Homehttps://www.brandbuffet.in.th/gay-hookup-website/ปิดฉาก ‘อุทกะพันธุ์’ ผู้ก่อตั้ง ‘อมรินทร์’ กลุ่ม ‘สิริวัฒนภักดี’ ซื้อหุ้นเพิ่ม พร้อมตั้งโต๊ะทำเทนเดอร์หุ้นทั้งหมด 

ปิดฉาก ‘อุทกะพันธุ์’ ผู้ก่อตั้ง ‘อมรินทร์’ กลุ่ม ‘สิริวัฒนภักดี’ ซื้อหุ้นเพิ่ม พร้อมตั้งโต๊ะทำเทนเดอร์หุ้นทั้งหมด 

แชร์ :

 

หลังจากเดือนตุลาคม 2566 มีความเคลื่อนไหวสำคัญของ บมจ.อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ หรือ AMARIN เจ้าของธุรกิจโรงพิมพ์ สำนักพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์นิตยสารชื่อดัง “บ้านและสวน” และอีกหลากหลายฉบับ รวมทั้งทีวีดิจิทัล ช่องอมรินทร์ 34 ธุรกิจที่ก่อตั้งโดย คุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ เมื่อปี 2519 หรือกว่า 47 ปี

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

โดยมีการซื้อขายหุ้น Big Lot จากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ (ทายาทผู้ก่อตั้ง) จำนวน 138,387,052 หุ้น สัดส่วน 13.86% ของหุ้นทั้งหมด โดยขายให้ บริษัท สิริภักดีธรรม จำกัด ของคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ผู้บริหารไทยเบฟ และคุณปณต สิริวัฒนภักดี ผู้บริหารเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ทายาท เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี) รวมมูลค่า 761 ล้านบาท ขายที่ราคาเฉลี่ย 5.50 บาทต่อหุ้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 บริษัท สิริวัฒนภักดี ซึ่ง “อเดลฟอล” ถือหุ้น 99.9% ได้เข้าซื้อหุ้นจากกลุ่ม “อุทกะพันธ์” ผู้ก่อตั้งอมรินทร์ อีก 2 บุคคล ดังนี้

1. คุณระพี อุทกะพันธุ์ จำนวน 42,248,130 หุ้น หรือคิดเป็น 4.2321% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของอมรินทร์

2. คุณเมตตา อุทกะพันธุ์ จำนวน 36,671,791 หุ้น หรือคิดเป็น 3.6735% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วหมดของอมรินทร์

รวมจำนวน 78,919,921 หุ้น หรือ คิดเป็น 7.9056% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของอมรินทร์ โดยเป็นการซื้อขายหุ้นผ่านระบบการซื้นขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ บนกระดานรายใหญ่ (Big Lot Board) ในวันที่ 5 มีนาคม 2567

หลังการซื้อหุ้นจากกลุ่มอุทกะพันธุ์ดังกล่าว ส่งผลให้การถือหุ้นของอมรินทร์ ในกลุ่มอเดลฟอส ซึ่งประกอบด้วย บริษัท วัฒนภักดี จำกัด บริษัท สิริภักดีธรรม จำกัด และบริษัท สิริวัฒนภักดี จำกัด และกลุ่มอุทกะพันธุ์ เปลี่ยนแปลงดังนี้

จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นในกลุ่มอเดลฟอส ดังกล่าวข้างต้น มีผลทำให้ บริษัท สิริวัฒนภักดี จำกัด มีหน้าที่ในการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เหลือทั้งหมดของกิจการ (Mandatory Tender Offer) เนื่องจากกลุ่มอเดลฟอสถือหุ้นในอมรินทร์ รวมกันเกินกว่า 75% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

โดยจะแจ้งผู้ถือหุ้นเพิ่มเติม หลังได้รับรายละเอียดคำเสนอซื้อจากกลุ่มอเดลฟอส แนวทางการบริหารงาน และโครงสร้างการบริหารงาน หากมีการเปลี่ยนแปลง

หลังจาก คุณระพี อุทกะพันธุ์ และคุณเมตตา อุทกะพันธุ์ ขายหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ให้กับกลุ่ม “สิริวัฒนภักดี” ถือเป็นการปิดฉากตระกูล “อุทกะพันธุ์” ผู้ก่อตั้งเครืออมรินทร์ ในการถือหุ้นอมรินทร์ โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคม 2566 กลุ่มอุทกะพันธุ์ ทั้งหมดได้ลาออกจากการเป็นผู้บริหารในอมรินทร์ โดยมีผู้บริหารจากฝั่งไทยเบฟ ผู้ถือหุ้นใหญ่ขึ้นมาคุมการบริหารเองทั้งหมด

ปิดฉาก 47 ปี ตระกูลอุทกะพันธุ์บริหารอมรินทร์

บมจ.อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ เป็นเจ้าของธุรกิจโรงพิมพ์ สำนักพิมพ์ สื่อสิ่งพิมพ์นิตยสารชื่อดัง “บ้านและสวน” และอีกหลากหลายฉบับ รวมทั้งทีวีดิจิทัล ช่องอมรินทร์ 34 เป็นธุรกิจที่ก่อตั้งโดย คุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ เมื่อปี 2519 หรือกว่า 47 ปี

ย้อนไปช่วงปลายปี 2559 กลุ่มอมรินทร์ ที่ขณะนั้นประสบปัญหาขาดทุนจากธุรกิจทีวีดิจิทัล ได้เพิ่มทุน 200 ล้านหุ้น เป็นมูลค่ากว่า 850 ล้านบาท (ราคาหุ้นละ 4.25 บาท) โดยขายหุ้นให้ บริษัท วัฒนภักดี จำกัด ของของคุณฐาปน สิริวัฒนภักดี และคุณปณต สิริวัฒนภักดี ทำให้กลุ่มทายาทเจ้าสัวเจริญ ก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้ถือหุ้นใหญ่” ในอมรินทร์ ด้วยสัดส่วน 47.62%

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2566 กลุ่มไทยเบฟซื้อหุ้น Big Lot จากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คุณระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ จำนวน 138,387,052 หุ้น สัดส่วน 13.86% ทำให้เป็นผู้ถือหุ้นรวม 61.48% และล่าสุดถือหุ้นรวม 75%

ย้อนดูผลประกอบการ “อมรินทร์”

– ปี 2562 รายได้ 3,268 ล้านบาท กำไรสุทธิ 167 ล้านบาท

– ปี 2563 รายได้ 2,937 ล้านบาท กำไรสุทธิ 170 ล้านบาท

– ปี 2564 รายได้ 2,960 ล้านบาท กำไรสุทธิ 313 ล้านบาท

– ปี 2565 รายได้ 4,274 ล้านบาท กำไรสุทธิ 474 ล้านบาท

– ปี 2566 รายได้ 4,288 ล้านบาท กำไรสุทธิ 290 ล้านบาท

ติดตามพวกเราได้ที่ LINE

อ่านเพิ่มเติม


แชร์ :

You may also like