
AWC เปิดโมเดลสร้างการเติบโตใหม่ ด้วยการจัดตั้ง “ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เอดับเบิ้ลยูซี ไลฟ์สไตล์ พร๊อพเพอร์ตีส์” (Asset World Lifestyle Properties REIT) หรือ AWR เพื่อแยกบทบาทการพัฒนาและถือครองทรัพย์สินและสร้างการเติบโตและมูลค่าระยะยาว
หลังจาก AWC IPO ในปี 2562 ที่มีสินทรัพย์ 96,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์รวม (Gross Asset Value) อยู่ที่ 224,100 ล้านบาท แต่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) อยู่ที่ 100,563 ล้านบาท (ณ วันที่ 25 ก.ย. 2569) จึงยังไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
ดังนั้นการจัดตั้งกองรีท AWR จะช่วยให้ AWC สามารถรับรู้มูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ (Fair Value) ที่สะท้อนการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดิน (Land Appreciation) เฉลี่ย 9-14% ต่อปี
ปัจจุบัน AWC มีสินทรัพย์ 62 โครงการ ประกอบด้วยโรงแรม 25 แห่ง อาคาสำนักงานและพื้นที่เชิงพาณิชย์ 11 โครงการ และอยู่ระหว่างการพัฒนา 26 โครงการ ปี 2573 มูลค่าสินทรัพย์รวมจะอยู่ที่ 300,000 ล้านบาท
การตั้งกองรีท AWR บอร์ด AWC ได้อนุมัติขายสินทรัพย์ให้ 5 โครงการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 48,000 ล้านบาท โดยเลือกจากสินทรัพย์มีผลการดำเนินงานและประวัติการสร้างรายได้ที่ดี ครอบคลุมทั้งมิกซ์ยูสในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง ประกอบด้วย
1. โรงแรมบันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท ราคาประเมิน 4,800 ล้านบาท (Book Value 2,100 ล้านบาท)
2. โรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย ราคาประเมิน 6,400 ล้านบาท (Book Value 3,900 ล้านบาท)
3. โรงแรมมีเลีย เกาะสมุย ราคาประเมิน 5,800 ล้านบาท (Book Value 1,700 ล้านบาท)
4. โรงแรมพัทยา แมริออท แอนด์ สปา ราคาประเมิน 6,100 ล้านบาท (Book Value 2,400 ล้านบาท)
5. โครงการดิ เอ็มไพร์ ราคาประเมิน 25,000 ล้านบาท (Book Value 23,500 ล้านบาท)
รวม 4 โรงแรม จำนวนห้องพัก 647 ห้อง และ 1 อาคารสำนักงาน 58 ชั้น (พื้นที่เช่า 316,000 ตร.ม.) รวมพื้นที่ทั้งหมด 418,699 ตร.ม.

“คุณวัลลภา ไตรโสรัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC
คุณวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่าโมเดลนี้จะทำให้การพัฒนาอสังหาฯ ไทยไปสู่ระดับโลก เพราะต่อไป ไม่ใช่แค่ ลงทุน พัฒนา และบริหาร แต่เป็นกองรีท ที่สร้างการเติบโตระยะยาว
AWC พัฒนาอสังหาฯ รูปแบบ Lifestyle Real Estate ด้วยสินทรัพย์ฟรีโฮลด์ 90% ทำให้สามารถลงทุนพัฒนา เพิ่มมูลค่าและราคาได้ ตามการเปลี่ยนแปลงของทำเลและกลุ่มเป้าหมายในแต่ละแห่ง
“ตอนสร้าง AWC คุณพ่อ (เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี) บอกว่าเราต้องทำฟาร์มเลี้ยงไก่ให้ออกไข่ทองคำ วันนี้ AWC ย้ายไก่ที่แข็งแรงและออกไข่ทองคำ ไปอยู่ในฟาร์มใหม่ AWR (กองรีท) จากนั้น AWC ก็ทำหน้าที่เลี้ยงไก่ตัวใหม่ สร้างให้แข็งแรง ออกไข่ทองคำไปเรื่อยๆ โมเดลนี้ AWC จะทำหน้าที่เป็น Development Engine ที่เห็นชัดว่าได้ผลตอบแทนสูงสุด จากการขายทรัพย์สินให้กองรีท AWR”
กองรีท AWR เริ่มด้วยสินทรัพย์ 5 โครงการ โดยมีสินทรัพย์อีก 9 โครงการที่อยู่ในแผนศึกษา เพื่อเตรียมคัดเข้ากองรีท AWR เพิ่มเติม ดังนี้
– โรงแรมแมริออท กรุงเทพ เดอะ สุรวงศ์
– โรงแรมแมริออท มาร์คีส์ ควีนปาร์ค
– โรงแรมเดอะะ ริทซ์-คาร์ลตัน ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา
– โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงเทพ สุขุมวิท
– โรงแรมภูเก็ต แมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา ในยาง บีช
– โรงแรมคิมป์ตัน หัวหิน รีสอร์ท บีช คลับ
– โรงแรม เดอะ โฮเทล พลาซ่า แอทธินี โนบุ แบงคอก
– โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล
– โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
กองรีท AWR เตรียมยื่นไฟลิ่ง ภายในวันที่ 29 กันยายน 2569 คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ในช่วงต้นปี 2570 โดย AWC จองซื้อหน่วย AWR ไม่เกิน 28% วางสัดส่วนนักลงทุนในประเทศ 50% และนักลงทุนสถาบันต่างชาติไม่เกิน 50% มองว่ากองรีทในประเทศไทยจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้จากทั่วโลก เพื่อมาเสริมพลังตลาดทุนไทย






