HomeSponsoredล็อกรายได้ยาว 30 ปี REIT WHART เพิ่มทุนคว้า “WGCL IDC” ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากล ผู้เช่า 100% ดันพอร์ตรวมทะลุ 5.6 หมื่นล้าน เปิดจองซื้อปลาย ก.ย. นี้

ล็อกรายได้ยาว 30 ปี REIT WHART เพิ่มทุนคว้า “WGCL IDC” ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากล ผู้เช่า 100% ดันพอร์ตรวมทะลุ 5.6 หมื่นล้าน เปิดจองซื้อปลาย ก.ย. นี้

แชร์ :

ท่ามกลางภาวะตลาดการเงินโลกที่ยังคงเผชิญความผันผวน ประกอบกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เชื่อว่านักลงทุนจำนวนมากกำลังมองหาทางเลือกการลงทุนที่ช่วยสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) อย่างมั่นคงและสม่ำเสมอในระยะยาว หนึ่งในสินทรัพย์ที่โดดเด่นและเป็นที่ชื่นชอบของสาย Passive Income อย่างต่อเนื่องคือ REIT หรือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

ทำความรู้จัก กองรีท (REIT) แบบเข้าใจง่าย

กอง REIT คือ กองทรัพย์สินที่นำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แล้วนำรายได้จากค่าเช่ามาจ่ายเป็น “เงินปันผล” ให้กับนักลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ข้อดีคือช่วยให้เราสามารถเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศได้โดยใช้เงินลงทุนไม่สูง และสามารถซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สะดวกเหมือนหุ้นทั่วไป

โดยเฉพาะกองทรัสต์ที่เป็นเหมือน “โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์” (Logistics Infrastructure) ของประเทศอย่าง WHART (ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และสิทธิการเช่า ดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท) ที่บริหารงานภายใต้ WHA Group ผู้นำด้านนิคมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของไทย ล่าสุดกำลังเตรียมเปิดโอกาสให้นักลงทุนร่วมเติบโตไปกับการเพิ่มทุนครั้งใหม่ เพื่อเข้าลงทุนในศูนย์กระจายสินค้าระดับสากล “WGCL IDC”

สินทรัพย์ใหม่ “WGCL IDC” คืออะไร? ทำไมถึงน่าสนใจ?

โครงการ WGCL IDC (ดับบลิวจีซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล ดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์) คือ ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากล ประเภท Built-to-suit หมายถึง สร้างตามความต้องการของผู้เช่า ออกแบบมาเพื่อรองรับการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ในกลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

การเพิ่มทุนเพื่อเข้าลงทุนใน WGCL IDC ครั้งนี้ มีมูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท มาพร้อม 3 ไฮไลต์สำคัญ

1. มีผู้เช่าเต็ม 100% พร้อมสัญญาเช่าระยะยาวสูงสุด 30 ปี สร้าง Long-term visibility of income และกระแสเงินสดที่มั่นคงในระยะยาว

2. พันธมิตรผู้เช่าระดับแนวหน้า: พัฒนาและดำเนินงานโดยบริษัทร่วมทุนระหว่างยักษ์ใหญ่ WHA และ PTTGC

3. ตั้งอยู่ในมาบตาพุด ศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศ และเป็นที่ตั้งของผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรม ตอกย้ำศักยภาพของทำเลในเขต EEC

ตอกย้ำความเป็นผู้นำ ดันพอร์ตรวมทะลุ 5.6 หมื่นล้านบาท

หลังจากการเข้าลงทุนในโครงการ WGCL IDC จะส่งผลให้ WHART ขยายขนาดพอร์ตโฟลิโอขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ดังนี้

– มูลค่าพอร์ตรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท

– พื้นที่เช่ารวมสูงกว่า 2.0 ล้านตารางเมตร

– ทำเลยุทธศาสตร์: ทรัพย์สินทั้งหมดตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางการขนส่งของไทย ทั้งโซนบางนา-ตราด, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ซึ่งได้รับอานิสงส์เต็มๆ จาก Real Demand การเติบโตของ E-Commerce และภาคอุตสาหกรรมไทย

– ความมั่นคงของรายได้: มีฐานผู้เช่าเป็นบริษัทชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้มีความแข็งแกร่งในเรื่องของรายได้

ผลงานพิสูจน์ความมั่นคง จ่ายปันผลต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี

จุดเด่นสำคัญของ WHART คือประวัติผลการดำเนินงานที่พิสูจน์แล้วในระยะยาว

– จ่ายปันผลต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการระดับมืออาชีพ

– โชว์ปันผลครึ่งปีแรก 2026 สูงถึง 0.3845 บาท/หน่วย

– เครดิตเรตติ้งแข็งแกร่งระดับ “A” (Stable) จาก TRIS Rating สะท้อนฐานะการเงินและโครงสร้างเงินทุนที่มีความคล่องตัวและเสถียรภาพสูง

จังหวะเวลาที่ใช่ ในภาวะตลาดผันผวน

ที่ปรึกษาทางการเงิน (ธนาคารกสิกรไทย) เผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต. ได้พิจารณาให้ Filing ของ WHART มีผลใช้บังคับเรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการสะสมสินทรัพย์ที่เน้นการสร้างกระแสเงินสดและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ท่ามกลางภาวะตลาดการเงินที่ยังมีความผันผวนสูง เนื่องจากสินทรัพย์ที่มีรายได้ชัดเจนและมีอัตราผลตอบแทน (Yield) ที่น่าดึงดูดอย่าง REIT จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความเสถียรให้กับพอร์ตลงทุนได้เป็นอย่างดี

สรุปข้อมูลการเสนอขายและช่องทางการจองซื้อ

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ระดับพรีเมียม เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ เตรียมตัวจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน WHART ได้ตามกำหนดการ ดังนี้

– ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิ:

    • จองซื้อระหว่างวันที่ 21 – 25 กันยายน 2569 (เปิดขายวันแรก 21 ก.ย.)
    • ราคาเสนอขาย: ราคาเสนอขายสูงสุดที่ 11.10 บาท/หน่วย (หากราคาสุดท้ายต่ำกว่า จะคืนเงินส่วนต่างราคาให้กับผู้จองซื้อ)
    • ช่องทางจองซื้อ: Application K PLUS และสาขาของ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

– สำหรับประชาชนทั่วไป:

    • จองซื้อระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 1 ตุลาคม 2569 ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย โดยจะประกาศให้ทราบผ่านทางเว็บไซต์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อนการจองซื้อ
    • ช่องทางจองซื้อ: Application K PLUS และสาขาของ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

(คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน)


แชร์ :

You may also like