เจาะแผนกลยุทธ์เมกาบางนา กับ 9 ปีแห่งความสำเร็จ ชู Tenant Mix สร้าง Meeting Place สำหรับคนทุกวัย

 

- Advertisement -

หากถามถึงกลยุทธ์สำคัญที่จะสร้างศูนย์การค้าให้ประสบความสำเร็จ เรามักจะได้ยินวรรคทองคุ้นหูนั่นก็คือ “ทำเล..ทำเล และทำเล”เพราะถ้าได้ทำเลดีก็กำชัยไปกว่าครึ่ง เพราะทำเลครอบคลุมถึงการเข้าถึง (Accessibility)  อยู่ติดเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อ ความสะดวก (Convenience) ในการเดินทางที่เอื้อด้วยระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท แต่ ทำเลก็เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบหลักเท่านั้น ปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งตัวที่กำหนดความสำเร็จของการทำศูนย์การค้าในปัจจุบัน คือ ลูกค้า การสร้างศูนย์การค้าในปัจจุบันต้องให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) เพราะจะทำให้เราออกแบบทุก Touch Points ทุก Journey และทุก Offers ตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างเหมาะสม ลงตัว และครบถ้วน

การรังสรรค์ทุกตารางเมตรภายในศูนย์การค้าให้ตรงใจลูกค้า นับเป็นงานศิลปะที่ท้าทาย เพราะต้องสร้างผ่านแรงบันดาลใจของลูกค้า (Customer Aspiration) ผ่านมุมมองของลูกค้า (Customer Insight) และความชอบของลูกค้า (Customer Preference)

“เมกาบางนา” เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า Super Regional Mall มีพื้นที่มากกว่า 4 แสนตารางเมตร รวบรวมร้านค้าทุกหมวดหมู่มาบริการลูกค้ามากกว่า 900 ร้าน ต้อนรับลูกค้าทั้งจากกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงอย่าง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ฯ ก็สามารถเดินทางมาใช้บริการที่เมกาบางนาได้อย่างสะดวกเช่นกัน

ตลอดระยะเวลา 9 ปี เส้นทางการ “เติบโต” ของ “เมกาบางนา” ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว แม้ปี 2563-2564 ต้องอยู่ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ทันทีที่รัฐมีมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ ลูกค้าก็พร้อมใจกันกลับมาใช้บริการที่เมกาบางนา อะไรคือ “จุดแข็ง” สำคัญของเมกาบางนา?

BrandBuffet ชวนผู้อ่านไปพูดคุยกับ คุณพลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา

คุณพลินี เปิดบทสนทนา ถึงศูนย์การค้า “เมกาบางนา” ที่ชูจุดแข็งคือความเป็น The Great Meeting Place ที่เป็นมากกว่าศูนย์การค้าสำหรับการช้อปปิ้ง แต่เมกาบางนาเป็นจุดพบปะ สังสรรค์ของกลุ่มลูกค้าทุกเจเนอเรชั่นที่ “ยืนหนึ่ง” ในย่านบางนาได้อย่างโดดเด่น ซึ่งกลยุทธ์สำคัญเกิดการจากการคัดสรรรและการผสมผสานร้านค้าผู้เช่าหรือ Tenant Mix ที่ทางศูนย์ฯ ทำได้อย่างลงตัว อีกทั้งเมกาบางนายังสามารถนำร้านค้าหรือสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่อยู่ในเทรนด์ให้เข้ามาเปิดที่เมกาบางนาได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว  สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความชอบของลูกค้า รวมถึงมีการพัฒนาพื้นที่ในส่วนต่าง ๆ รวมถึงทัศนียภาพรอบ ๆ อย่างการพัฒนาโซน เมกา ฟู้ดวอล์ค ที่มีการปรับพื้นที่โดยผสานเอาธรรมชาติแบบ Natural Landscape เติมสีเขียวของต้นไม้พร้อมสายน้ำ เสมือนเดินอยู่ในสวนธรรมชาติที่ออกแบบมารับกับตัวตึกรีเทลได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเหมือนการได้ไปพักผ่อน พร้อมมุมถ่ายภาพสวย ๆ ที่มีแสงธรรมชาติ อีกทั้งยังพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดได้เปิดตัวอาคารจอดรถอิเกีย จำนวน 8 ชั้น ที่จะสามารถรองรับปริมาณรถที่เข้ามาใช้บริการได้มากขึ้นถึง 2,000 คัน หรือ เมกา พาร์ค สวนสาธารณะขนาด 7 ไร่ ตอบโจทย์ครอบครัวคนเมืองที่มองหาพื้นที่สีเขียว เพื่อใช้ในการพักผ่อน และทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ร่วมกัน รวมถึงยังอนุญาตให้ลูกค้าสามารถนำสุนัขมาใช้บริการได้ด้วย ซึ่งส่วนนี้เปิดให้ลูกค้าได้เข้ามาใช้บริการได้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ หากอยากผ่อนคลายจากความวุ่นวาย แค่ขับรถมาเมกาบางนา คุณก็สามารถเติมพลังได้ทั้งแบบ Shopping Therapy หรือ Natural Therapy

