ศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ตัดสินให้ Meta และ Google ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 197 ล้านบาท ให้กับหญิงรายหนึ่งที่มีการใช้งานโซเชียลมีเดียตั้งแต่เด็ก หลังทนายความฝ่ายโจทก์เผยเอกสารภายในของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่พบว่ามีความพยายามดึงดูดให้เด็กอายุ 11 ปี เข้าใช้งานแพลตฟอร์ม Instagram แม้ตัวแพลตฟอร์มจะกำหนดอายุผู้ใช้งานไว้ที่ 13 ปีขึ้นไป
เหตุที่นำไปสู่การตัดสินดังกล่าวเพราะมีการพบว่า ปัจจุบัน หญิงคนดังกล่าวป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งคณะลูกขุนพิจารณาว่า ทั้ง Meta และ Google ควรจ่ายเงินชดเชย 3 ล้านเหรียญสหรัฐ และค่าเสียหายเชิงลงโทษอีก 3 ล้านเหรียญสหรัฐ (โดยเงินที่ Meta ต้องจ่าย คิดเป็น 70% ของจํานวนเงินทั้งหมด)
ที่สำคัญ การตัดสินครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่มีระบุว่า แอปโซเชียลมีเดียมีการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดการเสพติด และมีผลต่อสมองที่กําลังพัฒนาของเด็กและวัยรุ่น โดยทนายความฝ่ายโจทก์สามารถชี้ให้คณะลูกขุนเห็นว่า แอปของ Meta เช่น Instagram และ YouTube ของ Google ถูกสร้างขึ้นมาจากเจตนาเช่นนั้น และผู้บริหารของบริษัทก็ทราบเรื่องนี้ แต่ไม่มีความพยายามที่จะปกป้องผู้ใช้กลุ่มที่อายุน้อยแต่อย่างใด
ทีมกฎหมายของฝ่ายโจทก์ยังมีการนำเสนอเอกสารที่ระบุว่า โจทก์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ KGM ปัจจุบันมีอายุ 20 ปี มาจากเมืองชิโก (Chico) รัฐแคลิฟอร์เนีย เริ่มใช้ YouTube ครั้งแรกเมื่ออายุ 6 ขวบ และ Instagram เมื่ออายุ 11 ขวบ นอกจากนั้นยังมีการเปิดเผยเอกสารภายในของ Meta ต่อคณะลูกขุน ซึ่งในเอกสารเหล่านั้น พบว่า มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก (ซีอีโอ) และผู้บริหารคนอื่น ๆ ได้พยายามดึงดูดและรักษาเด็กวัยรุ่นไว้บนแพลตฟอร์มของตน โดยเอกสารฉบับหนึ่งระบุว่า
“ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จอย่างมากกับวัยรุ่น เราต้องดึงพวกเขาเข้ามาตั้งแต่ยังเป็นเด็กวัยรุ่นตอนต้น”
ส่วนบันทึกภายในอีกฉบับหนึ่งแสดงให้เห็นว่า เด็กอายุ 11 ปี มีแนวโน้มที่จะกลับมาใช้ Instagram มากกว่าแอปคู่แข่งถึง 4 เท่า แม้ว่าแพลตฟอร์มจะกำหนดให้ผู้ใช้ต้องมีอายุอย่างน้อย 13 ปีก็ตาม
ด้าน มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เองได้ขึ้นให้การต่อหน้าศาล และคณะลูกขุนเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า การรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ใช้อายุน้อยเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลอด พร้อมตั้งคำถามด้วยว่า
“ถ้าผู้คนรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดี ทำไมพวกเขายังคงใช้ผลิตภัณฑ์ของเราอยู่”
อย่างไรก็ดี หลังจากมีคำตัดสิน ทั้ง Meta และ Google เผยว่า บริษัทจะยื่นอุทธรณ์ โดยในแถลงการณ์ Meta ชี้ว่า สุขภาพจิตของวัยรุ่นนั้นเป็นเรื่องซับซ้อน และไม่สามารถเชื่อมโยงกับแอปเพียงแอปเดียวได้ พร้อมระบุอีกด้วยว่า บริษัทมีแนวทางในการปกป้องวัยรุ่นที่ชัดเจน
ขณะที่ตัวแทนจาก Google ให้ความเห็นว่า คณะลูกขุนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ YouTube เพราะ YouTube ไม่ใช่โซเชียลมีเดีย แต่เป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
ทั้งนี้ ผลการตัดสินดังกล่าวยังคาดว่าจะจะมีผลต่ออีกหลายพันคดีที่มีการฟ้องร้องผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย และอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมดังกล่าว “ครั้งใหญ่” ได้เลยทีเดียว




