3 ขั้นตอนปั้นแบรนด์ให้ “ฮิตติดเทรนด์”

apple-logo5

เทรนด์ คือ สิ่งที่กำหนดกระแสต่างๆ ในสังคมและบอกถึงสิ่งที่จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ที่สำคัญอย่างยิ่ง เทรนด์เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า แต่อะไรคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์เกิดเป็นเทรนด์และทำให้แบรนด์ที่ดับกลับมาอยู่ในเทรนด์อีกครั้ง  แบรนด์แอปเปิล (Apple) คือ แบรนด์ระดับเทพที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนในด้านการออกแบบที่มีสไตล์และทันสมัยกับชีวิตประจำวัน ซึ่งทุกคนต่างจดจำอัตลักษณ์ของแอปเปิลได้ชัดเจน

ปัจจุบันแอปเปิลยังคงเป็นผู้นำแบรนด์ระดับโลกที่มีมูลค่าสูงที่สุดและรักษาชื่อเสียงในฐานะที่เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมไว้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าที่ผ่านมาจะต้องเผชิญมรุสมใหญ่มากมาย เช่น ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่คู่แข่งขยันปล่อยลงสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และคดีมากมายที่แอปเปิลต่อสู้อย่างคดีเลี่ยงภาษี  จากกรณีของแอปเปิล ทำให้เกิดคำถามว่าอะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนแบรนด์ให้กลายเป็นที่นิยมและคงความสำเร็จอยู่ได้อย่างยั่งยืน และนี่คือคำตอบ

1. ต้องโดนใจลูกค้า
การจะเข้าใจว่าอะไรคือตัวขับเคลื่อนเทรนด์ในตลาดแมสนั้น ขั้นแรกต้องเข้าใจก่อนว่าการตัดสินใจซื้อเกิดจากความรู้สึกที่สินค้า “คลิก” กับอัตลักษณ์ของลูกค้าว่าเขาต้องการเป็นใครและอะไรคือสิ่งที่ดึงดูดใจ แบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ก็จะได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ ตัวอย่างเช่น การแสดงให้เห็นว่าสินค้าเหมาะสมกับลูกค้าอย่างไร ช่วยยกระดับการใช้ชีวิต เติมเต็มความต้องการ และคู่ควรกับชีวิตประจำวันของลูกค้าหรือไม่ สินค้าที่ทำแบบนี้ได้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของลูกค้าที่จะเขาจะนำไปแชร์และได้รับการยอมรับกันในกลุ่มลูกค้าที่มีความชอบเหมือนกัน

2. ต้องเสริมพลังโซเซียล
งานวิจัยชิ้นล่าสุดของ Crowdtap พบว่า ผู้บริโภคถึง 92% ตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะไว้วางใจและเชื่อที่เพื่อน ครอบครัว และเพื่อนร่วมงานบอกมากกว่าเมื่อที่จะซื้อเพราะเชื่อโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาในรูปแบบใดๆ ก็ตาม ปกติแล้วลูกค้าจะไว้วางใจคนที่รู้จักเพราะคนเหล่านั้นเข้าใจตัวตนของลูกค้า และก็เชื่อว่าคำแนะนำที่ได้รับให้นั้นจริงใจและดีต่อตัวลูกค้า Avon คือ ตัวอย่างแบรนด์ที่ใช้การขายสินค้าออนไลน์ผ่านสื่อโซเซียลด้วยแคมเปญ “Like My Lips” โดยใช้แอพพลิเคชันในเพจของตนเองบน Facebook เป็นตัวเสริมพลัง ซึ่งลูกค้าสามารถทดลองเลือกสีลิปสติกแบบออนไลน์ก่อนและแชร์ไปให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวช่วยเลือกได้อีกด้วย เครือข่ายที่ไว้วางใจได้สามารถเปลี่ยนประสบการณ์ของลูกค้าและแบรนด์เป็นประสบการณ์สังคมที่ลูกค้าแชร์เรื่องเกี่ยวกับแบรนด์ และแนะนำแบรนด์ให้คนอื่นต่อกันไปแบบปากต่อปากอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นเทรนด์ในที่สุด

3. ต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรม
การก้าวทันประเด็นที่เกิดขึ้นใหม่ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในสังคมคือหัวใจสำคัญของการนำแบรนด์ให้มาอยู่ต่อหน้าลูกค้า ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์คลาสสิกเรื่อง The Great Gatsby ที่ผู้กำกับชื่อดัง Baz Luhrmann นำกลับมาสร้างใหม่สะท้อนให้เห็นถึงสังคมที่รักความบันเทิง ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เกิดกระแสกลายเป็นพาดหัวข่าวและเรื่องที่พูดคุยกันในโลกโซเซียลเน็ตเวิร์คกันทั่วโลก ซึ่งแบรนด์หลายต่อหลายแบรนด์ได้เกาะกระแสวัฒนธรรมย้อนยุคในภาพยนตร์ดังกล่าวออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 20s อาทิ Tiffany’s แบรนด์เครื่องประดับระดับโลกก็ปล่อยเครื่องประดับไลน์ใหม่ที่ชื่อว่า “Jazz Age” มาให้คอเพชรพลอยได้ซื้อกันเช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่าง Bloomingdale’s รวมทั้งเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ Rue La La ที่เน้นแสดงเสื้อผ้าแฟชั่นในยุค 20s บนเว็บไชต์ของตนเองในช่วงที่ภาพยนตร์เรื่องดังกำลังฉายอยู่

3 สิ่งนี้ทำให้เกิดการสื่อสารที่ใช่และการตลาดที่โดนใจลูกค้าที่จะไปกระตุ้นให้เกิดกระแสและเชื่อมโยงกับข่าวด้านวัฒนธรรมในสังคม ซึ่งจะสร้างโอกาสในการประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในยุคนี้… ยุคแห่งเทรนด์
ที่มา :  Forbes
เรียบเรียง: @natzuke