Home Big Featured ‘พิมรี่พาย’ ตอบทุกอย่าง เบื้องหลัง Live 100 ล้าน ทำไมทำคอนเทนต์ช่วยสังคม ‘จากผู้รับเปลี่ยนเป็นผู้ให้’

‘พิมรี่พาย’ ตอบทุกอย่าง เบื้องหลัง Live 100 ล้าน ทำไมทำคอนเทนต์ช่วยสังคม ‘จากผู้รับเปลี่ยนเป็นผู้ให้’

พิธีกรดัง “วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา” ต้องใช้ถึง 3 ปี เพื่อติดต่อขอสัมภาษณ์ “พิมรี่พาย” หรือ พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง กว่าที่เธอจะตอบรับ พร้อมมาเล่าทุกเรื่องราว ที่มาของการ Live ขายของจนติดทำเนียบแม่ค้า 100 ล้าน จุดเริ่มต้นทำคอนเทนต์ช่วยสังคม ที่มักกลายเป็นดราม่า

ถือเป็นการเปิดใจผ่านสื่อครั้งแรกกับ Woody ของ “พิมรี่พาย” ในวัย 31 ปี ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของธุรกิจ 1,000 ล้าน จากจุดเริ่มต้นเปิดร้านขายของย่านประตูน้ำไปจนถึงตลาดนัด และเจ้าของสถิติยอดขาย Live 100 ล้าน ไม่ใช่แค่กล่องสุ่ม แต่ทุกครั้งที่ พิมรี่พาย Live เธอทำยอดขายได้ตัวเลข 9 หลัก ขายสินค้าสูงสุด 10 ล้านชิ้น การ Live แต่ละครั้งมีคนดู 70,000-100,000 คน

woody pimrypie

เคลียร์ปมกล่องสุ่ม 100 ล้าน “กำไรหรือขาดทุน” โละสต๊อกหรือเปล่า?

– เริ่มที่ประเด็นฮอตกันก่อน “กล่องสุ่ม” 1 แสนบาท ทำยอดขาย 100 ล้านบาท ภายใน 10 นาที เป็นสิ่งที่ พิมรี่พาย บอกว่าไม่ได้คิดว่าจะทำมาก่อน เพราะถ้าคิดก่อนคงไม่ออกมาแบบนั้น

– ที่มาของกล่องสุ่ม มาจากเน็ตไอดอลคนหนึ่งที่เข้ามาคอนเมนต์ในช่วง Live ขายของว่า ให้ทำกล่องสุ่มเครื่องสำอาง 1 แสน และคอมเมนต์มาหลายครั้ง ลูกค้าที่อยู่ในไลฟ์ก็กด Like ให้คอนเมนต์กล่องสุ่มตลอด วันนั้นจึงตัดสินใจเปิดขายกล่องสุ่ม 1 แสนบาท และก็มีคนกดซื้อจริงๆ จนยอดขึ้นไป 100 ล้านบาท ภายใน 10 นาที จึงสั่งให้หยุดขาย

– ช่วงคนซื้อเปิดกล่องสุ่ม 1 แสนบาท ก็มีกระแสอีกครั้ง เมื่อเน็ตไอดอลได้รับรถยนต์ “พิมรี่พาย” ให้เหตุผลว่า “เป็นสิ่งที่เขาควรได้ เพราะเขาให้พิมก่อน ด้วยการให้เงิน 1 แสน โดยไม่รู้ว่าจะได้ของอะไร” เพราะตลอดช่วงที่ Live ขายกล่องสุ่ม ได้บอกลูกค้าตลอดว่าของที่ใส่ในกล่อง เป็นเรื่องที่แล้วแต่เธอจะเลือกอะไรมาใส่ให้

“คนที่ให้พิมก่อนเป็นคนที่ควรจะได้รับของที่ได้มากกว่าที่ให้พิม”

ถามว่าคุ้มทุนไหมกับกล่องสุ่ม 1 แสนบาท พิมรี่พายบอกทันทีว่า “ไม่คุ้มขาดทุน”

– คนมองว่ากล่องสุ่มราคา 1 แสนบาท ขายได้ 100 ล้านบาท ทำไมขาดทุน? เรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าของมันมีต้นทุน มีค่าใช้จ่าย มีหลายคนใช้ทฤษฎีมาวิเคราะห์อีกว่าการทำกล่องสุ่มเป็นการโละสต๊อก ก็ต้องบอกว่า “พิมรี่พาย” เป็นคนไม่ชอบหลักการ จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ทำ (ขายของ) ได้ทำลายทฤษฎีการตลาดทั้งหมด

“การขายกล่องสุ่มโละสต๊อกก็มีร้านค้าอื่นทำ แต่พิมรี่พายทำเพื่อคืนกำไรให้ลูกค้า”

