HomeBrand Move !!ตามดูกลยุทธ์ ‘เซ็ปเป้’ ปั้นแบรนด์ Mogu Mogu ขาย 100 ประเทศทั่วโลก ดึง SEVENTEEN นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ เจาะกลุ่มแฟนด้อม

ตามดูกลยุทธ์ ‘เซ็ปเป้’ ปั้นแบรนด์ Mogu Mogu ขาย 100 ประเทศทั่วโลก ดึง SEVENTEEN นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ เจาะกลุ่มแฟนด้อม

แชร์ :

“เซ็ปเป้” (SAPPE) เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มนวัตกรรม ที่เป็นต้นกำเนิด Functional drink ในประเทศไทย ปัจจุบันมี 12 แบรนด์ สินค้า 5 Categories  เช่น  เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์, เซ็ปเป้ อโลเวร่า, ออลโคโค่, เพรียว, กุมิ กุมิ

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

แบรนด์สินค้าส่งออก สร้างรายได้หลักให้เซ็ปเป้ คือ Mogu Mogu (โมกุ โมกุ) ที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ปี 2544 เป็นการนำร่องพัฒนาสินค้าเซกเมนต์ใหม่ (Category Creator) ที่เรียกว่า Snack Drink หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมให้เคี้ยว เปิดตัวด้วย “น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว” ปัจจุบัน Mogu Mogu ส่งออกไปขาย 100 ประเทศทั่วโลก

แม้ Mogu Mogu ประสบความสำเร็จในตลาดโลก แต่แบรนด์นี้เลิกขายในไทยหลังทำตลาดได้ 5 ปี เพราะต้นทุนสูงราคาขายจึงอยู่ที่ 25-30 บาท ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มน้ำผลไม้ในไทยที่ราคาเฉลี่ยไม่เกิน 20 บาท

 

เปิดกลยุทธ์สร้างแบรนด์  Mogu Mogu เจาะตลาดโลก

ปี 2566 “เซ็ปเป้” มีรายได้ราว 6,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้สัดส่วน 85% มาจากการส่งออก โดยเป็นรายได้ของแบรนด์ Mogu Mogu 90-95% 

ปัจจุบัน Mogu Mogu ผลิตในประเทศไทยและส่งออกไปจำหน่ายใน 100 ประเทศทั่วโลก ในหลายตลาดสำคัญทั้งเอเชียและยุโรป เช่น  เกาหลีใต้  ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฝรั่งเศส  ซึ่งเป็นประเทศที่ติดอันดับท็อปในกลุ่มเครื่องดื่มน้ำผลไม้ในช่องทางค้าปลีกร้านสะดวกซื้อ (CVS) ของแต่ละประเทศ ถือเป็นแบรนด์สัญชาติไทยที่ก้าวสู่ “โกลบอลแบรนด์”

คุณปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE กล่าวว่า Mogu Mogu ประสบความสำเร็จในตลาดโลก จากจุดขายความแตกต่างของสินค้า ที่เป็นเครื่องดื่มเซกเมนต์ใหม่ Snack Drink ถือเป็น “รายแรกของโลก” ที่ออกเครื่องดื่มผสมวุ้นมะพร้าว หลังจากเปิดตัวในปี 2544 จนถึงตอนนี้ Mogu Mogu ขายไปแล้วกว่า 30,000 ล้านขวดทั่วโลก

กลยุทธ์เจาะตลาดโลกอย่างจริงจังเริ่มในปี 2562 ด้วยโมเดล Korea First เจาะตลาดฝั่งเอเชีย โดยเข้าไปบุกทำตลาดเกาหลีใต้ เป็นลำดับแรก เพราะเป็น Trendsetter ที่มีอิทธิพลกับตลาดเอเชียและตลาดโลก ผ่านกลยุทธ์ Global Influencer Marketing ด้วยการใช้ศิลปิน K-POP เป็น Friends of Mogu Mogu เริ่มด้วยวงบอยแบนด์ระดับโลก BTS ที่ Tie-in สินค้าผ่านรายการ Run BTS! ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ช่วงที่มีคอนเทนต์ติดท็อปทวิตเตอร์เทรนด์ในหลายประเทศ ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ

รวมทั้งการ Tie-in ในซีรีส์เกาหลีเรื่อง “Crash Course in Romance” ของ Netflix ซึ่งสามารถสร้างให้เกิด Viral ในระดับ Regional และ Global จนสามารถปักหมุดสร้างแบรนด์ Mogu Mogu เครื่องดื่มของไทยให้เป็นโกลบอลแบรนด์ได้ในปัจจุบัน

ดึง SEVENTEEN นั่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ ขยายลูกค้าแฟนด้อม 

การสร้างแบรนด์ Mogu Mogu ให้แข็งแกร่งในตลาดโลกปีนี้ “เซ็ปเป้” ได้ต่อยอดกลยุทธ์ Global Influencer Marketing  ประกาศแต่งตั้ง SEVENTEEN วงบอยแบนด์สัญชาติเกาหลีใต้ ที่ตอนนี้เป็นวงที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดอันดับต้นๆ และโด่งดังระดับโลก ให้เป็น First Global Brand Ambassador ของแบรนด์ Mogu Mogu

“ถือเป็นครั้งแรกของเซ็ปเป้ ในการแต่งตั้ง Official Brand Ambassador ให้แบรนด์ Mogu Mogu โดยเลือกศิลปิน K-POP ระดับโลกวง SEVENTEEN  ซึ่งมีฐานแฟนคลับทั่วโลกกว่า 100  ล้านคน โดยศิลปินทั้ง 13 คนของวง SEVENTEEN  จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนสื่อสารความสนุกของแบรนด์ Mogu Mogu ที่มีสินค้าหลากหลายรสชาติ และศิลปินแต่ละคนจะเป็นตัวแทนของรสชาติต่างๆ”  

หลังจากประกาศให้ SEVENTEEN เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์แล้ว  Mogu Mogu ได้เปิดตัวแคมเปญ “Sip Chew Feel Mogu Mogu”  ซึ่งเป็นครั้งแรกของการสื่อสารแบรนด์ในระดับโลก (Global Campaign) นับเป็นแคมเปญใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยทำตลาด  Mogu Mogu ด้วยงบประมาณหลัก “ร้อยล้านบาท”

โดยได้เตรียมกลยุทธ์การตลาดครบ 360 องศา ทั้งการสื่อสารแบรนด์ผ่าน TVC ของศิลปินทั้ง 13 คนจาก SEVENTEEN  การทำคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Mogu Mogu เพื่อสร้างเอนเกจเมนต์กับแฟนคลับทั่วโลก  นอกจากนี้จะมีการจำหน่ายสินค้ารูปแบบเอ็กคลูซีฟ เซ็ต Limited Edition และมี Special Gift จาก Mogu Mogu  รวมทั้งเปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รสชาติ 

ด้วยภาพลักษณ์ที่สดใสและพลังไอดอลระดับโลกของ SEVENTEEN จะช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ Mogu Mogu ในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ที่สำคัญช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มแฟนด้อมศิลปิน K-Pop ที่มีอยู่ทั่วโลก ให้เข้ามาทดลองบริโภคสินค้าและสร้างโอกาสซื้อซ้ำมากขึ้น

ปี 2569 “เซ็ปเป้” วางเป้าหมายรายได้ 10,000 ล้านบาท ดังนั้นตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ต้องสร้างการเติบโตปีละ 25-30% โดยมีแบรนด์  Mogu Mogu เป็นเรือธงสำคัญสร้างยอดขายในตลาดโลก 

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE


แชร์ :

You may also like