HomeSponsoredเบื้องหลังแอปฯ “เป๋าตัง” ความสำเร็จ 2 ปี สู่ SuperApp ผู้ใช้งานกว่า 34 ล้านราย ดันไทยสู่สังคมไร้เงินสด

เบื้องหลังแอปฯ “เป๋าตัง” ความสำเร็จ 2 ปี สู่ SuperApp ผู้ใช้งานกว่า 34 ล้านราย ดันไทยสู่สังคมไร้เงินสด

แชร์ :

แม้ว่า “สังคมไร้เงินสด” หรือ “Cashless Society” เป็นเรื่องที่มีการพูดในประเทศไทยกันมาสักพัก แต่ต้องยอมรับว่า ก่อนที่โควิด-19 จะระบาด ยังคงเป็นเทรนด์เฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขณะที่คนส่วนใหญ่ในประเทศยังนิยมใช้เงินสดทำธุรกรรมเป็นหลัก เพราะไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยี กระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งสร้างความยากลำบากทั้งการใช้ชีวิตและความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนัก แต่ท่ามกลางสถานการณ์นั้น จึงเป็นตัวเร่งให้เกิดพฤติกรรมการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด

Santos Or Jaune

หนึ่งในนั้นคือ แอปฯ “เป๋าตัง” ซึ่งหลังจากเปิดตัวได้เพียงกว่า 2 ปี ปัจจุบันแอปฯเป๋าตังมีฐานผู้ใช้งานกว่า 34 ล้านคน ไม่เพียงแค่นั้น ยังกลายเป็น “ซุปเปอร์แอป”(SuperApp) หรือศูนย์รวมการให้บริการด้านการเงินอย่างครบครัน และยังติด Top Rank ของแอปฯ ผู้ใช้งานสูงสุดในอาเซียน กลยุทธ์อะไรที่ทำให้แอปฯ “เป๋าตัง” เติบโตอย่างรวดเร็ว Brand Buffet ชวนมาไขคำตอบเรื่องนี้ไปพร้อมกัน

จากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ สู่ Super App ที่มีผู้ใช้งานกว่า 34 ล้านคน

หากย้อนไปเมื่อต้นปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่คนไทยได้รู้จักกับโควิด-19 เป็นครั้งแรก จากนั้นไม่กี่เดือน โควิด-19 ก็ระบาดอย่างรวดเร็ว จนรัฐต้องออกมาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นเพื่อสกัดเชื้อไม่ให้แพร่กระจายในวงกว้าง ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก หลายธุรกิจต้องปิดบริการชั่วคราว  หรือปิดกิจการลง เพราะไปต่อไม่ไหว ทำให้หลายคนตกงาน ขาดรายได้ แอปฯเป๋าตังที่ได้รับการพัฒนาโดย บริษัท อินฟินิธัส บายกรุงไทย ได้เข้ามาตอบโจทย์เป็นช่องทางในการบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจยุคโควิด-19

แม้ในช่วงแรก การใช้งานแอปฯเป๋าตังส่วนใหญ่ เป็นบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (G-Wallet) เท่านั้น  แต่ผ่านมากว่า 2 ปี ถึงวันนี้ “เป๋าตัง” ได้พัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ  หลากหลายรูปแบบมาไว้ในแอปฯ เดียว จนกลายเป็น “ซุปเปอร์แอป” หรือศูนย์รวมการให้บริการด้านการเงินอย่างครบครัน ที่คนไทยส่วนใหญ่เกือบทั้งประเทศคุ้นเคย ปัจจุบันมีการใช้จ่ายเฉพาะโครงการภาครัฐผ่านแอปฯ เป๋าตังรวมกว่า 6 แสนล้านบาท

ผ่าความสำเร็จแอปฯ เป๋าตัง

หัวใจสำคัญที่ทำให้แอปฯ “เป๋าตัง” มีผู้ใช้งานเติบโตแบบก้าวกระโดด ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดมาจาก 2 ปัจจัยหลักๆ คือ

1. การเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิด (Thailand Open Digital Platform)