เปิดเบื้องหลัง Live เสื้อผ้าหน้าผมมีสไตลิสต์จัดเต็ม

มาถึงเรื่องการ Live ของพิมรี่พาย แม่ค้าคนดัง ที่แต่ละครั้งมีคนดูสดแบบตั้งใจหลัก 70,000-100,000 คน แต่หากเลื่อนฟีดผ่านๆ ก็ราว 4 ล้านคน

– การ Live แต่ละครั้งก็มาแบบจัดเต็ม ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม เบื้องหลังคือมีทีม “สไตลิสต์” จัดให้ทั้งหมด ทุกชุดสั่งตัดใหม่ ไม่เช่นนั้น “พิมรี่พาย” ก็คงเหมือนแม่ค้าทั่วไป แต่ละชุดเตรียมงานล่วงหน้าเป็นเดือน มีทีมแต่งหน้าทำผมให้ทั้งหมด (ยอมรับว่ายุคแรกที่ Live ขายของคนดูหลัก 500-1,000 คน ก็เคยแต่งหน้าเอง แต่หมดพลังไปมากจน Live ไม่ไหว มายุคนี้เลยไม่แต่งหน้าเอง เพราะต้องการเก็บแรงไว้โฟกัสการ Live อย่างเดียว)

– ช่วง Live แต่ละครั้งใช้เวลายาวนาน 8 ชั่วโมง บอกตรงๆ ก็ต้องมีปวดฉี่ แต่ก็ต้องอั้นไว้ แม้กระทั่งวันไหนมีประจำเดือนก็ต้องปล่อยให้ไหลไป เพราะออกไปกลาง Live ไม่ได้ จนกว่าจะจบ เรียกว่าลูกน้องผู้ชายกระเจิงถอยห่างกันหมด

– ในชีวิตเคย Live มาราธอนจบ 6 โมงเช้า เพราะลูกค้ายังซื้อกันไม่เลิก ยกอะไรมาขายก็ยังกดซื้อไม่เลิก หาก Live ไปถึงเที่ยงก็เชื่อว่ายังมีคนอยู่ซื้อ แต่วันนี้ต้องกำหนดเวลาเลิกเพราะสู้ไม่ไหว

pimrypie 7

เทคนิคขายแล้วรวย

– “พิมรี่พาย” Live ขายกล่องสุ่ม 100 ล้าน กลายเป็นกรณีศึกษาของวงการตลาด ที่เรียกว่าฉีกทุกกฎ แต่หากถามแบบบ้านๆ เทคนิคอะไรขายแล้วรวย

“พิมรี่พาย” บอกว่า “เธอขายเพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ ได้ของไปแล้วต้องชอบ ชอบแล้วกลับมาซื้ออีก หากไม่ชอบก็ให้เอาไปเมาท์กัน ให้คนที่ฟังในวงเมาท์อยากมาซื้อไปลอง”

“การขายเป็นแค่การเริ่มต้น เหมือนรู้จักกันครั้งแรก และต้องให้รู้จักกันมากกว่านี้ คือกลับมาซื้อซ้ำ ต้องชอบและกลายเป็น Super Fans บอกต่อว่าของดีจริง”

– แต่หากเป็นคอมเมนต์เชิงลบเกี่ยวกับสินค้าก็ต้องรับฟังด้วย นำมาแก้ไข ปรับปรุงเสนอสินค้าให้ดีขึ้น ที่สำคัญต้องแก้ไขทันที เพราะ “ปลาใหญ่ แพ้ปลาไว”

Live แรกในชีวิตได้ 3,000 บาท

– หากย้อนไป Live แรกในชีวิต พิมรี่พาย เล่าว่าเกิดจากช่วงที่ขายของในตลาดนัด แล้วลูกน้องมาทวงค่าจ้าง แต่ไม่มีเงินจ่ายเพราะช่วงนั้นฝนตกขายของไม่ได้

วันนั้นนั่งดูมือถือเห็นแม่ค้าหลายราย Live ขายของก็มีคนดูและซื้อสินค้าจำนวนมาก จึงตัดสินใจตอนนั้น วางมือถือตั้งพิงเสา Live ขายของทันที (ขายครีม) มีคนเข้ามาดู 34 คน เป็นเพื่อน 30 คน มาดูแต่ไม่ซื้อ มีคนดูจริง 4 คนที่ไม่ใช่เพื่อน แต่ซื้อรวมกัน 3,000 บาท Live จบรีบแพ็กสินค้าส่งให้ทันที แล้วกลับมาเปิด Live ใหม่อีก