“เมกาบางนาเป็นศูนย์การค้าที่มีร้านค้าแม่เหล็กหรือ Magnet สำคัญ ซึ่ง Tenant Mix นี้แหละที่ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และได้รับประสบการณ์ช้อปปิ้งใหม่ ๆ ทุกครั้งที่มาที่เมกาบางนา ที่สำคัญความครบครันของร้านค้าต่าง ๆ เป็นจุดเสริมความแข็งแกร่งให้เมกาบางนาเป็น Meeting Place ที่ครบวงจร และตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง”

หลังจากการประกาศคลายล็อกดาวน์ของภาครัฐ เมกาบางนาก็สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยการเปิดตัวร้านค้าใหม่ ๆ มากมายที่ตบเท้าเข้ามาเปิดให้บริการ เพื่อต้อนรับลูกค้าที่กลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เมกาบางนาปล่อยหมัดเด็ด คือ ร้านค้าใหม่ ๆ ที่แฟน ๆ ต่างรอคอย อาทิ โรงเตี๊ยมเสือพ่นไฟ ร้านอาหารสไตล์จีนโมเดิร์นที่แตกไลน์จาก ชานมชื่อดังอย่าง Fire Tiger หรือร้านอาหารสไตล์เกาหลีอย่าง Chicken Club และร้านเอาใจคนรักปิ้งย่างเกาหลี อย่าง  Ssamthing Together  รวมถึงก๋วยเตี๋ยวเรือคุณภาพระดับ Premium อย่าง ทองสมิทธิ์  พร้อมทยอยส่งลิสต์รายชื่อร้านค้าที่กำลังจะมาเปิดเร็ว ๆ นี้เพื่อเรียกน้ำย่อย อย่าง  Sushiro หรือ The Coffee Academics กับคอนเซ็ปต์ใหม่ที่มีเฉพาะที่สาขาเมกาบางนาเท่านั้น อีกทั้งเมกาบางนายังสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยมาตรการการดูแลสถานที่และเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เข้มข้น โดยเน้นการปฏิบัติจริงและต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่า ลูกค้าทุกคนจะต้องได้รับความปลอดภัยและสบายใจทุกครั้งที่มาใช้บริการ

“นอกจากร้านค้าภายในศูนย์ อีกจุดเด่นที่เมกาบางนาทำได้ดีมาก คือการรวบรวมผู้เช่าหลัก หรือ Anchors เจ้าใหญ่ๆ ทั้ง 5 รายมาไว้ด้วยกันที่เมกาบางนา ”

สำหรับผู้เช่าหลัก 5 รายใหญ่ประกอบด้วย

1. IKEA ด้วยเอกลักษณ์ของแบรนด์ และมีของแต่งบ้านครบครัน ในราคาที่จับต้องได้ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ จึงเป็นแม่เหล็กที่แข็งแกร่ง ดึงดูดลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก สาวกแบรนด์เข้ามาช้อปปิ้งสินค้าคุณภาพในราคาย่อมเยา

2. Big C Extra ซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับทุกครอบครัว ทั้งอาหารสด ของใช้ภายในบ้าน สินค้าโอทอป ในราคาสบายกระเป๋า ให้ลูกค้ากลับมาช้อปกันได้บ่อยๆ

3. HomePro ศูนย์รวมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ของแต่งบ้านครบครัน พร้อมบริการติดตั้ง ต่อเติมที่หากต้องการปรับปรุงบ้านใหม่ เรียกว่าเดินเข้ามาที่โฮมโปรคือมีให้บริการครบ

4. เซ็นทรัล @ เมกาบางนา ที่ยกระดับจากโรบินสันเดิม พร้อมส่งมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เหนือกว่า ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงานและครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง และ

5. Mega Cineplex ศูนย์รวมความบันเทิงสำหรับครอบครัว และคนรุ่นใหม่

หากมาดูเรื่องสัดส่วนร้านค้าในศูนย์การค้าเมกาบางนา ซึ่งที่ผ่านมาอัตราการเช่าพื้นที่ที่เมกาบางนาเต็มเกือบ 100% มาโดยตลอด และสามารถแบ่งร้านค้าออกเป็นหมวดตามประเภทสินค้า มีทั้งหมดประมาณ 10 หมวดใหญ่ ๆ อาทิ  ร้านแฟชั่น ร้านอาหารเครื่องสำอางหรือบิวตี้ ร้านอุปกรณ์กีฬา สินค้าไอที เอนเตอร์เทนเมนท์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สถาบันทางการเงิน สถาบันการศึกษาและสอนเสริมทักษะ และเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้านรวมกว่า 900 ร้าน  โดยจุดเด่นคือร้านอาหารที่เมกาบางนาสามารถรวบรวมร้านอาหารดัง ๆ หรือร้านที่หาทานได้ยากในย่านบางนามาไว้ที่นี้ได้มากกว่า 165 ร้าน  ร้านแฟชั่น เครื่องสำอางหรือ แฟลกชิปสโตร์ขนาดใหญ่ อาทิ JD Sports, Sephora, EVEANDBOY, CAMP เป็นต้น