จุดแข็งที่ทำให้แอปฯ “เป๋าตัง” ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากการเป็นแพลตฟอร์มที่แตกต่างจากคู่แข่งที่เป็นแอปฯ วอลเล็ตอื่นๆ โดยแอปฯเป๋าตังถูกวางตำแหน่งให้เป็น  Thailand Open Digital Platform  ที่เปิดกว้างรับทุกการใช้จ่ายของทุกคน โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย และยังเปิดโอกาสจับมือกับพันธมิตรทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือภาคเอกชน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ซึ่งการเป็น Thailand Open Digital Platform  ทำให้ในช่วงโควิด-19 แอปฯ เป๋าตัง สามารถเชื่อมต่อกับโครงการภาครัฐ เพื่อเป็นกลไกในการส่งต่อมาตรการภาครัฐไปยังประชาชนได้อย่างรวดเร็วผ่านบริการ “G Wallet” ช่วยให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงมาตรการของภาครัฐอย่างทั่วถึง ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มของพันธมิตรอื่น ได้อย่างไร้รอยต่อ สร้างความสะดวกให้กับผู้ใช้งานทุกคน

2. พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในความท้าทายของการพัฒนา e-Wallet คือ การทำอย่างไรที่จะดึงดูดให้คนเข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วง 2 ปีกว่า แอปฯ เป๋าตัง จึงพัฒนา “บริการ” ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น นอกจากการเป็นช่องทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 ผ่านโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง, โครงการเราชนะ, โครงการม.33 เรารักกัน, โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้สะดวกสบายขึ้นกว่าเดิม

ปัจจุบัน ภายในแอปฯ เป๋าตังมีบริการ “Health Wallet” หรือ “กระเป๋าสุขภาพ” โดยร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อรองรับบริการด้านสุขภาพของคนไทยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงสูงวัย โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิ์การรักษาพยาบาลของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งสิทธิประกันสังคม สิทธิบัตรทอง รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ และการลงทะเบียนรับชุดตรวจ ATK ตลอดจนการขอรับยาคุมกำเนิดและถุงยาง เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพตลอดทุกช่วงวัย

ขณะเดียวกัน ยังมีบริการเกี่ยวกับการลงทุนและส่งเสริมการออมอย่าง วอลเล็ต สบม. เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนพันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐบาลได้ง่ายขึ้น โดยสามารถเริ่มต้นออมที่ 100 บาทเท่านั้น บริการซื้อขายทองคำออนไลน์ผ่านบริการ gold wallet ซึ่งประชาชนสามารถซื้อขายทองคำผ่านแอปฯเป๋าตังได้สะดวก รวดเร็ว ทำรายการได้ทุกที่ตลอด 24 ชม. รวมถึงการซื้อขายหุ้นกู้ดิจิทัลบนแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งเป็นมิติใหม่ของการลงทุนที่สามารถจำหน่ายหมดได้ในเวลาไม่กี่นาที

3. พัฒนาแอปฯ บนความยั่งยืน

การที่แอปฯ เป๋าตังเติบโตอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากกลยุทธ์ที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอีกปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยธนาคารกรุงไทยได้นำเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ในหลายด้านมาปรับใช้ในการพัฒนาแอปฯ เพื่อที่จะส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้น จึงทำให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงมาตรการของภาครัฐอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ และเกิดความคุ้นเคยในการใช้จ่ายผ่านดิจิทัลแทนเงินสด ตลอดจนขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

สำหรับทิศทางการพัฒนาในอนาคต แอปฯ “เป๋าตัง” ยังมีแผนจะพัฒนานวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ มาให้บริการประชาชนอีกหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เป็น One Stop Service ในการให้บริการประชาชนได้อย่างครบครันในแอปฯ เดียว ส่วนจะเป็นบริการอะไร คงต้องอดใจรอกัน แต่ที่แน่ๆ ถึงวันนี้แอปฯเป๋าตัง ก็เป็นหนึ่งใน e-Wallet ที่เข้ามาตอบไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตคนไทยและทำให้คนไทยหันหน้าเข้าสู่สังคมไร้เงินสดกันมากขึ้น


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม