Facebook ล่ม – ข้อมูลรั่วทำ “มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” ทรัพย์สินหายเกือบ 2 แสนล้านในชั่วข้ามคืน

facebook mark zuck

จากเหตุการณ์แอปพลิเคชัน Facebook-Instagram-WhatsApp-Messenger ล่มในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย และการพบว่ามีข้อมูลภายในของ Facebook รั่วไหลเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะการดูแลแอคเคาน์ของเซเลบคนดังคนละแบบกับแอคเคาน์ของผู้ใช้งานทั่วไป

- Advertisement -

ผลกระทบจากสองเหตุการณ์ข้างต้นได้ส่งผลโดยตรงต่อหุ้นของบริษัทที่ปรับตัวลดลง 4.89% และทำให้ “ความมั่งคั่ง” ของ Mark Zuckerberg หายไปถึง 5.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 199,243 ล้านบาท) เช่นเดียวกับ Sheryl Sandberg ผู้บริหารระดับสูงอีกคนหนึ่งของ Facebook ที่พบว่ามูลค่าทรัพย์สินลดลงไปถึง 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 64,163 ล้านบาท) เช่นกัน

ทั้งนี้ การล่มของแอปพลิเคชันในเครือทั้ง 4 แอปพร้อม ๆ กัน ทำให้เกิดคำถามถึงความเสถียรของตัวแอปว่ารองรับได้จริงไหมกับการที่ภาคธุรกิจ – นักการตลาดจะฝากชีวิต และแคมเปญเอาไว้บนแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาที่การล่มของระบบเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันจันทร์ต้นเดือน และต้นไตรมาส 4 ของปี ซึ่งเป็นโอกาสที่นักโฆษณาจำนวนมากจะปล่อยแคมเปญ

ไม่เพียงเท่านั้น หากย้อนดูผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ Facebook เปิดเผยออกมา พบว่า บริษัทสามารถขายโฆษณาได้เฉลี่ย 330 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งการล่มของระบบในครั้งนี้ก็อาจทำให้รายได้ดังกล่าวหายวับไปกับตา

ข้อมูลภายในรั่ว

ส่วนอีกหนึ่งประเด็นอื้อฉาวของ Facebook ที่ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น เป็นเรื่องของข้อมูลภายในที่รั่วไหล โดยอดีตพนักงานอย่าง Frances Haugen ซึ่งเคยทำงานในตำแหน่ง Product Manager ในทีม Civic Integrity ได้หอบเอกสารภายในของ Facebook ไปมอบให้กับสำนักข่าวอย่าง The Wall Street Journal หลังจากลาออกจากบริษัทในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีเอกสารหลายอย่างที่น่าตกใจ

นอกจากนั้น เธอยังออกมาให้สัมภาษณ์กับทาง CBS ในรายการตอนกลางคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งเธอได้บอกว่า Facebook จะทำเงินได้น้อยลง หากแพลตฟอร์มมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยเธอบอกว่า เอกสารที่เธอนำมาเผยแพร่นั้นสะท้อนให้เห็นว่า Facebook เลือกให้ความสำคัญกับการเติบโตด้านรายได้ เหนือกว่าเรื่องของความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

Frances Haugen ยังชี้ด้วยว่า Facebook มีการปฏิบัติกับแอคเคาน์ของเซเลปคนดัง นักการเมือง และบุคคลที่ทรงอิทธิพลแตกต่างจากแอคเคาน์ของบุคคลธรรมดาทั่วไป โดยคนเหล่านี้จะได้รับการดูแลที่พิเศษกว่า รวมถึงเรื่องงานวิจัยที่ว่า Instagram มีผลต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่น เนื่องจาก 32% ของเด็กผู้หญิงที่ถูกสำรวจ บอกว่า Instagram ทำให้พวกเธอรู้สึกแย่กับรูปร่างตัวเอง

ประเด็นสุดท้ายคือการประท้วงที่ Capitol Hill เมื่อ 6 มกราคมที่ผ่านมา ที่ทำให้สหรัฐอเมริกาต้องเสียหน้าชาวโลกครั้งใหญ่ โดย Frances Haugen มองว่า Facebook คือแพลตฟอร์มที่สุมเชื้อไฟให้ผู้ประท้วงใช้ความรุนแรงมากขึ้นด้วยนั่นเอง

อย่างไรก็ดี การปรับตัวลดลงของมูลค่าหุ้นครั้งนี้ของ Facebook ก็อาจไม่ได้หนักหนามากนักหากเทียบกับการเติบโตมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เพราะมูลค่าหุ้นในปัจจุบันเติบโตมาถึง 150% เมื่อเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อนเลยทีเดียว

Source