ไทยยูเนี่ยนฯ เปิด 4 มาตรฐานความปลอดภัยผลิตอาหาร รับกระแสวันความปลอดภัยอาหารโลก

“อาหาร” นอกจากจะสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย และช่วยให้เราทำงานได้ตลอดวัน แต่ในทางกลับกัน หากบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย อาหารเหล่านั้นก็จะทำให้ร่างกายเจ็บไข้ได้ป่วยเช่นกัน ในแต่ละปีมีผู้คนทั่วโลกต้องเจ็บป่วยจากอาหารที่ไม่ปลอดภัยราว 600 ล้านคนต่อปีทีเดียว และในจำนวนนี้เป็นคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 275 ล้านคน ตัวเลขนี้กำลังสะท้อนให้เห็นถึง “ความปลอดภัยของอาหาร” ที่เป็นหนึ่งในตัวการของการเจ็บป่วยได้ และถึงเวลาที่ทุกคนต้องหันมาใส่ใจกับกระบวนการผลิตและมาตรฐานอาหารปลอดภัยอย่างจริงจัง

- Advertisement -

เพราะการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังคร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย ดังนั้น ในโอกาสวันความปลอดภัยอาหารโลก 7 มิถุนายน ผู้ประกอบการอาหารจึงมาร่วมกันตอกย้ำถึงการให้ความสำคัญของความปลอดภัยด้านอาหารมากขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือ ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (Thai Union Group) ที่มีการนำมาตรฐานและระบบควบคุมคุณภาพมาใช้ในทุกขั้นตอนการผลิตอาหารมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

หากจะย้อนถึงที่มาของ “อาหารปลอดภัย” ที่ไทยยูเนี่ยนส่งถึงมือผู้บริโภค คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า ไทยยูเนี่ยน มุ่งมั่นผลิตอาหารทะเลที่มีคุณภาพปลอดภัยสูงสุด เพราะเป็นหัวใจหลักของการผลิตอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกมั่นใจในความปลอดภัย ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา บริษัทจึงทุ่มเทและพัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัยมาใช้ในการผลิตอาหารอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นระบบที่ได้มาตรฐานสากล

หากจะย้อนถึงที่มาของ “อาหารปลอดภัย” ที่ไทยยูเนี่ยนส่งถึงมือผู้บริโภค คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า ไทยยูเนี่ยน มุ่งมั่นผลิตอาหารทะเลที่มีคุณภาพปลอดภัยสูงสุด เพราะเป็นหัวใจหลักของการผลิตอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกมั่นใจในความปลอดภัย ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา บริษัทจึงทุ่มเทและพัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัยมาใช้ในการผลิตอาหารอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นระบบที่ได้มาตรฐานสากล

เริ่มตั้งแต่การสรรหาวัตถุดิบที่เป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตอาหารทะเลคุณภาพนั้น ไทยยูเนี่ยนจะเลือกวัตถุดิบที่มาจากผู้จัดหาที่มีคุณภาพ ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงเน้นการทำประมงที่ยั่งยืน และเมื่อวัตถุดิบมาถึงโรงงาน ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ ประกอบกับโรงงานยังได้รับการรับรองจาก Hazard Analysis Critical Control Points (HACCP) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ช่วยควบคุมสินค้าให้มีความปลอดภัยจากการปนเปื้อนสารพิษในทุกขั้นตอน โดยมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในกระบวนการผลิต ที่สำคัญยังพัฒนาระบบการดูแลห่วงโซ่การผลิตให้ปราศจากกลโกงและการคุกคามเกี่ยวกับอาหารโดยเจตนา ทำให้อาหารปลอดภัย และมีคุณภาพตามมาตรฐานตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต

สำหรับการบรรจุอาหารนั้น บรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระป๋องและภาชนะปิดสนิทจะต้องได้รับการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 110-120 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาที ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งปรุงสุกพร้อมทานหลังละลาย ต้องผ่านการทำความสะอาดด้วยกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน ที่อุณหภูมิ 71 องศาเซลเซียส ก่อนลงบรรจุภัณฑ์ จากนั้นจะแช่แข็งที่อุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย

เมื่อมาถึงขั้นตอนการขนส่ง พนักงานขนส่งทุกคนจะต้องได้รับการวัดอุณหภูมิทุกครั้งก่อนปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ไทยยูเนี่ยนได้ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยพนักงานต้องสวมใส่เสื้อผ้าและหน้ากากอนามัยตลอดเวลาทำงาน ทั้งพนักงานขนส่ง และพนักงานในโรงงาน รวมถึงการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น การล้างมือด้วยแลกอฮออล์ทั้งก่อนและหลังการสัมผัสสินค้า ทั้งยังต้องล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อรถบรรทุกสินค้าทั้งด้านนอกและด้านในก่อนและหลังขนส่งสินค้า เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน Good Manufacturing Practices (GMP) และให้ทุกขั้นตอนปลอดภัยไม่เกิดการปนเปื้อนในอาหาร และเมื่อผลิตภัณฑ์อาหารถูกบรรจุลงกล่องจะต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีก่อนการขนส่งไปถึงมือผู้บริโภค

ดังนั้น ด้วยความทุ่มเทในการพัฒนามาตรฐานและกระบวนการจัดการที่เข้มงวดทั้งหมดนี้ จึงมั่นใจได้ว่าอาหารทะเลแปรรูปของไทยยูเนี่ยนนอกจากจะมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ยังปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้นผลิตจนส่งถึงมือผู้บริโภค เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้บริโภคอาหารอย่างปลอดภัยไม่ว่าจะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ใดๆ