รัฐบาลสิงคโปร์ท้าทายคนในชาติให้หันมาอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอย่างน้อยวันละ 15 นาที ผ่านโครงการ ReadSG ของหอสมุดแห่งชาติ (The National Library Board หรือ NLB รับเดือนกันยายน ซึ่งเป็นเดือนแห่งการอ่านหนังสือ โดยโครงการดังกล่าวอยู่บนแพลตฟอร์ม CrowdTask SG ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปตั้งเป้าหมายในการอ่านของตนเองได้ รวมถึงมีรางวัลแบบเวอร์ชวลให้กับผู้ที่ทำภารกิจสำเร็จด้วย
สำหรับเหตุผลที่สิงคโปร์เลือกใช้แนวทางนี้ มาจากข้อมูลที่น่าสนใจของ NLB ซึ่งพบว่าในปี 2024 มีชาวสิงคโปร์เพียง 28% ที่อ่านหนังสือเป็นประจำทุกสัปดาห์ แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะยังคงอ่านข่าว เว็บไซต์ หรือโพสต์บนโซเชียลมีเดียอยู่ก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมการอ่านไม่ได้หายไป แต่กำลังเปลี่ยนจากการอ่านเชิงลึก (Deep Reading) ไปสู่การเสพคอนเทนต์แบบสั้น หรือเน้นความรวดเร็วมากขึ้น
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวไม่จำกัดอายุของผู้เข้าร่วม อีกทั้งยังมองว่า การสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับคนในชาติเป็นสิ่งที่สามารถสร้างผลกระทบได้ในวงกว้าง และสามารถปลูกฝังสิ่งดี ๆ ให้กับประชาชนได้อย่างมาก ดังนั้น แม้จะใช้เวลาสักหน่อย แต่นี่ก็คือสิ่งที่ NLB มองว่า คุ้มค่าแก่การจะอดทนรอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ทุกคนสามารถไถฟีด และอ่านข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
“เราพบว่าผู้บริโภคทุกวันนี้ สามารถอ่านข่าวต่าง ๆ ได้นับร้อยรายการ ดูคลิปวิดีโอสรุปเรื่องราวต่าง ๆ แต่การอ่านในรูปแบบ Long-Form Reading คือสิ่งที่จะช่วยพัฒนาด้านจินตนาการ และทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เราจึงพัฒนาโครงการนี้ขึ้น พร้อมเป้าหมายง่าย ๆ นั่นคือการอ่านอย่างน้อยวันละ 15 นาที” Melissa Tam ซีอีโอของ NLB กล่าว
ทั้งนี้ NLB ตั้งเป้าว่าจะมีผู้เข้าร่วมโครงการ 150,000 คน โดยผู้ที่ทำภารกิจสำเร็จจะได้รับชาร์ม (Charm) รุ่นพิเศษจากโครงการเป็นการตอบแทน และสำหรับผู้ที่เข้าร่วมในช่วงเปิดตัว (6 กันยายน – 7 ตุลาคม) สถิติการอ่านของชาวสิงคโปร์ในช่วงเวลานั้นจะถูกแปลงเป็นตัวเงินและนำไปมอบให้กับองค์กรไม่แสวงกำไรในรูปแบบต่าง ๆ เช่น นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยด้านการอ่าน และการเรียนรู้ ฯลฯ เป็นต้น
ที่สำคัญ โครงการ ReadSG ไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรต่าง ๆ มากมาย รวมถึงหน่วยงานพัฒนาเด็กปฐมวัย (ECDA) กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานเพื่อการดูแลแบบบูรณาการ สภาศิลปะแห่งชาติ สมาคมสํานักพิมพ์หนังสือสิงคโปร์ ฯลฯ ด้วย
ไม่เฉพาะสิงคโปร์ แต่อีกหลายประเทศที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประชาชนก็มีโครงการส่งเสริมให้ประชาชนในชาติรักการอ่านออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเทศเกาหลีใต้ที่ออกแบบพื้นที่ในสวน หรือริมแม่น้ำให้เป็นที่นั่งอ่านหนังสือกลางแจ้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถออกมานั่งอ่านหนังสือในวันที่อากาศดี หรือประเทศญี่ปุ่นที่เรามักพบเห็นคนรุ่นใหม่ติดหนังสือเล่มเล็กขึ้นมาอ่านบนรถไฟกันจนชินตา




