7 เทคนิคเทพๆ สร้าง “รหัสผ่าน” ป้องกันบั๊กและเหล่าแฮ็คเกอร์

0

heartbleedpassword

เมื่อต้นสัปดาห์ ได้มีการค้นพบบั๊กที่ชื่อว่า Heartbleed ที่ทำให้แฮกเกอร์สามารถล้วงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ออกมาจากซอฟต์แวร์ต่างๆ ได้ บั๊กดังกล่าวนั้นอันตรายมากกว่าบั๊กที่พบตามปกติซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยวิธีการอัพเดทเวอร์ชั่น โดยมันจะมีผลกับการทำงานของ OpenSSL ซึ่งเป็นกระบวนการเข้ารหัสข้อมูลเพื่อความปลอดภัยที่ใช้ในเว็บไซต์ทั่วๆ ไป เช่น Google และ Facebook แม้ว่า OpenSSL ได้ปล่อยตัวอัพเดทเพื่อแก้ปัญหาฉุกเฉินแล้ว วันนี้ Brand Buffet ยังมีเคล็ดลับง่ายๆในการตั้งพาสเวิร์ด เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าข้อมูลส่วนตัวของคุณนั้นปลอดภัยอีกทางหนึ่ง

1. สร้างรหัสผ่านให้ยาวขึ้น

ยิ่งรหัสผ่านของคุณยาวมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น ทาง Microsoft ได้แนะนำให้สร้างรหัสผ่านโดยประกอบด้วยแปดอักขระเป็นอย่างน้อย

2. สุ่มใช้ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์

แม้รหัสผ่านจะยาว แต่กลับเป็นคำหรือประโยคที่ง่ายต่อการคาดเดาก็อาจจะไม่ปลอดภัย ฉะนั้น จึงเป็นการดีกว่าหากรหัสผ่านจะประกอบด้วยการผสมกันระหว่างตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และเล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อของคุณหรือชื่อบริษัท หากเป็นไปได้ให้พยายามสร้างรหัสผ่านจากคำที่ไม่มีอยู่จริง

3. สะกดคำผิดๆ

หากต้องการใช้คำหรือประโยค การสะกดคำผิดจะทำให้เดารหัสผ่านได้ยากขึ้น วิธีนี้ทำได้โดยการแทนที่ตัวหนังสือด้วยสัญลักษณ์หรือตัวเลข เช่น “I love soccer” เปลี่ยนเป็น “1LuvSoCC3r!1”

4. อย่าใช้รหัสผ่านเดียวกับหลายๆ บัญชี

หากใช้รหัสผ่านเดียวกันทั้งหมด แฮกเกอร์จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในทุกๆ บัญชีของคุณเมื่อเขาได้ค้นพบรหัสผ่านแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้น รหัสผ่านของแต่ละบัญชีควรจะต้องแตกต่างกัน

5. หลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านดังต่อไปนี้

รหัสผ่าน เช่น “abc1234” “password” “admin” “iloveyou” และ “aaaaaa” ไม่ควรใช้ เนื่องจากเป็นรหัสผ่านที่ใช้กันบ่อยมาก ข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันหลังจากที่ระบบของ Adobe ถูกแฮกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

6. คิดประโยคขึ้นมาเอง

อีกวิธีที่ดีมากสำหรับการสร้างรหัสผ่านให้เดายากขึ้น คือ ให้นึกประโยคหนึ่งที่จำง่ายขึ้นมา เช่น  “My favorite animal is the koala bear” และใช้เพียงแค่อักษรตัวแรกของแต่ละคำ ลบเครื่องหมายวรรคตอน สุดท้ายแทนที่ตัวอักษรบางตัวด้วยตัวเลขเพื่อเพิ่มความซับซ้อน จากประโยคตัวอย่างจะได้รหัสผ่านเป็น mFA1tkB!

7. ใช้ตัวช่วยในการสร้างรหัสผ่าน

นอกจากวิธีที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีแอพพลิเคชั่นและบริการมากมายที่ไว้ใจได้ ตัวอย่างเช่น LastPass และ 1Password ซึ่งช่วยรหัสผ่านของคุณปลอดภัยมากขึ้นโดยการคิดค้นและปกป้องรหัสผ่านให้

 

ที่มา :  BusinessInsider

เรียบเรียง : Lecstacy