
AWC เปิดโมเดลสร้างการเติบโตใหม่ ด้วยการจัดตั้งบริษัทย่อย คือ บริษัท แอสเสท เวิร์ก คอร์ป รีทท์ (AWR) ประกอบธุรกิจเป็นผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เพื่อแยกบทบาทการพัฒนาและถือครองทรัพย์สินและสร้างการเติบโตและมูลค่าระยะยาว
หลังจาก AWC IPO ในปี 2562 ที่มีสินทรัพย์ 96,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์รวม (Gross Asset Value) อยู่ที่ 224,100 ล้านบาท แต่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) อยู่ที่ 96,720 ล้านบาท (ณ วันที่ 14 ส.ค.2569) จึงยังไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
ดังนั้นการจัดตั้งกองรีท AWR จะช่วยให้ AWC สามารถรับรู้มูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ (Fair Value) ที่สะท้อนการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดิน (Land Appreciation) เฉลี่ย 9-14% ต่อปี

คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่าปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาทรัพย์สินที่จะจำหน่ายให้แก่กองทรัสต์ฯ โดยหากการจัดตั้งกองทรัสต์ฯ ดำเนินไปตามแผน คาดว่ามูลค่าสินทรัพย์ที่จะจำหน่ายให้แก่กองทรัสต์ฯ ในเบื้องต้นจะอยู่ภายในวงเงินไม่เกิน 50,000 ล้านบาท คิดเป็นขนาดรายการไม่เกินร้อยละ 25 ของสินทรัพย์รวมตามงบการเงินไตรมาสที่ 2/2569 ทั้งนี้ รายละเอียดขึ้นอยู่กับผลการศึกษา รายละเอียดของสินทรัพย์ เงื่อนไขตลาด และการอนุมัติจากหน่วยงานและผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง
กางแผนลงทุน 11 จุดหมาย Riverside Journey
ภายใต้แนวคิด AWC Riverside Journey เชื่อมโยงจุดหมายปลายทางและโครงการต่างๆ ของ AWC 11 โครงการ เข้ากับย่านริมแม่น้ำและพื้นที่สำคัญทางศิลปวัฒนธรรม ของกรุงเทพฯ ตั้งแต่ เอเชียทีค ทรงวาด เยาวราช ไปจนถึงเวิ้งนครเกษม มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
1. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีแผนพัฒนาต่อเนื่องทั้งโปรเจกต์รวม 224,000 ตารางเมตร โดยจะค่อยๆ เปิดที่ละส่วน
2. Jurassic World The Experience ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟไดโนเสาร์เสมือนจริง
3. Avatar: Guardians of Eywa ณ เอเชียทีค ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟภายใต้ลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ Avatar พื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร อยู่ภายใน Blue Dome สถาปัตยกรรมระดับไอคอนิกแลนด์มาร์ก จากงาน World Osaka Expo เปิดให้รับชมในปี 2570 ลงทุน 8,000 ล้านบาท
4. MONA Bangkok ร่วมมือกับ Museum of Old and New Art (MONA) พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยชื่อดังจากออสเตรเลีย บนพื้นที่ 20 ไร่ถนนเจริญนคร จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ด้านศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม เปิดปี 2572
5. Bangkok Skyride Adventure โครงการเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ลงทุน 2,000 ล้านบาท เปิดปี 2572
6. The Hotel Plaza Athénée Bangkok ลงทุน 2,900 ล้านบาท โรงแรมสูง 18 ชั้น จำนวน 148 ห้อง เปิดบริการปี 2571
7. The Plaza Athénée การพัฒนาอาคารอีสต์เอเชียติก EAC (East Asiatique Company) อายุกว่าศตวรรษ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เป็น Co-living lobby
8. The Ritz Carlton Bangkok The Riverside (โครงการ ล้ง 1919)
9. The Songwad Scape แนวคิด Craft the world Songwad การเชื่อมเสน่ห์ชุมชนดั้งเดิมถนนทรงวาดและริมแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