“ตอนนั้นในหัวคำนวณแล้วว่า หากขายได้วันละ 3,000 บาท ก็ตกเดือนละ 90,000 บาท รวยแน่ๆ”

– หลังจากนั้นก็ไลฟ์ขายมาตลอด คนดูแนะนำอะไร สอนอะไร ก็ปรับตาม แสงมืดไปก็ซื้อไฟมาติดเพิ่ม Live ไปมือถือหล่น ก็ไปซื้อขาตั้งกล้องมาใช้ ทำไปปรับไปเรื่อยๆ ตามคอมเมนต์ผู้ชม รวมทั้งสินค้าที่นำมาขายก็ต้องดูจากฟีคแบ็คลูกค้าว่าชอบไม่ชอบอะไร เรียกว่า “เป็นชีวิตแม่ค้าที่มีลูกค้าเป็นครู”

pimrypie 9

คนซื้อเพราะเชื่อใจแต่ละ Live ยอดขาย 9 หลัก

– ใน Live ขายของ พิมรี่พาย มักมีหลายแบรนด์ดัง รวมทั้ง La Mer สินค้ายอดฮิตมาขายด้วย แต่ที่คนอยากรู้ทำไมถึงขายแบรนด์เนมได้ราคาถูก? คำตอบจากพิมรี่พาย คือ “ทำไมต้องขายให้ได้กำไร เมื่อไหร่จะหลุดกรอบว่าขายของต้องได้กำไรทุกชิ้นสักที พิมอาจจะขายขาดทุนก็ได้”

– พิมรี่พายขายทุกอย่าง แต่หากถามว่าคนซื้อเพราะอะไร ก็ตอบได้ว่า “เพราะเชื่อใจคนชื่อพิมรี่พาย” ว่าไม่มีทางค้ากำไรเกินควร หรือเอาเปรียบเพื่อน (ลูกค้า) คนซื้อส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ มีสถิติว่าลูกค้าคนหนึ่งซื้อ 10 ล้านบาทต่อเดือน เรียกว่าซื้อทุกอย่าง

– จากจุดเริ่มต้นชีวิตแม่ค้าตลาดนัดเมื่อ 10 ปีก่อน พิมรี่พาย ขายของได้วันละ 1,500 บาท แต่ทุกวันนี้การ Live แต่ละครั้งราว 8 ชั่วโมง ทำยอดขายได้ 9 หลัก ตอบได้เลยว่าจ่ายภาษีแน่นอน

– แม้ได้เห็นตัวเลขเงินหลัก 100 ล้านในการ Live แต่ละครั้ง ความรู้สึกไม่ได้เปลี่ยนไปจากการได้จับเงินล้านครั้งแรกในชีวิต ณ จุดนี้จึงไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตแตกต่างจากเดิม ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ประสบความสำเร็จในการ Live ขายของ รู้สึกพอใจกับการใช้ชีวิตที่มีแล้ว

– ทุกวันนี้มีโกดังที่ลงทุนไป 1,000 ล้านบาท ตั้งใจใช้โกดังที่เก็บสินค้าแต่ละอย่างเป็น Background ในการ Live เพื่อให้ลูกค้าเห็นการพัฒนาของตัวเอง ว่าเงินที่ลูกค้าซื้อของกับพิมรี่พาย ได้สร้างองค์กรให้ใหญ่และเติบโต

กำไรคือได้สร้าง “แบรนด์พิมรี่พาย”

– แม้ตัวเองจะพอใจกับชีวิตในวันนี้ แต่ในมุมขององค์กร พิมรี่พาย ต้องการสร้างฐานให้มั่นคงมากกว่านี้ เพราะวันนี้มีลูกน้องที่ต้องดูแลกว่า 2,000 คน

“กำไร” ของพิมรี่พาย คือความสุขของลูกค้าที่พูดถึงเรา และ “แบรนด์พิมรี่พาย” เป็นที่รู้จักและอยู่ได้ต่อไป แม้ไม่ต้องมีคนชื่อพิมรี่พาย มายืน Live ก็ยังขายของได้ สามารถดูแลคนในองค์กรต่อไปได้

เพราะในที่สุดแล้วคงไม่สามารถสร้างพิมรี่พาย “คนใหม่” มา Live ขายของได้ แอคติ้งอาจสอนกันได้ แต่สัญชาตญาณการตัดสินใจสอนกันไม่ได้

pimrypie 5
ที่มาทำคอนเทนต์ช่วยสังคม

– อีกงานที่พิมรี่พาย ทำและมักเป็นประเด็นให้พูดถึงอยู่บ่อยครั้ง คือการทำคอนเทนต์ช่วยเหลือสังคมและคนด้อยโอกาส ผ่านช่องยูทูบพิมรี่พาย ที่มีผู้ติดตามกว่า 5 ล้านคน

