HomeBrand Move !!ฟังก์ชันนัลดริงก์-Health & Wellness เปิดอีก 5 แบรนด์ใหม่ หัวหอกหนุนกลุ่มธุรกิจ TCP ดันยอดขายแตะ 9 หมื่นล้าน

ฟังก์ชันนัลดริงก์-Health & Wellness เปิดอีก 5 แบรนด์ใหม่ หัวหอกหนุนกลุ่มธุรกิจ TCP ดันยอดขายแตะ 9 หมื่นล้าน

แชร์ :

TCP Non-Energy

กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายกลุ่มเครื่องดื่มให้พลังงาน (Energy Drink) ภายใต้แบรนด์หลัก “กระทิงแดง” (เรดบูล) เครื่องดื่มสปอร์ตดริงก์ “สปอนเซอร์” รวมทั้งเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล ดริงก์ ประกาศแผนธุรกิจ 3 ปี (2565-2567) ด้วยเป้าหมายยอดขาย 90,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 เท่า จากปี 2564 ที่มียอดขาย 44,000-45,000 ล้านบาท โดยมีธุรกิจในกลุ่ม Health & Wellness เป็นหัวหอกหลักผลักดันยอดขายให้เติบโตในอัตราสูง

Santos Or Jaune

ภายใต้กลยุทธ์ “ปลุกพลังแบรนด์สินค้า” (Fulfilling) ตอกย้ำความเป็น House of Great Brands พัฒนาผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกไลฟ์สไตล์ทั้งในไทยและต่างประเทศ ในช่วง 3 ปีนี้ เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 10 ตัวภายใต้แบรนด์ “กระทิงแดง” กลุ่มเครื่องดื่มให้พลังงาน ซึ่งเป็นพอร์ตโฟลิโอรายได้หลักของ TCP เพื่อสร้างความแตกต่างทั้งรสชาติและภาพลักษณ์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ส่วนกลุ่มที่เป็นหัวหอกสร้างการเติบโตสูงเป็นตัวเลขสองหลัก (double digit) คือ ตลาดด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health & Wellness) รวมทั้งเครื่องดื่มกลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์ หรือกลุ่ม Non-Energy Drink ในช่วง 3 ปีนี้เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์แบรนด์ใหม่อย่างน้อย 5 ผลิตภัณฑ์ ที่มาจากการค้นหาความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค (Unmet needs)

ฟังก์ชันนัลดริงก์โตตามเทรนด์ดูแลสุขภาพ

ในช่วงโควิด 2 ปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องดื่มในกลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์ (Functional Drink) และน้ำดื่มวิตามิน มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น จากการสำรวจพบว่าในช่วง 3 เดือนถึง 1 ปีจากนี้ ก็ยังให้ความสำคัญและมองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้อง เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ดูแลสุขภาพมากขึ้น รวมทั้งด้านความงาม

จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการและแบรนด์ต่างๆ จะพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่ๆ ออกมาทำตลาดตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล ปี 2565 คาดการณ์มูลค่าอยู่ที่ 7,677 ล้านบาท เติบโต 5.6% (ในจำนวนนี้ เป็นเครื่องดื่มวิตามินช็อต (ขวดแก้ว) มูลค่า 6,500 ล้านบาท) ขณะที่ปี 2564 มูลค่าอยู่ที่ 7,267 ล้านบาท

เช่นเดียวกับตลาดน้ำดื่มวิตามิน (Vitamin Water) ปี 2565 คาดการณ์มูลค่าอยู่ที่ 2,499 ล้านบาท เติบโต 4.7% ขณะที่ปี 2564 มูลค่าอยู่ที่ 2,387 ล้านบาท

functional drink

TCP ลุยเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดันรายได้ 1,000 ล้าน

ในตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล กลุ่ม TCP มี 3 แบรนด์หลัก คือ “แมนซั่ม” (Mansome), แมนซั่ม วิตามิน วอเตอร์ และ ไฮ่! X DHC

คุณประไพภักตร์ ไวเกิล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดโกลเบิล (F&B) กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่าเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญที่จะผลักดันการเติบโตในประเทศไทย ถือเป็นเซ็กเม้นท์ที่มีการเติบโตสูงถึง 30% ในครึ่งปีแรกเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากตอบโจทย์การดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน

ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลเติบโตสูงหลังจากคลายล็อกให้ธุรกิจต่างๆ กลับมาดำเนินการได้ปกติตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ปีนี้กลุ่ม TCP วางงบการตลาดธุรกิจฟังก์ชันนัลดริงก์ไว้ 450 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดทั้ง 3 แบรนด์หลัก โดยวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปี 2564 ที่มีรายได้ 700 ล้านบาท

TCP mansome

เจาะกลยุทธ์ 3 แบรนด์รุกตลาดครึ่งปีหลัง

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลครึ่งปีหลัง เริ่มจาก “แมนซั่ม” (Mansome) ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่เปิดตัวในปี 2556 ทำตลาดมา 10 ปี วางตำแหน่งเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลสำหรับผู้ชายที่ต้องการดูแลตัวเองให้ดูดี โดยเป็นผู้นำมาตลอด ด้วยมาร์เก็ตแชร์ 39%

