หมดยุคของดีราคาถูก? สตาร์ทอัพแห่ขึ้นราคาค่าบริการ Uber แพงขึ้น 40%

pic lyft uber airbnb

ย้อนหลังไปเมื่อ 2 – 3 ปีก่อน การได้รับข้อเสนอดี ๆ อย่างค่าส่งอาหารราคา 10 บาท นั่งรถโดยสารหรูราคาประหยัด จองห้องพักในสถานตากอากาศได้ในราคาถูก ฯลฯ จากบรรดาสตาร์ทอัพเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับโลกหลัง Covid-19 เป็นไปได้ว่า ข้อเสนอดี ๆ เหล่านั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ผู้บริโภคจะคาดหวังได้อีกต่อไป

- Advertisement -

หนึ่งในหลักฐานยืนยันก็คือ ทวีตของ Sunny Madra ผู้บริหารระดับสูงของฟอร์ด (Ford) ที่ออกมาบอกว่า ค่าเรียกอูเบอร์จากใจกลางเมืองไปยังสนามบินนานาชาติ JFK มีราคาพอ ๆ กับค่าเครื่องบินจาก JFK ไปซานฟรานซิสโกเลยทีเดียว (ราคาค่าเดินทางของอูเบอร์ที่เขาจ่ายไปนั้นอยู่ที่ 248.90 เหรียญสหรัฐ ส่วนราคาตั๋วเครื่องบินของเขา จาก JFK – SFO อยู่ที่ 262.40 เหรียญสหรัฐ)

แม้ผู้บริหารของฟอร์ดรายนี้จะบอกว่า เหตุผลที่ทวีตข้อมูลดังกล่าวเพราะอยากให้คนอื่นวางแผนการเดินทางกันดี ๆ เผื่อว่าจะมีทางเลือกอื่นเพิ่มเติม แต่ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลจาก Rakuten Intelligence ระบุว่า สนนราคาค่าบริการของ Uber และ Lyft นั้นเพิ่มขึ้นจริง แถมยังเพิ่มขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับบริการ Airbnb ที่พบว่ามีการปรับเพิ่มค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์บนแพลตฟอร์มในไตรมาสแรกของปีนี้ขึ้นอีก 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

คนขับไม่เพียงพอ – ทำราคาพุ่ง

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาค่าใช้บริการ Uber หรือ Lyft ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มสูงนั้น ทางบริษัทระบุว่าเป็นเพราะคนขับรถหายาก เนื่องจากผู้คนในบางเมืองยอมรับว่ายังกังวลกับการแพร่ระบาดของไวรัส ประกอบกับรูปแบบการทำงานที่บริษัทเทคโนโลยีไม่ได้นับพวกเขาเป็นพนักงานประจำ ทำให้คนเหล่านั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกมาขับรถรับส่งผู้คนเพื่อตอบสนองความต้องการของแพลตฟอร์มแต่อย่างใด

ข้อมูลจากไตรมาส 1 ของปีนี้ อูเบอร์บอกว่า พวกเขามีพนักงานขับรถที่ยังทำงานอยู่ (Active Drivers) ราว 3.5 ล้านคน ลดลง 22% จากช่วงเดียวกันของปี 2020 ซึ่งทางบริษัทได้แก้ปัญหานี้ด้วยการทำโครงการ $250 million driver stimulus ออกมาจูงใจให้คนขับรถกลับมาอยู่บนแพลตฟอร์มมากขึ้น ส่วน Lyft ก็มีการทุ่มเงินเพื่อจูงใจฝั่งคนขับราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐเช่นกัน

นอกจากนี้ ในเว็บไซต์ของอูเบอร์ยังแสดงราคาค่าบริการเฉลี่ยที่คนขับจะได้รับต่อชั่วโมง (หลังจากหักค่าธรรมเนียมให้กับอูเบอร์แล้ว) พร้อมยกตัวอย่างเมือง เช่น นิวยอร์กซิตี้อยู่ที่ 37.44 เหรียญสหรัฐ ไมอามี่อยู่ที่ 27.50 เหรียญสหรัฐ ชิคาโกอยู่ที่ 30.49 เหรียญสหรัฐ

สถานการณ์เหล่านี้เอง ที่ทำให้สื่อตะวันตกตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทเทคโนโลยีกำลังจัดสรรงบประมาณใหม่ จากที่เคยมีแคมเปญส่งเสริมการตลาดให้ผู้คนเข้ามาใช้กันเยอะ ๆ เป็นการไปสนับสนุนฝั่งพาร์ทเนอร์ให้เข้ามาทำงานบนแพลตฟอร์มแทน ซึ่งนั่นทำให้สินค้าและบริการราคาถูกที่เราเคยได้รับเมื่อยุคก่อน Covid-19 จากบรรดาสตาร์ทอัพนั้นกำลังจะหมดไป และหลังจากนี้อาจถึงเวลาแล้วที่ผู้บริโภคจะต้องกลับมาจ่ายค่าบริการตามราคาที่ควรจะเป็น

Source

Source