะ เกษตร ซึ่งย้ายจาก ม.รังสิตที่เมืองเอกไปทั้งหมดอย่างครบวงจร, คณะวิศวะ โดยมีสาขาวิชายานยนต์, อากาศยาน และเทคโนโลยีระดับราง และมีวิชาพื้นฐาน เช่น ไอที, ศิลปศาสตร์, บริหาร และวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ยังมีการขยายพื้นที่ใน ม.รังสิต ที่เมืองเอก ด้วยงบลงทุน 3,000 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปท์ “มหาวิทยาลัยแห่งความสมบูรณ์แบบ” เพิ่ม อาคาร Student Center, อาหารสันทนาการ, อาคารศาลาดนตรี คอนเสิร์ต ฮอลล์และดรงละครที่จุผู้ชมได้ 1,100 ที่นั่ง และมีระบบเวทีที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย