ตลาดร้านอาหารบริการด่วน (QSR) และตลาดไก่ทอดในประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูงและเติบโตอย่างดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ทว่าในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา มีแบรนด์น้องใหม่ภายใต้การบริหารงานของผู้บริหารหนุ่มไฟแรงอย่าง “เนม-ปราการ ไรวา” ที่สร้างแรงกระเพื่อมในตลาดไก่ทอดเมืองไทยอีกครั้ง
Brand Buffet ถอดรหัสความสำเร็จ 8 เดือน Wingstop ในมือ “เนม-ปราการ ไรวา” กับความสำเร็จตลอด 8 เดือนหลังเข้ามาทำตลาดในไทย พร้อมปักหมุดปีนี้ 100 ล้านบาท และแผนขยายอาณาจักรไก่ทอดข้ามปี กับเป้าหมายใหม่ในการก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ในดวงใจ หรือ Top of Mind ของ Gen Z
จุดเริ่มต้นความสำเร็จ 8 เดือน 4 สาขา และเป้าหมาย 100 ล้านบาท
คุณเนม-ปราการ เล่าถึงความสำเร็จ นับตั้งแต่การตัดสินใจดึงแบรนด์ระดับโลกอย่าง Wingstop เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งต้องผ่านกระบวนการเจรจากว่า 3 ปีเต็ม จนกระทั่งปัจจุบันผ่านไป 8 เดือน วิงส์สต็อปสามารถขยายสาขาไปแล้วถึง 4 สาขา โดยมีความโดดเด่นคือการเปิดตัว 2 แฟล็กชิปสโตร์ (Flagship Store) ภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน สาขาแรกที่สามย่านมิตรทาวน์ และล่าสุดที่เซ็นทรัลเวิลด์บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 305 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในไทย
โดยภายในปีนี้ Wingstop วางแผนที่จะจบด้วยจำนวน 7 สาขา ปัจจุบันเปิดแล้วที่ MBK, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, สามย่านมิตรทาวน์, เซ็นทรัลเวิลด์ และเตรียมเปิดที่ เซ็นทรัล เวสต์เกต, เดอะมอลล์ บางกะปิ, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปีนี้ไว้ที่ 100 ล้านบาท ส่วนในปี 2569 มีแผนที่จะ ดับเบิ้ลจำนวนร้านหรือเปิดเพิ่มอีก 7 สาขา พร้อมทั้งขยายออกสู่หัวเมืองต่างจังหวัด เช่น พัทยา และชลบุรี ส่วนปี 2570 วางแผนขยายเพิ่ม 10–14 สาขา โดยเริ่มมองหาพื้นที่สแตนด์อโลน นอกศูนย์การค้า รวมถึงการขยายสาขาออกสู่ต่างจังหวัด
ทำไม Wingstop สไตล์ “เนม-ปราการ” ถึงเหมือนเพลง “แตกต่างเหมือนกัน” ?
ขณะที่นิยามของ Wingstop ในแบบของ “คุณเนม-ปราการ” นั้นเจ้าตัวบอกว่า Wingstop ในมุมมองของตัวเอง ขอนิยามว่าเปรียบเหมือนเพลง “แตกต่างเหมือนกัน” ที่แบรนด์เปรียบเสมือนพื้นที่อิสระที่รวบรวมกลุ่มคนที่มีความชอบ รสนิยม แฟชั่น เสียงเพลง และไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนกัน เปรียบดั่งความหลากหลายของรสชาติไก่ทอดและซอสสูตรพิเศษที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนหลากหลายสไตล์ให้เลือกสรรตามความชอบเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล
“แม้ว่าลูกค้าแต่ละคนจะมีความต่าง มีตัวตนที่เป็นของตัวเอง หรือเลือกทานรสชาติไก่ทอดที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนมี “จุดร่วมเดียวกัน” คือความรักในความอร่อย ความสนุกสนาน และการได้มารวมตัวกันเพื่อใช้เวลาร่วมกันที่ร้าน Wingstop แห่งนี้” คุณเนมกล่าว
นอกจากนี้แบรนด์ยังว่าไม่ได้เป็นเพียงร้านขายไก่ทอดทั่วไป แต่ยังนำมีองค์ประกอบสำคัญที่ขับเคลื่อนให้แบรนด์แตกต่างในการเจาะกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น การเป็นแบรนด์ทางเลือกสำหรับคนชอบกินไก่ทอดให้เข้ามาสัมผัสความแปลกใหม่ได้ตลอดเวลา
ถอดรหัสความพิเศษที่แตกต่าง ทำไมโมเดลในไทยถึงไม่เหมือนอเมริกา?
อีกหนึ่งความพิเศษที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในไทยตลอดช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาในการทำตลาดคือรูปแบบการให้บริการที่แตกต่างจากWingstop ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือหลายๆ ประเทศทั่วโลก ที่จะเน้นไปที่ระบบการสั่งกลับบ้านหรือเดลิเวอรี่เป็นหลัก แต่สำหรับ ตลาดประเทศไทย ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ครีเอทีฟมากที่สุดในโลก และคนไทยพร้อมที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ ทางผู้บริหารจึงได้ปรับโมเดลธุรกิจให้มีความพิเศษและเข้ากับพฤติกรรมคนไทยมากยิ่งขึ้น
ด้วยการสร้างประสบการณ์ Dine-in เน้นการสร้างบรรยากาศภายในร้านให้เป็นพื้นที่แฮงเอาต์ โดยสาขาแฟล็กชิปแต่ละแห่งจะมีการดีไซน์ตีมที่แตกต่างกันและเข้ากับโลเคชั่นนั้นๆ อย่างลงตัว เช่น สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ มาในตีมสนามมวยที่มีความดิบ สนุกสนาน และสะท้อนกลิ่นอายคนรุ่นใหม่ใจกลางเมือง
การสร้างความแปลกใหม่กับร้านอาหารฟีลแฮงเอาต์และปาร์ตี้ เป็นสถานที่สำหรับมานั่งกินไก่ นั่งชิล นั่งคุย และสังสรรค์ ให้ความรู้สึกเหมือนมาเที่ยว ได้รับความสุขและความสนุกสนานกลับไปทุกครั้งที่มาเยือน ที่เปรียบเหมือน Freedom Space ออกแบบให้เป็นพื้นที่อิสระที่เปิดกว้าง รองรับทั้งสายแฟชั่น เสียงเพลง และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
ดังสะท้อนผ่านการคอลแลปส์กับแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยชื่อดังอย่าง AKKARA BANGKOK รวมถึงการจัดกิจกรรมทางดนตรี เช่น การจัดคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังอย่าง “ยังโอม” (YOUNGOHM) ภายในร้านแฟล็กชิป เพื่อสร้างคอมมูนิตี้และยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้าตลอดจนความเร็วในการให้บริการ ควบคุมมาตรฐานการทำงานให้มีประสิทธิภาพ โดยมีระยะเวลาการรออาหารต่อหนึ่งออร์เดอร์เฉลี่ยเพียง 8 นาทีเท่านั้น
เจาะกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้า
ปัจจุบันฐานลูกค้าหลักของ Wingstop ในไทยกว่า 70-80% เป็นกลุ่ม Gen Z ซึ่ง “คุณเนม-ปราการ“ มองว่าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดเป็นของตัวเอง มีทางเลือกเยอะ มีรสนิยมหลากหลาย ไม่เหมือนในอดีตที่ผู้บริโภคมีทางเลือกน้อย ยากที่จะหาแบรนด์ที่ตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ได้จริงๆ กลยุทธ์ในการเข้าถึงจึงเป็นการเข้าไปศึกษาความสนใจของ Gen Z และนำมาตอบโจทย์ผ่านอีเวนต์ คอนเทนต์ในโซเชียลมีเดีย (TikTok, Instagram)
ในช่วงแรก ลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มคนที่รู้จักแบรนด์อยู่แล้ว แต่เมื่อมีการสร้างคอนเทนต์และจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง กลุ่ม Gen Z เหล่านี้จะเป็นตัวดึงดูดและลากกลุ่ม Gen Y หรือกลุ่มอายุอื่นๆ ให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ในร้านมากขึ้น ส่งผลให้ฐานลูกค้ามีความกว้างและหลากหลายยิ่งขึ้น ขณะที่ภาพรวมในตลาดโลกปัจจุบัน Wingstop มีสาขารวมมากกว่า 3,000 สาขาในประเทศสำคัญๆ เช่น อเมริกา, สหราชอาณาจักร, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย
สำหรับแผนภาพในอนาคตอันใกล้อีก 3-5 ปีข้างหน้า แบรนด์ตั้งเป้าหมายที่จะขยายสาขาให้ครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากฐานลูกค้า Gen Z ในปัจจุบัน พร้อมเปลี่ยนจากแบรนด์กลุ่ม Niche สู่แบรนด์แมส ที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม พร้อมตั้งเป้าเป็น Top of Mind แบรนด์ไก่ทอดของ Gen Z เหมือนอย่างยักษ์ใหญ่ KFC, McDonald’s และ Burger King ที่มองเป็นโมเดลต้นแบบ
ท้ายที่สุดนี้ “คุณเนม-ปราการ” ได้สะท้อนมุมมองต่อการแข่งขันในตลาดว่า ทางแบรนด์ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การแข่งขันกับใคร แต่มุ่งเน้นไปที่การชาเลนจ์ตัวเองเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าภายในบ้านของเราเองเปรียบเสมือนการเป็นเพื่อนกับทุกคนในตลาด และพร้อมที่จะขับเคลื่อนตลาดไก่ทอดในประเทศไทยให้เติบโตไปพร้อมกับรอยยิ้มและความสุขของคนรุ่นใหม่








