HomeBig Featuredไม่ใช่แค่จุ่มนม! “OREO x Barefoot Wine” เปิดตัว “ไวน์แดงรสคุกกี้ช็อกโกแลตแอนด์ครีม” กลยุทธ์เพิ่ม Usage + Collab

ไม่ใช่แค่จุ่มนม! “OREO x Barefoot Wine” เปิดตัว “ไวน์แดงรสคุกกี้ช็อกโกแลตแอนด์ครีม” กลยุทธ์เพิ่ม Usage + Collab

แชร์ :

OREO x Barefoot Wine

เมื่อพูดถึงแบรนด์คุกกี้แซนด์วิชช็อกโกแลต สอดไส้ครีม OREO” (โอรีโอ) เชื่อว่าหลายคนจดจำ และติดหูกับประโยค “บิดชิมครีมจุ่มนม” (Twist-Lick-Dunk) ที่สื่อสารต่อเนื่องมายาวนานนับตั้งแต่ปี 1920s จนกลายเป็น Signature ของ OREO ไปแล้ว

ADFEST 2024

Santos Or Jaune

แต่ในโลกทุกวันนี้ เมื่ออะไรก็เป็นไปได้ และอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น! เราจึงเห็นความเคลื่อนไหวของแบรนด์ OREO ล่าสุดได้นำ OREO THINS ซึ่งเป็นคุกกี้แซนด์วิชช็อกโกแลต สอดไส้ครีมแบบบาง สำหรับเจาะตลาดผู้ใหญ่ สร้างความร่วมมือกับแบรนด์ไวน์ของอเมริกา Barefoot สร้างสรรค์ไวน์แดง รสชาติคุกกี้ช็อกโกแลตแอนด์ครีม

“เป็นที่ทราบกันดีว่าไวน์แดง เข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลต ดังนั้น “OREO THINS” และ “Barefoot” ซึ่งเป็นไวน์ที่ได้รับความนิยมในอเมริกา จึงได้ร่วมมือกันเพื่อยกระดับการผสมผสานความคลาสสิกไปสู่รสชาติใหม่ของความอร่อย” Sydney Kranzmann ผู้จัดการแบรนด์ OREO THINS กล่าวถึงความร่วมมือ

ทางด้าน Jen Wall, Wine Maker ของแบรนด์ Barefoot เล่าว่า “เราได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติคุกกี้ช็อกโกแลต และครีม จึงได้พัฒนาไวน์แดง ที่ผสมผสานระหว่างรสชาติ-กลิ่นคุกกี้ช็อกโกแลตและครีมที่เราคุ้นเคยกันดีในวัยเด็ก กับแบล็กเบอร์รี่ และดาร์กเชอร์รี่ ด้วยระดับปริมาณแอลกอฮอล์ (ABV) 13%

ไวน์แดง รสคุกกี้ช็อกโกแลตแอนด์ครีม จะวางจำหน่ายในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ที่เว็บไซต์ BarefootWine.com/oreothins เท่านั้น ในราคา 24.99 ดอลลาร์สหรัฐ โดยใน 1 กล่อง มีไวน์ขนาด 750 มิลลิลิตร จำนวน 2 ขวด มาพร้อมกับคุกกี้ OREO THINS โดยจำหน่ายให้เฉพาะคนอายุ 21 ปีขึ้นไปเท่านั้น

OREO x Barefoot Wine

 

เพิ่ม “Usage” การบริโภครูปแบบใหม่ + Collaboration” สร้างโอกาสการเติบโตที่มากกว่าเป็นคุกกี้

กลยุทธ์ความสำเร็จของแบรนด์ “OREO” ที่ทำให้ยังคง “ยืนหนึ่ง” ในตลาดคุกกี้ช็อกโกแลต สอดไส้ครีมมาได้กว่า 100 ปี รวมทั้งเข้าไปอยู่ในการจดจำ และอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนทุกเพศ ทุกวัยได้ มาจาก 2 กลยุทธ์ คือ

1. เพิ่ม Usage การบริโภค เพิ่มโอกาสเข้าไปอยู่ในโอกาสการรับประทานมากขึ้น

นอกจากการเพิ่ม User ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายแล้ว (Product Portfolio) OREO ยังสร้างรูปแบบการบริโภคที่หลากหลาย ด้วยการเข้าไปเป็นวัตถุดิบในขนมหวาน และเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งทุกวันนี้มีร้านเบเกอรี่ และร้านเครื่องดื่มมากมาย ที่สร้างสรรค์เมนูขนมหวานและเครื่องดื่มโดยใช้ OREO เป็นหนึ่งในส่วนผสมหลัก เช่น เค้กโอรีโอ เครื่องดื่มปั่นผสมโอรีโอ ไอศกรีมโอรีโอ เป็นต้น

การต่อยอดด้วยการสร้างรูปแบบการใช้/การบริโภคใหม่ๆ ดังกล่าว ยิ่งทำให้แบรนด์ “OREO เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ อยู่ในทุกโอกาสการรับประทานมากขึ้น ทั้งยังย่อมส่งผลดีต่อแบรนด์ที่ยิ่งทำให้ผู้บริโภคจดจำ และ Remind แบรนด์ได้เสมอ กลายมาเป็นความผูกพันระหว่างแบรนด์-ผู้บริโภค

2. “Collaboration” ขยายฐานแฟนแบรนด์

ถึงแม้ OREO เป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่ไม่เคยหยุดมองหาโอกาสสร้างการเติบโต โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งการเติบโตได้มากขึ้น คือ การผนึกกำลังกับพันธมิตรธุรกิจ (Collaboration) ทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหาร – เครื่องดื่มด้วยกันเอง และข้ามอุตสาหกรรม

เช่น เคยจับมือกับแบรนด์ไอศกรีม Wall’s  พัฒนาสูตรไอศกรีม ผสมโอรีโอ จับมือกับยักษ์ใหญ่ Tech Company อย่าง “Google”  ทำข้อตกลงร่วมกันให้ชื่อ “OREO” เป็นชื่อระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่น Android 8.0 ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Android OREO”

และล่าสุดกับความร่วมมือกับไวน์ Barefoot” ที่เป็นการใช้ทั้งรสชาติ และกลิ่นของคุกกี้ช็อกโกแลตแอนด์ครีมมาเป็นส่วนผสมหลักของการผลิตไวน์แดงรสชาติใหม่

นี่จึงทำให้ชื่อ และสินค้าของ “OREO” ยังคงอยู่ในการรับรู้ จดจำ และอยู่กับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วโลกเสมอ

OREO x Barefoot Wine

 

 

Source

Source

Source


แชร์ :

You may also like