ปีนี้ “แมนซั่ม” ครบรอบ 10 ปี จากเดิมที่จับกลุ่มผู้ชาย Gen Y เป็นหลัก ปีนี้จะขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมเป็นผู้ชาย Gen Z อายุ 15-24 ปี ที่ต้องการดูแลตัวเองให้ดูดีและใส่ใจสุขภาพ ครึ่งปีหลัง “แมนซั่ม” จะสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่ม Gen Z มากขึ้น โดยใช้พรีเซนเตอร์ที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความสนใจ คือ “มังกร รัชชานนท์” และ “พอส นรากร” จากวงดนตรี Yes Indeed ที่จะเป็นตัวแทนของผู้ชายแมนซั่ม ในกลุ่ม Gen Z

ปัจจุบัน “แมนซั่ม” มี 4 รสชาติ เพื่อตอบโจทย์ Gen Z ในเดือนกันยายนนี้ จะเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 1 ผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ได้ปรับแพ็คเกจจิ้งใหม่ให้ทันสมัยเหมาะกับ Gen Z ที่มีทัศนคติรักษ์โลก พร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่ดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม (Caring) ของกลุ่ม TCP โดยเริ่มจากแพ็คเกจจิ้ง “แมนซั่ม” สามารถรีไซเคิลได้ 100%

TCP mansome vitamin water

ผลิตภัณฑ์ต่อไป คือ “แมนซั่ม วิตามิน วอเตอร์” ซึ่งเปิดตัวในปี 2564 ตามเทรนด์การเติบโตของ “วิตามิน วอเตอร์” ที่เติบโตสูงในช่วงโควิด จากพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น จึงเลือกดื่มเครื่องดื่มต่างๆ ที่ตอบโจทย์การป้องกัน เสริมภูมิคุ้มกัน

จากการสำรวจผู้ชายอายุ 18-44 ปี สัดส่วน 79% ดื่มน้ำดื่มวิตามินอยู่แล้ว แต่อีก 14% เป็นกลุ่มผู้ชายที่สนใจดื่มน้ำดื่มวิตามิน เพื่อดูแลสุขภาพ แต่ยังไม่เคยดื่มแบรนด์ไหนมาก่อน จึงเป็นโอกาสของ “แมนซั่ม วิตามิน วอเตอร์” ที่จะขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ รวมทั้งกลุ่มผู้ชายวัยทำงาน Gen Y อายุ 24-35 ปี

ปีนี้ตลาดน้ำดื่มวิตามินยังมีโอกาสเติบโตได้อีก เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มได้ทุกวัน เพราะไม่มีน้ำตาลและแคลอรี ปัจจุบัน “แมนซั่ม วิตามิน วอเตอร์” ทำตลาดอยู่ 3 ผลิตภัณฑ์ ในเดือนกันยายน 2565 จะเปิดตัวอีก 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ วางกลยุทธ์การตลาดให้เป็นเครื่องดื่มประจำบ้าน กระตุ้นให้ลูกค้าซื้อแพ็คใหญ่ติดตู้เย็น (Home-stocking) จากเทรนด์ Work from Home โดยสามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดกับแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย GQ ในไตรมาส 4

ปัจจุบัน “แมนซั่ม วิตามิน วอเตอร์” อยู่ในท็อป 5 น้ำดื่มวิตามิน ซึ่งเป็นตลาดที่แข่งขันสูงมีสินค้าทำตลาด 13 แบรนด์ โดยปีนี้วางเป้าหมายเป็นท็อป 3

Hi! x DHC

สำหรับแบรนด์ ไฮ่! (Hi!) เป็นเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล (แบบขวดแก้ว) หรือ วิตามินซีช็อต เปิดตัวปี 2563 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตสูง ดูได้จากเทรนด์การออกสินค้าด้วยจุดขาย “เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน” ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นสูงสุด เมื่อเทียบกับจุดขายอื่นๆ เพราะผู้บริโภคต้องการดูแลสุขภาพ

หลังจาก ไฮ่! เปิดตัวในปี 2563 ช่วงปลายปี 2564 ได้ Collaborate กับแบรนด์วิตามินยอดขายอันดับหนึ่ง DHC จากญี่ปุ่น รีแบรนด์เป็น “ไฮ่! x DHC” ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากผู้บริโภค ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2565 มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มฟังก์ชันนัลดริงก์ วิตามินซีช็อต จากเดิมอยู่ในอันดับท็อป 5

การทำตลาดในครึ่งปีหลังใช้กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลครบวงจร ดึง KOL ชาวญี่ปุ่นมาสร้างการรับรู้วิตามิน DHC และแจกผลิตภัณฑ์ตัวอย่างทั่วประเทศ 500,000 ขวด เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ปัจจุบัน ไฮ่! x DHC มี 3 รสชาติ ในเดือนสิงหาคม จะเปิดตัวอีก 2 รสชาติใหม่ เจาะกลุ่มลูกค้าทุกวัย

ปัจจุบันรายได้กลุ่ม TCP มาจากเครื่องดื่มให้พลังงาน (Energy Drink) เป็นหลัก โดยเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลมีสัดส่วน 8-10% แต่จะเป็นกลุ่มที่สร้าง Growth Driver ในกลุ่ม Health & Wellness เพื่อผลักดันยอดขาย 3 ปีข้างหน้าของ TCP ให้ได้ 90,000 ล้านบาท

TCP director

คุณประไพภักตร์ ไวเกิล

อ่านเพิ่มเติม


แชร์ :

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการตกลงอ่านเพิ่มเติม