

จากการลงมือในระดับธุรกิจ เอสซีจีขยายความร่วมมือสู่ระดับอุตสาหกรรมผ่านสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี และจังหวัดสระบุรีพัฒนา “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ครอบคลุมการจัดการขยะ การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อให้การลดคาร์บอนสร้างประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สุขภาพ คุณภาพชีวิต และรายได้ของคนในพื้นที่
สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยได้รับคัดเลือกเข้าร่วม World Economic Forum – Transitioning Industrial Clusters Initiative และได้รับนำเสนอเป็นกรณีศึกษาจากอาเซียนใน WEF White Paper 2026 พร้อมขยายความร่วมมือกับ Princeton University, GCCA และ UNIDO ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เทคโนโลยี และเงินทุนสีเขียว
“การได้รับการยอมรับในระดับโลกถือเป็นอีกก้าวสำคัญ เป้าหมายต่อไปคือการนำบทเรียนจากโมเดลความร่วมมือ Public–Private–People Partnership (4P) ของสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมทดลองและพัฒนาเทคโนโลยี รูปแบบการทำงาน และกฎระเบียบ เพื่อสร้างแนวทางที่ใช้ได้จริง และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำทั่วประเทศ” นายธรรมศักดิ์กล่าว
กรณีศึกษาสระบุรีแซนด์บ็อกซ์สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำไม่สามารถขับเคลื่อนได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยโมเดล Public–Private–People Partnership (4P) ที่เปิดให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมกันกำหนดเป้าหมาย ทดลองแนวทาง และแก้ไขอุปสรรคให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ควบคู่กับการใช้ Area-based Approach เพื่อเปลี่ยนความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถขยายผลได้ในระยะยาว