– พิมรี่พาย เล่าแรงบันดาลที่ตั้งใจ “ให้” คืนสังคม เพราะในวัยเด็กช่วงที่เรียนอยู่ ป.3 ต้องช่วยแม่หารายได้ ด้วยการยืนขายทอดมันอยู่หน้าร้านเซเว่นฯ ในวันหนึ่งฝนตกถุงทอดมันเปียกมีแต่คราบน้ำมัน ก็มีพี่คนหนึ่งมาถามว่าขายอะไร ก็บอกว่าทอดมันค่ะ พี่คนนั้นบอกว่าขอเหมาทั้งหมดและให้รีบเข้าบ้าน

“ได้ยินแบบนั้นจิตใจของเด็กคนหนึ่งที่ยืนตากฝน หัวใจพองโต โลกใบนี้มันสดใส กำเงิน 400 บาทในมือไว้แน่น เอาเงินกลับไปให้แม่ได้ภูมิใจ โลกทั้งโลกตอนนั้นศิวิไลซ์ ยังจำความรู้สึกที่ดีใจที่สุดในชีวิตได้ดี”

ในวันนั้นที่มีคนมาเหมาซื้อทอดมันครั้งแรกในชีวิต 400 บาท ความดีใจมันประเมินมูลค่าไม่ได้ แม้มีเงินในวันนี้ ยังไม่ดีใจเท่าวันนั้น

นี่จึงเป็นที่มาของการช่วยเหลือคนด้อยโอกาสและคืนให้กับสังคม เพราะต้องการให้คนอื่นหัวใจฟูเหมือนตัวเองที่เคยได้รับความรู้สึกนี้ในวัยเด็ก

พิมรี่พาย เล่าด้วยน้ำเสียงสะอื้น “อยากบอกพี่คนที่เหมาทอดมันว่า ทุกวันนี้พิมรี่พาย ได้ทำเหมือนกับพี่ทำ ได้มอบโอกาสให้คนอื่น เหมือนที่เคยได้รับมา มูลค่าเงิน 400 บาท อาจเป็นเศษของใคร แต่เงิน 400 ที่ได้รับมาในวันนั้น เป็นจุดเริ่มต้นของพิมรี่พาย”

pimrypie 1

อีก 2 ปีหยุด Live ขอไปเที่ยว

หากถามถึงสิ่งที่ พิมรี่พาย อยากทำในอีก 2 ปีข้างหน้า ตอนอายุ 33 ปี คือ เธอจะหยุด Live 1 ปี พาลูกไปท่องเที่ยวต่างประเทศและส่งลูกไปเรียนต่อประเทศจีน แต่ไม่ได้ให้เรียนอย่างเดียว ต้องไปทำงานด้วย หาสินค้าส่งมาให้แม่ขายในไทย เพราะเป้าหมายต้องการให้องค์กรขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ไม่ต้องขับเคลื่อนด้วยพิมรี่พาย ทุกคนต้องช่วยทำงานให้องค์กรเติบโต

วันนี้ “พิมรี่พาย” ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายคน โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ อาชีพที่คนมองข้าม แต่พิมรี่พายภูมิใจและต้องการให้แม่ค้าทุกคนภูมิใจว่า “ไม่ได้เป็นแค่แม่ค้า แต่สักวันต้องเติบโตให้ได้”

ทุกคนมีโอกาสเป็นเหมือนพิมรี่พายได้ตลอดเวลา แต่ต้องเริ่มจากตัดสินใจว่าจะทำอะไรสักอย่างและลงมือทำทันที เมื่อเดินไปตามที่ตัดสินใจแล้ว ไม่ต้องกลัวล้มเหลว เมื่อผิดพลาดก็ต้องลุกให้เร็ว

ในวัย 31 ปี ทุกคนรู้จัก “พิมรี่พาย” ในฐานะแม่ค้าออนไลน์ เธอย้ำว่าต้องการให้ทุกคนจำในบทบาทต่อไปถึงวัยเกษียณก็จะเป็น “แม่ค้า” และต้องการคืนกำไรให้สังคมช่วยเหลือคน เพราะที่มายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ ก็เพราะได้รับโอกาสมาแบบที่ไม่กล้าฝันมาก่อน เมื่อคนให้มาขนาดนี้จึงต้องการคืนให้สังคม

ที่มา : รายการ WoodyxPimrypie
https://fb.watch/9OASZPNE1N/

Photo Credit : Facebook pimrypie – พิมรี่พาย

You may also like

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของคุณ เราจะถือว่าคุณยอมรับในเรื่องนี้ แต่คุณสามารถเลือกไม่รับได้หากต้องการ ตกลง อ่านเพิ่มเติม