SCB ร่วมทุนเครือ CP ตั้งกองทุน Venture Capital 2.6 หมื่นล้าน ลงทุนธุรกิจเทคโนโลยีทั่วโลก

scb cp vc
หนึ่งในการปรับโครงสร้างธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สู่ SCBX ที่ไม่เป็นแค่ธุรกิจธนาคารอีกต่อไป แต่มุ่งสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีการเงินระดับภูมิภาค วางเป้าหมาย 5 ปี เข้าถึงผู้ใช้บริการ 200 ล้านคน สร้างมูลค่าบริษัท (Market Cap) ให้แตะระดับ 1 ล้านล้านบาท


ล่าสุด SCB ได้ประกาศความร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ร่วมกันตั้งกองทุน Venture Capital ขนาด 600 – 800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 19,800-26,400 ล้านบาท) เพื่อลงทุนใน Disruptive Technology ด้านบล็อคเชน (Blockchain) สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) เทคโนโลยีด้านการเงิน (FinTech) และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงทั่วโลก

- Advertisement -

คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการดึงจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย เพื่อร่วมบริหารจัดการกองทุน Venture Capital โดยเครือซีพี เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีธุรกิจหลากหลายและมีเครือขายทั่วโลก นอกจากนี้ยังมี Ecosystem ที่ครอบคลุมในหลากหลายอุตสาหกรรม ได้แก่ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจค้าปลีก เกษตรกรรม ธุรกิจด้านสุขภาพ ซึ่งช่วยให้บริษัทที่ไปลงทุนนั้น สามารถเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคได้

ขณะที่กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจทางการเงินใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยการมี Ecosystem การเงินทันสมัยและสามารถต่อยอดไปยังภาคธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมี SCB 10X บริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เข้าร่วมบริหารจัดการกองทุนดังกล่าว เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี และมีเครือข่ายนักลงทุน Venture Capital ทั่วโลก รวมถึงการเป็นผู้นำในด้าน Blockchain และสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาค

การก่อตั้งกองทุน Venture Capital ร่วมกับเครือซีพี จะทำให้ SCB สร้างธุรกิจใหม่ให้กับกลุ่มธนาคาร และโอกาสต่อยอดธุรกิจหลักของธนาคารผ่านนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ

โดยเครือซีพีและกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ จะร่วมกันจัดตั้งบริษัทเพื่อบริหารจัดการกองทุน โดยถือหุ้นเท่ากันรายละ 50% นอกจากนี้ทั้งสองบริษัทยังร่วมลงทุนในกองทุน Venture Capital ขนาด 600 – 800 ล้านหรียญสหรัฐนี้ด้วย เป็นจำนวนเงินฝ่ายละ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนที่เหลือจะระดมทุนจากนักลงทุนที่ได้รับการรับรอง (Accredited Investor) โดยเน้นลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่มีศักยภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงเติบโตทั่วโลก

อ่านเพิ่มเติม