HomeBrand Move !!บิทคับแจง “ทรัพย์สินลูกค้าปลอดภัยและอยู่ครบ” หลังถูก กลต.กล่าวโทษรายงานข้อมูลเป็นเท็จ

บิทคับแจง “ทรัพย์สินลูกค้าปลอดภัยและอยู่ครบ” หลังถูก กลต.กล่าวโทษรายงานข้อมูลเป็นเท็จ

แชร์ :

บิทคับ (Bitkub) แจงบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้า และทรัพย์สินของลูกค้าทุกรายที่บริษัทฯ ได้เก็บรักษาไว้ขณะนี้ มีความปลอดภัยและครบถ้วน หลังปรากฏข่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กล่าวโทษบริษัท และบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการรายงานข้อมูลในเอกสารของบริษัทฯ เป็นเท็จเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม 2564

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

การชี้แจงของบิทคับ มีขึ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของบริษัท โดยระบุว่า “บริษัทฯ ขอเรียนว่าทรัพย์สินของลูกค้าทุกรายที่บริษัทฯ ได้เก็บรักษาไว้ขณะนี้ มีความปลอดภัยและครบถ้วน และบริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการดูแลและจัดเก็บทรัพย์สินของลูกค้า”

ทางบิทคับยังได้ชี้แจงต่อไปด้วยว่า มูลเหตุที่ทำให้เกิดการกล่าวโทษนั้น เป็นเหตุการณ์ในอดีตซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือน พฤษภาคม 2564 และไม่ได้มาจากการกระทำทุจริตของบุคคลดังกล่าว แต่เกิดจากการที่บุคคลบางท่านที่ถูกกล่าวโทษซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทฯ ตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยเรื่องที่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทฯ 1 ใบถูกโจรไซเบอร์โจรกรรมไปได้

ทั้ง ๆ ที่ในขณะเกิดเหตุ (คือ ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 นั้น) ระบบความปลอดภัยของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัทฯ ทุกใบเป็นไปตามมาตรฐานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดและผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยการตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลของบุคคลข้างต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ Bank Run กล่าวคือ การที่ลูกค้าของบริษัทฯ ทราบว่ามีการโจรกรรมเกิดขึ้น และมาขอถอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับทางบริษัทฯ พร้อม ๆ กันจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนให้กับลูกค้าได้ครบถ้วน เพราะอยู่ในระหว่างการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และหากเกิด Bank Run ขึ้นแล้ว จะทำให้ลูกค้าได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างและเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยได้

จากการที่ไม่มี Bank Run เกิดขึ้นนี้ แม้ว่าบริษัทฯ จะยังติดตามเอาสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมคืนมาไม่ได้ แต่ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ (Co-Founders) ก็ได้ออกรับช่วยเหลือยอมรับความเสียหายไว้แทน โดยการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมาให้แก่บริษัทฯ เพื่อใช้ทดแทนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมไปตามสกุลและจำนวนที่ถูกโจรกรรมไป ทำให้บริษัทฯ และลูกค้าทั้งหมดของบริษัทฯ ไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ เลยจากเหตุโจรกรรมนี้ ดังที่ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบแล้วว่า ในปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 กันยายน 2568) ทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทฯ มีความปลอดภัยและครบถ้วน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ย่อมทำให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะรักษาประโยชน์ของลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มิได้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง”

พร้อมกันนั้น ทางบริษัทยังได้ระบุด้วยว่า “ดังเป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าการโจรกรรมในลักษณะนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลก มิได้เกิดขึ้นกับบริษัทฯ เท่านั้น และเช่นเดียวกับผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในทุก ๆ ประเทศ บริษัทฯ ได้มุ่งมั่นพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย รวมถึงระบบงานภายในให้มีมาตรฐานที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยที่บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยตลอดมาจนถึงในปัจจุบัน ซึ่งทำให้บริษัทฯ ได้รับการยอมรับและการรับรองมาตรฐาน ดังต่อนี้

  • -แพลตฟอร์มของบริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับความปลอดภัยโดยเว็บไซต์จัดอันดับที่มีความน่าเชื่อถือ คือ Cer.Live ให้อยู่ในระดับ top 20 ของโลก ด้าน Cryptocurrency Exchange
  • -บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO 27001 & ISO 27701 SOC 2 Type I
  • -บริษัทฯ มีระบบงานที่เป็นไปตามมาตรฐาน NIST Cybersecurity Framework
  • -บริษัทฯ ยังเป็นผู้นำทางด้านความปลอดภัยที่เปิดให้บริการแก่ลูกค้า เช่น การนำเทคโนโลยี Passkey มาให้บริการแก่ลูกค้า และฟังก์ชั่น Self-Freeze ที่มีการยกระดับความปลอดภัยชั้นสูง รวมถึงได้รับการตรวจสอบด้านความปลอดภัยจากสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นประจำทุกปี

บริษัทฯ ยังมีความร่วมมือในการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าไว้กับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก เช่น Bitgo Trust Company, Inc. และ Coinbase Custody Trust Company, LLC.
.
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าที่บริษัทฯ เก็บรักษาไว้ ได้อย่างโปร่งใส ผ่านงบการเงินของบริษัทฯ ที่ https://support.bitkub.com/th/solutions/articles?id=KM000009672 โดยปัจจุบัน บริษัทฯ มีความมั่นคงในการดำเนินการอย่างยิ่ง และยังคงเดินหน้าพัฒนาการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ในทุกด้านต่อไป

ประการสำคัญ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย มีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ รวมทั้งมีระบบงานทางด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงานตามกฎหมายและการตรวจสอบภายในอย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่ยึดถือการปฏิบัติตามกฎหมายและความโปร่งใสเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ

บริษัทฯ ขอเรียนว่า บริษัทฯ ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ได้กระทำความผิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 แล้ว และบริษัทฯ จะดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวอย่างถึงที่สุดต่อไป

อนึ่ง บริษัทฯ ขอความร่วมมือทุกท่านโปรดงดเผยแพร่หรือให้ข้อมูลที่ก่อให้เกิดความสำคัญผิดเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน การดำเนินงาน การดูแลทรัพย์สินลูกค้า หรือกิจการอื่น ๆ ของบริษัทฯ มิฉะนั้น บริษัทฯ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

ขอแสดงความนับถือ
บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด

สามารถอ่านข้อความฉบับเต็มได้ที่นี่

ทั้งนี้ การประกาศดังกล่าวของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เกิดจากการตรวจสอบพบว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 Bitkub ได้ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด 16 สกุล โดยการโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งเป็นเหตุให้มีสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวนหนึ่งถูกนำออกไปจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท และต่อมาพบข้อมูลว่า Bitkub ได้หาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโจรกรรมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2564) และจากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่า Bitkub ไม่ได้แจ้ง ก.ล.ต. ในแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบรายงาน ดจ. 1) ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์การถูกโจรกรรมที่เกิดขึ้น โดยในแบบรายงาน ดจ. 1 ฉบับวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 ไม่ปรากฏว่ายอดทรัพย์สินของ Bitkub มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุการณ์การถูกโจรกรรม ซึ่งเข้าข่ายเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. อันเป็นความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ)

ก.ล.ต. ยังได้ระบุด้วยว่า นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ กรรมการของ Bitkub เป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการนำส่งแบบรายงาน ดจ. 1 ในช่วงเกิดเหตุ ดังนั้น บุคคลทั้ง 2 รายดังกล่าว จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับ Bitkub ตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ

นอกจากนี้ นายสกลกรย์ และนายทวีทรัพย์ ยังลงข้อความเท็จในแบบรายงาน ดจ. 1 ในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งเป็นเอกสารของ Bitkub เพื่อลวง ก.ล.ต. ให้หลงเชื่อว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังถูกเก็บรักษาไว้โดยปกติและไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับ Bitkub จึงเข้าข่ายเป็นการลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ อันเป็นความผิดตามมาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย

ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบุคคลดังกล่าวจำนวน 3 ราย ได้แก่ Bitkub นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ปัจจุบันเป็นอดีตกรรมการของ Bitkub ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

/////////

จากพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มาตรา 76 ระบุว่า ผู้ใดแจ้งข้อความหรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงาน ก.ล.ต. ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

 

Source


แชร์ :

You may also like