อุตสาหกรรมกาแฟไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งในด้านพฤติกรรมการบริโภค และการเติบโตของตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีแบรนด์ใหม่ๆ กระโดดเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น รวมทั้งเกิดงานมหกรรมกาแฟเพิ่มขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “World of Coffee” ซึ่งปีนี้ปักหมุดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยไทยถือเป็นเจ้าภาพประเทศที่ 3 ต่อจากประเทศเกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย
ทำไมไทยถึงถูกเลือกเป็นเจ้าภาพในการจัดงานในครั้งนี้ และเทรนด์การบริโภคกาแฟไทยจะเป็นอย่างไร? ตาม Brand Buffet มาฟังคำตอบจาก Mr.Kangmin Kim, Project Manager EXPORUM ผู้จัดงาน World of Coffee และ คุณกิจจา วงศ์วารี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อโรมา กรุ๊ป กันเลย
5 ปีดันกาแฟไทยสู่ตลาดโลก
สาเหตุที่เลือกไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน World of Coffee ครั้งนี้ Mr.Kangmin Kim บอกว่า เพราะอุตสาหกรรมกาแฟในภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตเร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และเมื่อโฟกัสมาที่ไทยจะพบว่า มี Coffee Ecosystem ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อีกทั้งพฤติกรรมการบริโภคกาแฟของคนไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงน่าจะเชื่อมโยงทุกภาคส่วนของกาแฟเข้าไว้ด้วยกันได้เป็นอย่างดี

Mr.Kangmin Kim, Project Manager EXPORUM ผู้จัดงาน World of Coffee
และถึงแม้ว่าไทยจะมีงานเทศกาลกาแฟเกิดขึ้นมากมาย แต่คุณกิจจา บอกว่า World of Coffee ไม่ใช่แค่งานจัดแสดงสินค้าเกี่ยวกับกาแฟเท่านั้น แต่เป็นการนำเอา Global Partner มาอยู่ในงานนี้ ทั้งแบรนด์กาแฟจากทั่วโลก ผู้ส่งออกสารกาแฟจากประเทศต่างๆ จนไปถึงนักคั่วกาแฟ และบาริสต้า มารวมตัวกัน ซึ่งจะทำให้เห็นมาตรฐานใหม่ๆ ของอุตสาหกรรมกาแฟ และเพิ่มโอกาสให้กาแฟไทยก้าวสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น
“เชื่อว่าไม่เกิน 5 ปีจากนี้ กาแฟไทยจะกลายเป็นอีกสิ่งที่ทำให้คนรู้จักไปทั่วโลก เหมือนกับอาหารไทย เพราะคนทั่วโลกดื่มกาแฟ การดันให้กาแฟไทยสู่ตลาดโลกจึงง่ายกว่า อีกทั้งตอนนี้ต่างชาติสนใจกาแฟไทยมากขึ้นเมื่อเทียบกับสมัยก่อน เพราะ WoW ในรสชาติ และกระบวนการแปรรูปกาแฟ (Coffee Process) ที่ละเอียดอ่อน รวมทั้งผสานเทคนิคใหม่ๆ จึงได้รสชาติกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์”
แนะผู้ประกอบการสร้างแบรนด์กาแฟไทย
แม้จะมั่นใจในศักยภาพกาแฟไทย แต่คุณกิจจา ยอมรับว่า การจะปักหมุดกาแฟไทยในตลาดโลกให้ได้ การมีเพียง “รสชาติ” ที่แตกต่างอย่างเดียวอาจไม่พอ สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องทำเพิ่มคือ การพาตัวเองออกนอกประเทศ เพื่อให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้น และเกิดการบอกต่อ

คุณกิจจา วงศ์วารี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อโรมา กรุ๊ป
เพราะปัญหาสำคัญในปัจจุบันของกาแฟไทยคือ ต่างชาติไม่รู้จักผู้ประกอบการไทย เนื่องจากในต่างประเทศมีร้านกาแฟไทยน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นการนำสารกาแฟจากไทยไปต่อยอดเป็นเมนูเครื่องดื่มต่างๆ ขณะเดียวกัน ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันสร้างแบรนด์กาแฟไทยอย่างจริงจังเพื่อให้กาแฟไทยเป็นรู้จักไปทั่วโลก
เทรนด์ Mass Coffee กาแฟราคา 50 บาท กลับมาโต
นอกจากศักยภาพกาแฟไทยที่สู้ต่างชาติได้แล้ว คุณกิจจา บอกว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมกาแฟไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยคนรุ่นใหม่หันมาดื่มกาแฟกันมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด และผู้บริโภคยังมองหากาแฟรสชาติใหม่ๆ มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดกาแฟพิเศษ (Special Coffee) เติบโตอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่นิยมดื่มกาแฟสำเร็จรูป รวมทั้งการบริโภคกาแฟต่อคนต่อแก้วยังสูงขึ้นด้วย จึงทำให้ตลาดกาแฟมีการเติบโตสูงมาก
ส่วนปีนี้ คุณกิจจา มองว่า ภาพรวมตลาดกาแฟยังเติบโตอยู่ ในแง่เมล็ดกาแฟคาดว่าตลาดจะเติบโตประมาณ 10-15% แต่ร้านกาแฟอาจจะเติบโตคงที่ แต่ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว โดยจะเห็นเทรนด์การดื่มกาแฟของผู้บริโภคหันมาดื่มกาแฟ “คุณภาพ” ในราคาจับต้องได้มากขึ้น โดยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 50 บาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับผู้บริโภคมีความรู้เรื่องกาแฟมากขึ้น จึงมองว่าราคาดีไม่จำเป็นต้องแพง
ขณะที่การแข่งขันของตลาดจะเปลี่ยนจาก “สงครามราคา” มาสู่ “การสร้างมูลค่าเพิ่ม” ทั้งในเรื่องคุณภาพและรสชาติกาแฟ เพื่อตอบรสนิยมการดื่มกาแฟของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ประกอบการหลายแบรนด์ปรับตัว เสาะหาเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ผู้บริโภคชื่นชอบมาจำหน่ายในราคาไม่แพงมากขึ้น
ติดตามพวกเราได้ที่ LINE
Photo Credit : Number 24 x Shutterstock Thailand พาร์ทเนอร์ชัตเตอร์สต็อกอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย (https://number24.co.th/)
#Number24xShutterstockThailand




