HomeCSRสรุป 6 กลยุทธ์สร้าง New Growth ประเทศไทย ผลักดัน “แบรนด์ไทย” เติบโตในระดับโลก

สรุป 6 กลยุทธ์สร้าง New Growth ประเทศไทย ผลักดัน “แบรนด์ไทย” เติบโตในระดับโลก

แชร์ :

ท่ามกลางสภาวะโลกที่กำลังเผชิญหน้ากับ “Polycrisis” (ภาวะวิกฤติซ้อนวิกฤติ) ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขั้นวิกฤติ และความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

เว็บไซต์ Brand Buffet และเว็บไซต์ SD Thailand จัดงานสัมมนา “ESGNIVERSE 2026 : Real – World of Sustainability (POLYCRISIS PULSE)” เปิดมุมมองผู้นำองค์กร นักธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้สนใจด้าน ESG มาร่วมถ่ายทอดกลยุทธ์การลงมือปฏิบัติจริง (Real-World Execution) เพื่อให้ภาคธุรกิจและสังคมไทยสามารถปรับตัวและสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้มุมมองให้หัวข้อ “New Growth Strategies For Thailand” สรุปได้ดังนี้

หากประเทศไทยต้องการสร้างการเติบโตใหม่ ที่เป็นการยกระดับจากฐานเดิม (Existing Growth) ที่มาจากภาคอุตสาหกรรม การเกษตร ท่องเที่ยว อาหาร ก็ต้องเริ่มจากการมองหาสิ่งใหม่ และต้องมีความสามารถมองเห็นอนาคต

“คำพูดที่ได้ยินเสมอ คือ เราต้องก้าวตามโลกให้ทัน แต่ที่จริงไม่ใช่ก้าวตามโลก เพราะนั้นคือการตามหลัง จึงต้องเปลี่ยน Mindset ว่าต้องก้าวให้ล้ำ”

การมองหาสิ่งใหม่ ต้องเริ่มจาก Awareness คือต้องรู้ก่อนว่าขาดอะไร การสร้างธุรกิจหรือแบรนด์ไทยก็ต้องสร้างให้ดังระดับโลก เช่น การหาพาร์ทเนอร์ระดับโลก หรือการทำ Co-Brand กับต่างประเทศ

กรณี “เนเน่ รอยัล” (Nene Royal) เด็กไทยจากภูเก็ต ที่ไปประกวดเวที AGT ได้รับการชื่นชมความสามารถระดับโลก หากประกวดในประเทศไทยอาจไม่เป็นที่รู้จักระดับโลก ดังนั้นปัญหาของประเทศไทยไม่ใช่ อยู่ที่ Product แต่อยู่ที่ Process

ดังนั้นหากต้องการ New Growth ก็ต้องหาโอกาสการเติบโตระดับโลกให้เจอ เพราะวัตถุดิบพื้นฐานในประเทศไทยมีพร้อมอยู่แล้ว แต่กระบวนการปั้นให้ไประดับโลกต้องทำอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้

“มนุษย์” ชอบเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ตัวเอง “ไม่เปลี่ยน” เมื่อไม่เปลี่ยนจึงไม่เห็นอะไรใหม่ การเติบโตใหม่บางครั้งเกิดจาก “สิ่งที่เราไม่รู้” และได้เรียนรู้สิ่งนั้น

“บางสิ่งที่เรารู้แต่พัฒนาต่อเป็น Wisdom ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นการเรียนการสอนต่างๆ ต้องพัฒนาไปถึงระดับนำไปใช้ต่อได้ จึงไม่พูดแค่ Knowledge แต่พูดเรื่อง Wisdom”

ดังนั้นการทำสิ่งใหม่ เพื่อให้เกิดการเติบโต ต้องเริ่มที่ “ปัญญา” ก่อน ต้องมี Winning Mindset ต้องการชนะ เพราะแพ้ชนะไม่เป็นไร แต่ทุกการแข่งขันทำให้เราดีขึ้นเสมอ

สรุป 6 กลยุทธ์สร้าง New Growth ประเทศไทย

การเปลี่ยนผ่านกลยุทธ์การเติบโตของประเทศไทย จึงเป็นการยกระดับจากฐานเดิม (Existing Growth) ไปสู่การสร้างมูลค่าใหม่ในระดับสากล (New Growth) โดยเน้นนวัตกรรมที่สร้างโอกาสระดับโลก ด้วย 6 กลยุทธ์สำคัญ

1. Thai Brands, Global Impact

– สร้างและผลักดันแบรนด์ไทยให้เติบโตในระดับโลก ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ความงาม และอาหาร

– การสร้าง New Growth ต้องมี “แบรนด์ไทย” ไประดับโลกให้มากขึ้น เพราะสร้างเม็ดเงินไหลเข้าประเทศ เช่นเดียวกับแบรนด์ดังจากสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น สตาร์บัคส์ แมคโดนัลด์ KFC Coca Cola เป็นธุรกิจที่ขยายได้ทั่วโลก จาก “แบรนด์” ที่แข็งแกร่ง สร้างเม็ดเงินได้จากทั่วโลก หากประเทศใดใช้แบรนด์เหล่านี้ เม็ดเงินก็ไหลเข้าสหรัฐ เป็น Global Management ของแบรนด์ระดับโลก

– จากงานวิจัยพบว่า ประเทศที่ยากจน คือประเทศที่ไม่มีแบรนด์สินค้าของตัวเอง การเป็น “ผู้บริโภค” หน้าที่คือเสียเงิน และไม่มี Mindset เป็นคนทำธุรกิจสร้างแบรนด์

2. Creative IP & Content

– พัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาเชิงสร้างสรรค์ เช่น Characters, ดนตรี, เกม, ภาพยนตร์ และแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพเข้าถึงผู้คนทั่วโลก

– ประเทศไทยเศรษฐกิจไม่เติบโตเพราะเน้นขายสินค้า ไมใช่ขาย “แบรนด์” ดังนั้นการสร้าง New Growth ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ดึงคนทั่วโลกมาซื้อและใช้บริการ

3. Innovation, AI & Digital Economy

– ขับเคลื่อนความสามารถในการผลิตและมูลค่าใหม่ด้วยเทคโนโลยี ได้แก่ AI, ข้อมูล (Data), ระบบคลาวด์, ฟินเทค, Deep Tech และดิจิทัลแพลตฟอร์ม

4. Wellness, Premium Lifestyle & Sustainable Living

– มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เน้นขายแบรนด์และประสบการณ์ การบริการระดับพรีเมียม และสินค้าเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

5. Value-Added Products & Brand Storytelling

– เพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยงานออกแบบ เน้นคุณภาพ และถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) อัตลักษณ์ความเป็นไทยที่มีความหมาย

– สินค้าที่เพิ่มมูลค่าได้ ไม่ใช่แค่ฟังก์ชั่น แต่เป็น Emotional Value เช่น ร้านสตรีทฟู้ด “เจ๊ไฝ” ขายไข่เจียวปู จากราคา 200 บาท เป็น 4,000 บาท จากจุดเปลี่ยน (Turning point) เพราะได้ “มิชลิน” สินค้าต่างๆ จึงต้องหา “จุดเปลี่ยน” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเช่นกัน

การทำธุรกิจตามแนวคิดเรื่องความยั่งยืน (ESG) ต้องมีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าทำไปเพื่ออะไร และต้องทำอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีชั้นเชิง (Strategic Mindset) เพื่อให้อยู่ในใจของผู้คน จึงจะสร้างจักรวาล ESG ได้


แชร์ :

You may also like