หรือร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬา ทั้งอุปกรณ์การออกกำลังกาย หรือสปอร์ตแฟชั่น ก็สามารถหาซื้อได้ที่เมกาบางนา รวมถึงสินค้าลิมิเตดที่มีจำหน่ายแค่ที่สาขาเมกาบางนาเท่านั้น แต่ช่วงหลังๆมานี้ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มร้านค้า ซึ่งมีร้านระดับพรีเมี่ยมแบรนด์หลายแบรนด์ที่พากันมาเปิดที่เมกาบางนา อาทิ Dior, YSL, Charlotte Tilbury, Elemis, Marimekko และที่กำลังจะมาเปิดเร็ว ๆ นี้คือ CHANEL Beaute’  รวมไปถึง ร้านบิวตี้ สโตร์ คลินิกเสริมความงาม ที่เมกาบางนาก็มีกว่า 60 ร้าน คลินิกที่เพิ่งเปิดให้บริการไป เช่น รมย์รวินท์, APEX Medical Centre, SLC เป็นต้น

นอกจากนี้ ร้านที่มีอยู่เดิมหลายร้านได้ทำการปรับปรุง และตกแต่งด้านใน รวมถึงขยายพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อเตรียมรับการเข้ามาใช้บริการของลูกค้า และสิ่งที่เติมสีสันให้กับบรรดานักช้อป คือการเปิดพื้นที่สำหรับ Pop up store สำหรับร้านและแบรนด์ใหม่ๆ ที่ต่างหมุนเวียนสับเปลี่ยนมานำเสนอสินค้าและบริการที่อินเทรนด์อยู่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ศูนย์มี Movement และมีบรรยากาศที่ดูสนุกสนานตลอดเวลาด้วย

“ลูกค้ามาที่เมกาบางนา จะสัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งสินค้าและบริการที่ถูกใจทุกคนในครอบครัว เพราะเราคัดสรรร้านค้า และออกแบบ Journey ของลูกค้า ให้ทุกคนในครอบครัวสามารถมาที่เมกาบางนาและมีความสุขได้พร้อมๆ กัน”

อย่างไรก็ตาม เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นตัวกระตุ้นให้คนเข้าถึงการช้อปปิ้งออนไลน์ได้มากขึ้น แต่ คุณพลินี ย้ำว่าสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของศูนย์การค้า ซึ่งหาไม่ได้บนโลกออนไลน์ คือ “ประสบการณ์” ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ซึ่งการเดินศูนย์การค้าจะได้ครบทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ได้ทดลอง ได้จับต้องสินค้าได้ด้วยตัวเอง หรือแม้แต่บริการจากพนักงานซึ่งหาไม่ได้จากการซื้อของออนไลน์

ดังนั้น ศูนย์การค้าเมกาบางนา จึงไม่หยุดที่จะปรับปรุงและเติม Magnet ใหม่ ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอยู่อย่างเสมอ ที่ผ่านมาเมกาบางนาได้ “พันธมิตร” สำคัญที่มาช่วยต่อจิ๊กซอว์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น Mega HarborLand สนามเด็กเล่นในร่มขนาดใหญ่ เอาใจลูกค้ากลุ่มเด็ก และครอบครัว และในปี 2565 เมกาบางนาเตรียมต้อนรับ Topgolf สนามไดร์ฟกอล์ฟพรีเมียมกับคอนเซปต์สุดล้ำจากอเมริกาแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผสานกีฬากอล์ฟกับเอนเตอร์เทนเมนท์ให้เป็นอีกสถานที่พบปะสังสรรค์ กิจกรรมใหม่สำหรับทุกคนในครอบครัว

“จากสถานการณ์โควิด -19 ที่มีแนวโน้มคลี่คลายขึ้น ในไตรมาส 4  เรากำลังจะเข้าสู่ช่วงบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ทางศูนย์เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งกิจกรรม โปรโมชั่น การตกแต่งบรรยากาศ และต้นคริสมาสต์ ปลุกช่วงเวลาแห่งความสุข และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้ฟื้นตัวอีกครั้ง และเป็นการมอบความสุข ความประทับใจ และตอบโจทย์ความคุ้มค่าแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งทั้งหมดนี้ เรายังคงดำเนินการภายใต้มาตรการดูแลความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของลูกค้าอย่างเข้มข้น ทั้งการทำความสะอาดพื้นที่ภายในศูนย์ฯ โดยเฉพาะจุดที่ลูกค้าสัมผัส มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม จัดจุดแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ  การตรวจวัดอุณหภูมิ ที่สำคัญพนักงานที่ปฏิบัติงานจะต้องได้รับวัคซีนครบตามกำหนดแล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า และทำให้เมกาบางนายังคงเป็น The Great Meeting Place ของลูกค้าต่อไป” คุณพลินี กล่าวสรุป