Lotus’s รวมพลัง 40 ซีอีโอทั่วไทย ส่งแคมเปญ ช่วยลดค่าครองชีพช่วยคนไทยฝ่าโควิด หั่นราคาสินค้าครั้งใหญ่สูงสุด 50%

การระบาดของโควิด-19  ในช่วงเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิต  แต่ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคกังวลและระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น เนื่องจากหลายคนมีรายได้ลดลง ขณะที่หลายคนต้องว่างงาน แต่ภาระค่าครองชีพสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้แต่ละแบรนด์ต่างส่งแคมเปญโปรโมชั่นรูปแบบต่างๆ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภค รวมถึงห้างค้าปลีกอย่าง “โลตัส” ที่ผนึกกำลังคู่ค้า 40 บริษัท ทั้งผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ดัง และบริษัทชั้นนำของไทยจัดแคมเปญครั้งใหญ่ “รวมพลังลดใหญ่ พาไทยฝ่าวิกฤต” นำสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพกว่า 400 รายการมาลดราคาพิเศษ ช่วยคนไทยฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน

- Advertisement -

รวมพลัง 41 องค์กร หั่นราคาสินค้ากว่า 50%

ตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 มาถึงปัจจุบัน คุณสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย บอกว่า ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายและรัดเข็มขัดมากขึ้น รวมถึงต้องการสินค้าราคาถูกเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากหลายครอบครัวมีความกังวลเรื่องรายได้ที่ลดลงจากสภาพเศรษฐกิจ ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทำให้ โลตัส นำมาพัฒนาเป็นแคมเปญโปรโมขั่นและลดราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมาอย่างต่อเนื่อง

แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงสภาพเศรษฐกิจที่ยังซบเซา ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย ล่าสุด โลตัส จึงจับมือคู่ค้าจาก 40 บริษัทชั้นนำของไทย ทั้งผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ดัง ร้านอาหารและร้านค้าในพื้นที่ศูนย์การค้า จัดแคมเปญ “รวมพลังลดใหญ่ พาไทยฝ่าวิกฤต” โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 400 รายการ ครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน และเสื้อผ้า มาลดราคาครั้งใหญ่สูงสุดกว่า 50%

โดยซีอีโอ 41 บริษัท ที่ร่วมพลังจัดแคมเปญในครั้งนี้ ได้แก่ โลตัส, เบเบโฟน, เบอร์ลี่ ยุคเกอร์, บุญรอด, บี-ควิก, คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ, ซีพี-เมจิ, ซีพีเอฟ, แดรี่ พลัส, แดรี่ ควีน, ดีเอสจี, ดังกิ้น โดนัท, ฟรีสแลนด์คัมพิน่า เฟรช, กรีนสปอต, อิชิตัน, ไอ.พี. วัน, จาโกต้า, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, คาโอ, เคเอฟซี, คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค, ลอรีอัล, มาลี, แม็คยีนส์, มิสเตอร์โดนัท, โมเดิร์นเทรด แมนเนจเม้นท์, นีโอ, เนสท์เล่, โอเรียนทอล พริ้นเซส, โอสถสภา, พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล, เป็ปซี่-โคล่า, เรกคิทท์ เบนคีเซอร์, สหพัฒนพิบูล, ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค, ไทยน้ำทิพย์, ซัมซุง, แว่นท็อปเจริญ, ยูนิ.ชาร์ม, ยูนิลีเวอร์, และ ยาโยอิ

ส่วนสินค้าที่ร่วมในแคมเปญนี้ อาทิ ซีพี ไส้กรอกไก่ชิคเก้นแฟรงค์, โออิชิกรีนที, เบบี้มายด์ น้ำยาซักผ้าเด็ก, เดทตอลเจลอาบน้ำ, พฤกษานกแก้วสบู่เหลว, ไฟน์ไลน์น้ำยาซักผ้า, แอทแทค 3D ผงซักฟอก, แว่นตา Percy พร้อมเลนส์บลูคัท, หูฟังแบบครอบหูไร้สาย และซัมซุงสมาร์ททีวี ทั้งยังมอบแต้มบัตรสมาชิกโลตัส 2 เท่าสำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ พร้อมรับสิทธิพิเศษจากร้านอาหารร้านค้าในพื้นที่มอลล์

ขณะเดียวกัน นอกจากการนำสินค้ามาจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษให้กับลูกค้าแล้ว แคมเปญนี้ยังรวมพลังมอบเงินบริจาคให้กับมูลนิธิที่สนับสนุนบุคลากรด่านหน้าและผู้ป่วยโควิด-19 อย่างมูลนิธิแพทย์ชนบท และกลุ่มเส้นด้ายอีกด้วย

40 พันธมิตรคู่ค้า โลตัส ระดมสินค้าจำเป็นลดหนักจัดเต็ม

ลองมาฟังมุมมองซีอีโอที่ร่วมแคมเปญรวมพลังลดใหญ่กันบ้าง แบรนด์ดังอย่างอิชิตัน คุณธนพันธุ์ คงนันทะ กรรมการบริหาร บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า แคมเปญรวมพลังลดใหญ่ พาไทยฝ่าวิกฤต มีความเป็นรูปธรรมจับต้องได้ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของคนไทยในช่วงที่ยากลำบาก อิชิตันจะให้ความร่วมมือเต็มที่เพื่อให้คนไทยมั่นใจว่าทุกครั้งที่มาโลตัสจะได้เจอกับสินค้าคุณภาพดีและราคาที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้ทุกคนผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ขณะที่ คุณเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ตระหนักถึงความจำเป็นของผู้บริโภคในช่วงนี้ โดยมีสินค้าที่ร่วมรายการหลากหลาย ซึ่งล้วนเป็นสินค้าที่จำเป็น เพื่อช่วยลดค่าครองชีพของผู้บริโภค อาทิ มาม่า และน้ำตาลมิตรผล พร้อมทั้งจัดเตรียมสินค้าให้มีเพียงพอในช่วงวิกฤตนี้

ส่วน คุณฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสเตอรองค์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ทางกลุ่มร้านอาหารเอ็มเค และโลตัส มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการช่วยคนไทยให้ฟันฝ่าช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ให้ผ่านไปได้ด้วยกัน ซึ่งการจัดแคมเปญร่วมกันครั้งนี้มีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าโลตัสมากมาย ทั้งยังให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาด และความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจ ทุกครั้งที่มารับประทาน

จึงนับเป็นอีกหนึ่งการรวมพลังครั้งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยลดค่าครองชีพและประหยัดกว่าเดิมท่ามกลางผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19 โดยแคมเปญนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน ถึง 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 นี้