HomeBig Featuredไม่ใช่แค่จุ่มนม! “OREO x Barefoot Wine” เปิดตัว “ไวน์แดงรสคุกกี้ช็อกโกแลตแอนด์ครีม” กลยุทธ์เพิ่ม Usage + Collab

ไม่ใช่แค่จุ่มนม! “OREO x Barefoot Wine” เปิดตัว “ไวน์แดงรสคุกกี้ช็อกโกแลตแอนด์ครีม” กลยุทธ์เพิ่ม Usage + Collab

แชร์ :

OREO x Barefoot Wine

เมื่อพูดถึงแบรนด์คุกกี้แซนด์วิชช็อกโกแลต สอดไส้ครีม OREO” (โอรีโอ) เชื่อว่าหลายคนจดจำ และติดหูกับประโยค “บิดชิมครีมจุ่มนม” (Twist-Lick-Dunk) ที่สื่อสารต่อเนื่องมายาวนานนับตั้งแต่ปี 1920s จนกลายเป็น Signature ของ OREO ไปแล้ว

THINK THAILAND : NEXT LEVEL

Santos Or Jaune

แต่ในโลกทุกวันนี้ เมื่ออะไรก็เป็นไปได้ และอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น! เราจึงเห็นความเคลื่อนไหวของแบรนด์ OREO ล่าสุดได้นำ OREO THINS ซึ่งเป็นคุกกี้แซนด์วิชช็อกโกแลต สอดไส้ครีมแบบบาง สำหรับเจาะตลาดผู้ใหญ่ สร้างความร่วมมือกับแบรนด์ไวน์ของอเมริกา Barefoot สร้างสรรค์ไวน์แดง รสชาติคุกกี้ช็อกโกแลตแอนด์ครีม

“เป็นที่ทราบกันดีว่าไวน์แดง เข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลต ดังนั้น “OREO THINS” และ “Barefoot” ซึ่งเป็นไวน์ที่ได้รับความนิยมในอเมริกา จึงได้ร่วมมือกันเพื่อยกระดับการผสมผสานความคลาสสิกไปสู่รสชาติใหม่ของความอร่อย” Sydney Kranzmann ผู้จัดการแบรนด์ OREO THINS กล่าวถึงความร่วมมือ

ทางด้าน Jen Wall, Wine Maker ของแบรนด์ Barefoot เล่าว่า “เราได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติคุกกี้ช็อกโกแลต และครีม จึงได้พัฒนาไวน์แดง ที่ผสมผสานระหว่างรสชาติ-กลิ่นคุกกี้ช็อกโกแลตและครีมที่เราคุ้นเคยกันดีในวัยเด็ก กับแบล็กเบอร์รี่ และดาร์กเชอร์รี่ ด้วยระดับปริมาณแอลกอฮอล์ (ABV) 13%

ไวน์แดง รสคุกกี้ช็อกโกแลตแอนด์ครีม จะวางจำหน่ายในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ที่เว็บไซต์ BarefootWine.com/oreothins เท่านั้น ในราคา 24.99 ดอลลาร์สหรัฐ โดยใน 1 กล่อง มีไวน์ขนาด 750 มิลลิลิตร จำนวน 2 ขวด มาพร้อมกับคุกกี้ OREO THINS โดยจำหน่ายให้เฉพาะคนอายุ 21 ปีขึ้นไปเท่านั้น

OREO x Barefoot Wine

 

เพิ่ม “Usage” การบริโภครูปแบบใหม่ + Collaboration” สร้างโอกาสการเติบโตที่มากกว่าเป็นคุกกี้

กลยุทธ์ความสำเร็จของแบรนด์ “OREO” ที่ทำให้ยังคง “ยืนหนึ่ง” ในตลาดคุกกี้ช็อกโกแลต สอดไส้ครีมมาได้กว่า 100 ปี รวมทั้งเข้าไปอยู่ในการจดจำ และอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนทุกเพศ ทุกวัยได้ มาจาก 2 กลยุทธ์ คือ

1. เพิ่ม Usage การบริโภค เพิ่มโอกาสเข้าไปอยู่ในโอกาสการรับประทานมากขึ้น

นอกจากการเพิ่ม User ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายแล้ว (Product Portfolio) OREO ยังสร้างรูปแบบการบริโภคที่หลากหลาย ด้วยการเข้าไปเป็นวัตถุดิบในขนมหวาน และเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งทุกวันนี้มีร้านเบเกอรี่ และร้านเครื่องดื่มมากมาย ที่สร้างสรรค์เมนูขนมหวานและเครื่องดื่มโดยใช้ OREO เป็นหนึ่งในส่วนผสมหลัก เช่น เค้กโอรีโอ เครื่องดื่มปั่นผสมโอรีโอ ไอศกรีมโอรีโอ เป็นต้น

การต่อยอดด้วยการสร้างรูปแบบการใช้/การบริโภคใหม่ๆ ดังกล่าว ยิ่งทำให้แบรนด์ “OREO เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ อยู่ในทุกโอกาสการรับประทานมากขึ้น ทั้งยังย่อมส่งผลดีต่อแบรนด์ที่ยิ่งทำให้ผู้บริโภคจดจำ และ Remind แบรนด์ได้เสมอ กลายมาเป็นความผูกพันระหว่างแบรนด์-ผู้บริโภค

2. “Collaboration” ขยายฐานแฟนแบรนด์

ถึงแม้ OREO เป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่ไม่เคยหยุดมองหาโอกาสสร้างการเติบโต โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งการเติบโตได้มากขึ้น คือ การผนึกกำลังกับพันธมิตรธุรกิจ (Collaboration) ทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหาร – เครื่องดื่มด้วยกันเอง และข้ามอุตสาหกรรม

เช่น เคยจับมือกับแบรนด์ไอศกรีม Wall’s  พัฒนาสูตรไอศกรีม ผสมโอรีโอ จับมือกับยักษ์ใหญ่ Tech Company อย่าง “Google”  ทำข้อตกลงร่วมกันให้ชื่อ “OREO” เป็นชื่อระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่น Android 8.0 ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Android OREO”

และล่าสุดกับความร่วมมือกับไวน์ Barefoot” ที่เป็นการใช้ทั้งรสชาติ และกลิ่นของคุกกี้ช็อกโกแลตแอนด์ครีมมาเป็นส่วนผสมหลักของการผลิตไวน์แดงรสชาติใหม่

นี่จึงทำให้ชื่อ และสินค้าของ “OREO” ยังคงอยู่ในการรับรู้ จดจำ และอยู่กับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วโลกเสมอ

OREO x Barefoot Wine

 

 

Source

Source

Source


แชร์ :

You may also like