10. The Songwad Lanes การพัฒนาพื้นที่เชิงวัฒนธรรม การอนุรักษณ์ตึกแถวโบราณย่านทรงวาด
11. เวิ้งนครเกษม โครงการมิกซ์ยูสใหญ่ที่สุดในย่านไชน่าทาวน์ งบลงทุนกว่า 16,000 ล้านบาท ปลายปี 2569 เตรียมเปิดโซนแรกติดคลองโอ่งอ่าง เป็นตึกโบราณอนุรักษ์ (Heritage Buildings) ให้บริการร้าน F&B และเชื่อมต่อการท่องเที่ยวทางเรือและรถไฟฟ้า ท่องเที่ยวย่านไชน่าทาวน์ พร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบในปี 2572
เส้นทาง Riverside Journey เชื่อม 11 โครงการของ AWC กับย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สำคัญ จะมีการพัฒนาเรือท่องเที่ยว 26 ลำ หลายขนาด ทั้งเรือท่องเที่ยวที่มีห้องพักล่องอ่าวไทย เรือท่องเที่ยว (Shuttle) ให้บริการอาหาร รวมทั้งรถรางท่องเที่ยว (Tram) ย่านไชน่าทาวน์
อีกไฮไลต์ในการพัฒนาของ “เอเชียทีค” คือการลงทุนอาคาร 56 ชั้น ซึ่งปรับรูปแบบจากเดิมจะสร้างเป็นตึกสูง 100 ชั้น โดยเป็นการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของพื้นที่ โดยอาคาร 56 ชั้น จะอยู่ติดฝั่งถนนเจริญกรุง โดยปรับเปลี่ยนให้โปรเจกต์ Blue Dome อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวแม่น้ำ และเห็นความสวยงาม แสงสีของ Blue Dome จากฝั่งแม่น้ำ
ตามแผนลงทุน 5 ปี (2569 – 2573) ของ AWC วางงบลงทุนรวม 100,000 ล้านบาท
– ธุรกิจโรงแรม (Hospitality) จากโรงแรม 25 แห่ง 17 แบรนด์ จำนวน 7,250 ห้อง ในปี 2569 จะเพิ่มเป็น 35 แห่ง 21 แบรนด์ จำนวน 9,312 ห้อง ในปี 2573
– ธุรกิจ Commercial การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ (อาคารสำนักงานและค้าปลีก) จากพื้นที่ 504,000 ตารางเมตร ในปี 2569 จะเพิ่มเป็น 660,000 ตารางเมตร ในปี 2573
ไตรมาส2/69 กำไร 1,468 ล้านบาท
AWC สรุปผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้รวม 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% และมีกำไรสุทธิ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% เทียบปีก่อน จากการขยายตัวของผลการดำเนินงานในทั้งสองกลุ่มธุรกิจหลัก
กลุ่มโรงแรมและการบริการ (Hospitality) ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรีและโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวสำคัญนอกกรุงเทพฯ พร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลยังคงทำผลการดำเนินงานโดดเด่น ทั้งธุรกิจศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน โดยเฉพาะความสำเร็จจากการยกระดับโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ผ่านการเปิด Jurassic World: The Experience ตามมาด้วย SkyFlyers: Wings of Garudapterus และ Better World Better Future ณ Hatch Dome รวมถึงการเดินหน้าปรับกลยุทธ์และยกระดับประสบการณ์ของศูนย์การค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 AWC เดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ผ่านการเปิดตัวโครงการใหม่และความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างจุดหมายปลายทางและประสบการณ์ที่หลากหลาย พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก โดยเตรียมเปิด โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โรงแรมแฟร์มอนท์แห่งแรกในประเทศไทย และ Moxy Pattaya The Aquatique ภายใต้ความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล
การพัฒนาประสบการณ์ระดับโลก อาทิ ความร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences พัฒนา “Kung Fu Panda” ใจกลางเยาวราช และ “DreamWorks Water Park” ริมหาดพัทยา







